
'ปู'ถึงไทยลั่นเดินหน้า'จำนำข้าว'
'ยิ่งลักษณ์'พร้อมนำ'จำนำข้าว'เข้าสภาหากศาลตีความเข้าข่าย ม.190 ลั่นเดินหน้าโครงการ ไม่หวั่นกลายเป็นดาบสองคม ด้าน'นิคม'ค้าน สว.ยื่นศาลรธน.ตีความสัญญาขายข้าวรัฐต่อรัฐ แต่ต้องส่งตามขั้นตอน เชื่อ 19 ต.ค.นี้ ส่งให้ศาลรธน.ได้ ขณะที่'ชุมพล'เชื่อรัฐไม่ล้มเพราะโค
เมื่อเวลา 09.45น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายหลังการเดินทางกลับจากการเข้าร่วมประชุมกรอบความร่วมมือเอเชีย(ACD) ที่ประเทศคูเวต ว่าในการประชุมครั้งนี้รัฐบาลไม่ได้มีการหารือในประเด็นการส่งออกข้าวแต่อย่างใด เพราะยังมีเนื้อหาด้านอื่นที่สำคัญกว่า โดยเฉพาะในเรื่องอาหาร ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาในการเข้าร่วมประชุมและพบปะนักธุรกิจเป็นไปด้วยดี
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีที่ สว. ส่วนหนึ่งเตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการส่งออกข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เข้าข่าย มาตรา 190 ที่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาก่อนหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายมาตลอด ทั้งนี้ยินดีที่จะให้ข้อมูลในการชี้แจง ซึ่งหากศาลตีความออกมาว่าจะต้องพิจารณาผ่านสภาตาม มาตรา 190 นั้น รัฐบาลยินดีปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตามไม่อยากให้นำประเด็นนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง อยากให้มองว่าโครงการดังกล่าวให้ประโยชน์กับเกษตรกรซึ่งรัฐบาลยินที่จะรับคำแนะนำและทำงานให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น
ส่วนที่มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ( TDRI) เสนอให้ลดราคาจำนำข้าวจากตันละ 15,000 บาท เหลือ 13,000 บาทนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเสนอราคาดังกล่าวมีที่มาที่อย่างไร ทั้งนี้ที่ผ่านมาฐานราคาในการขายข้าวของเกษตรกร มีราคาที่ต่ำมากทำให้เกษตรกรประสบภาวะขาดทุน และสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการในขณะนี้เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ารัฐบาลยังเดินหน้าในโครงการรับจำนำข้าวต่อไปโดยจะใช้กลไกเดิม และไม่กังวลว่าโครงการดังกล่าวจะไม่เป็นดาบสองคมกลับมาทำลายรัฐบาล
"นิคม"ค้าน สว.ยื่นศาลรธน.ตีความสัญญาขายข้าวจีทูจี
นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สว. จำนวน 67 คน เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มตรา 190 ประกอบ มาตรา 154 (1) เพื่อร้องให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าสัญญาการขายข้าวของรัฐบาล แบบรัฐต่อรัฐนั้น เป็นสัญญาตาม มาตรา 190 หรือไม่ และมีผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดินหรือไม่ ว่า ส่วนตัวมองว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลนั้นถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลทำได้ เพราะได้มีการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาไว้แล้ว และสัญญาการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐนั้น เชื่อว่าไม่เข้าข่ายเป็นสัญญาตาม มาตรา 190 อย่างแน่นอน แต่เมื่อมีผู้ยื่นเรื่องให้ตนแล้ว ตามกระบวนการต้องมีการพิจารณาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นคาดว่าจะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ภายในวันที่ 19 ต.ค. นี้
นายนิคม ได้กล่าวถึงประเด็นที่ สว. ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปต่อรัฐบาล โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ว่า ตนได้ส่งเรื่องไปยังรัฐบาลแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตอบเรื่องกลับมาแต่อย่างใด ทั้งนี้ตนเชื่อว่ารัฐบาลจะมีการตอบรับญัตติที่ สว.ได้มีการยื่นเสนอ ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นเวทีชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบผลงาน รวมถึงโครงการรับจำนำข้าว และจะเป็นการสร้างน้ำหนักของความน่าเชื่อถือต่อประเด็นที่ชี้แจง หากรัฐบาลใช้เวทีของวุฒิสภาชี้แจง
"ชุมพล"เชื่อรัฐไม่ล้มเพราะโครงการรับจำนำข้าว
นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาลในหลายเรื่อง โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวว่า ผลงานของรัฐบาลขณะนี้ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างยังปกติดี เรื่องโครงการรับจำนำข้าวนั้นตนก็ไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงแต่อย่างใด เพราะรัฐบาลต้องการที่จะช่วยเหลือคนจนและชาวนาอย่างแท้จริง ส่วนเรื่องปัญหาการทุจริตนั้นหากมีจริงก็ต้องดำเนินการแก้ไขอยู่แล้ว ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ก็กำลังดูแลในเรื่องนี้อยู่ เพียงแต่อาจจะยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดอะไรที่มันลึกซึ้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าพรรคพลังชลต้องการดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการปรับครม.ครั้งหน้า นายชุมพล กล่าวว่า ตนไม่ขอให้ความเห็น แต่เรื่องปรับครม.นั้นน่าจะยังไม่มีอะไร ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา อาจจะมาร่วมรัฐบาลในการปรับ ครม.ครั้งหน้าด้วยนั้น นายชุมพล กล่าวว่า ตนไม่ทราบ คงต้องไปถามนายสมศักดิ์หรือพรรคเพื่อไทย เพราะเรื่องนี้คงต้องแล้วแต่พรรคเพื่อไทย การที่พรรคภูมิใจไทยจะมาร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวกับพรรคชาติไทยพัฒนา



