ข่าว

ร้านอาหารริมถนน

ร้านอาหารริมถนน

18 ต.ค. 2555

ร้านอาหารริมถนน: เลียบค่าย โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์ [email protected]

               ระยะนี้แฟนคลับคอลัมน์เลียบค่ายส่งอีเมลมายังผมหลายฉบับ โดยมีเนื้อหาไปทำนองเดียวกันว่า เดือดร้อนรำคาญ "ร้านอาหาร" น้อยใหญ่ที่เปิดให้บริการริมถนน โดยไม่ได้จัดพื้นที่จอดรถไว้ให้แก่ลูกค้า
 
                ปัญหาที่ตามมาคือ ลูกค้าต้องจอดไว้ริมถนน บางรายมีจิตสำนึกอยู่บ้างพยายามจอดรถเบียดชิดขอบถนนเพื่อลดการกีดขวางช่องทางจราจรให้มากที่สุด แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ไร้จิตสำนึก เห็นแก่ความสะดวกส่วนตัว จอดรถซ้อนคัน โดยไม่สนใครจะเดือดร้อนบ้าง
 
                ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลซึ่งปกติก็มีปัญหาด้านจราจรอยู่แล้ว เมื่อมีรถยนต์จอดริมถนนเพื่อใช้บริการร้านอาหารริมถนนซ้ำเติมเข้าไปอีก จึงไม่แปลกที่การจราจรในย่านนั้นๆ จะติดชนิดวินาศสันตะโร
 
                ที่ผมได้รับอีเมลร้องเรียนมากที่สุดหากให้ลองจัดอันดับ พบว่า บริเวณแยกลำสาลี ถนนรามคำแหง มีการร้องเรียนมากที่สุด โดยอีเมลแต่ละฉบับระบุสอดคล้องกันว่า ตรงบริเวณแยกไฟแดงฝั่งถนนศรีนครินทร์ไม่ทันจะพลบค่ำก็มีร้านอาหารประเภทรถเข็นไปตั้งโต๊ะบนทางเท้าขายอาหารกันอย่างคึกคัก ขณะที่ลูกค้านำรถไปจอดมีทั้งรถส่วนตัว รถแท็กซี่ กันเต็มเสียช่องทางจราจรไป 1 ช่องทาง
 
                ขณะที่ถนนเกษตร-นวมินทร์ เป็นอีกบริเวณหนึ่งที่ถูกระบุว่ามีปัญหาในลักษณะเดียวกันกับบริเวณแยกลำสาลี แต่กินอาณาบริเวณมากกว่า เพราะในย่านนี้ผู้ประกอบการจะเปิดร้านอาหารใหญ่โตริมทางเท้า โดยส่วนใหญ่จะไม่จัดสรรพื้นที่จอดรถไว้รองรับ ลูกค้าแต่ละร้านจึงนำรถมาจอดไว้ริมถนน เบียดเบียนช่องทางจราจรไป 1 ช่องทาง 
 
                มีหลายรายแจ้งว่า ตั้งแต่ช่วงสายๆ ยันไปยังค่ำคืน ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่าได้เหยียบย่างไปยังถนนสายนี้ โดยเฉพาะรายที่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิต เพราะอาจทำให้เส้นเลือดแตกเพราะหงุดหงิดกับปัญหาจราจร ที่เป็นผลต่อเนื่องมาจากลูกค้าร้านอาหารริมทางที่นำรถมาจอดบนช่องทางจราจรก็อาจเป็นได้
 
                ถนนลำลูกกาบริเวณตั้งแต่คลอง 2 ไล่ไปจนถึงคลอง 7 เป็นถนนอีกสายหนึ่งที่มีร้านอาหารทั้งที่ปลูกสร้างถาวร และเพิงพักชั่วคราว เปิดให้บริการลูกค้ากันริมถนนโดยไม่ได้จัดพื้นที่จอดรถเอาไว้ให้ ลูกค้าส่วนใหญ่จึงนำรถจอดกีดขวางช่องทางจราจร เป็นต้นเหตุแห่งการจราจรที่ติดขัด รวมถึงอุบัติเหตุ หลายต่อหลายครั้ง
 
                ผมว่าปัญหาเช่นนี้ ตำรวจจราจร หน่วยงานเดียวคงแก้ไม่ได้ครับ สำนักงานเขต และเทศบาล เจ้าของพื้นที่ควรเข้าไปดำเนินการจัดระเบียบเสียด้วย เพราะเท่าที่ทราบ มีกฎระเบียบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้อำนาจพวกท่านเต็มที่ครับ