
'ประยุทธ์'สั่งคุมเข้มครบรอบ'ตากใบ'
'ประยุทธ์' สั่งคุมเข้มครบรอบ 'ตากใบ' เผยโจรใต้มีหลายกลุ่ม แจง 'นายกฯ' ยังไม่ลงนาม 'ศปก.กปต.' เหตุติดข้อกม. จี้ 'ธาริต' เร่งหามือยิงทหาร-ปชช.
17 ต.ค.55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะครบรอบเหตุการณ์ อ.ตากใบ ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ว่า ในฐานะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติเป็นห่วงสถานการณ์ทุกวัน ห่วงใยประชาชนเพื่อให้ปลอดภัยเป็นอันดับ 1 และห่วงใยตนเอง เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดให้มากขึ้นไม่ว่าจะครบรอบอะไรก็ตาม เราเตรียมการทุกครั้งโดยเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร ก็ทำหน้าที่ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) กำลังดำเนินการในรายละเอียดเพื่อปรับปรุงแผนการทำงาน การเพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ใช่จะเข้าไปกดดันประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นคงในอนาคตเพื่อรองรับการทดแทนการถอนทหารออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ การบังคับใช่กฎหมายเรายังใช้แบบไทยๆ ซึ่งใช้กฎหมายไม่กี่ฉบับ เพราะไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบ เนื่องจากมีประชาชนที่เดือดร้อนและไม่เดือดร้อน ดังนั้น เราต้องใช้กฎหมายตรงกลางให้พอดี
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราแก้ไขปัญหาทุกจุดแล้ว ไม่ว่าการเยียวยา สร้างความเข้าใจ การแสดงความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน กระบวนการตามกฎหมายดำเนินการเรียบร้อยหมดแล้ว ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรียังไม่ลงนามโครงสร้าง ศปก.กปต.น่าจะติดในข้อกฎหมายบางอย่าง ดูทุกแง่ทุกกรอบทุกมุม และท่านน่าจะให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสถานการณ์ภาคใต้ที่คล้ายกับต่างประเทศคือเขามีหลายกลุ่ม แต่สาเหตุแห่งปัญหาไม่เหมือนกัน ความรับผิดชอบของกลุ่มปฏิบัติไม่เหมือนกัน ดังนั้น การแก้ปัญหาด้วยวิธีการเดียวกันโอเคได้ด้วยการพูดคุย แต่คงไม่ใช่การเจรจาเพราะเรายกระดับไม่ได้ และฝ่ายตรงข้ามไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ
“คนที่สร้างสถานการณ์ไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย ทั้งนี้ หากต้องการจะคุยกับเจ้าหน้าที่ต้องออกมาแสดงตัวว่าเป็นใครในสังคม ทั้งนี้ การข่าวตนทราบว่ามีหลายกลุ่มแต่เขาไม่ได้อยู่ในประเทศนี้ หลบไปหลบมา ข้ามไปในหลาย ๆ ประเทศ แต่มีการสั่งการที่เป็นเสรีโดยก่อเหตุรุนแรงให้มากที่สุด ฆ่าผู้บริสุทธิ์ให้มากขึ้น เพื่อยกระดับนั่นคือผู้ร้าย อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรทดแทนชีวิตคนได้แม้แต่คนเดียว เจ็บคนเดียว ตายคนเดียวก็ไม่คุ้มค่าเพราะเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์”พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายกิจการพลเรือน ได้เป็นประธานต้อนรับ และให้โอวาทคณะเยาวชนมุสลิมจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ในโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ รุ่นที่ 18 จำนวน 320 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้ความสำคัญในการเดินทางมาในวันนี้ของทุกคน โดยท่านได้ฝากความห่วงใยระลึกถึง และความปรารถนาดี ก่อนจะเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ประเทศบรูไน อย่างไรก็ตามการมาเยือนของคณะเยาวชนมุสลิมถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และทักษะ ตลอดถึงสามารถเป็นผู้นำที่ดีของชุมชนได้
ทั้งนี้การอยู่ร่วมกันในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหน นับถือศาสนาอะไร ขอให้ทุกคนได้มีความรักความสามัคคี ซึ่งพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงตรัสว่า รู้รัก สามัคคี อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 18 ตุลาคม นี้ คณะเยาวชนจะเข้ารับฟังโอวาทจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษที่ สโมสรทหารบก ก่อนจะแยกย้ายไปอยู่ร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์เป็นเวลา 15 วัน
'ผบ.ทบ.'จี้'ธาริต'หามือยิงทหาร-ปชช.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งค่าหัวผู้แจ้งเบาะแสชายชุดดำที่ก่อเหตุระหว่างการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงคดีละ 1 ล้านบาทว่า ตนพูดในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ว่า อย่าไปพูดกันไปมาว่ามีชายชุดดำหรือไม่ ต้องเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาพูดว่ามีผู้บาดเจ็บ ซึ่งสูญเสียทั้งสองฝ่าย คือ เจ้าหน้าที่และประชาชน แต่ด้วยเหตุอะไรไม่ทราบที่ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากัน ซึ่งมีเหตุผลอยู่ทุกคนคงทราบ เมื่อเกิดเหตุบาดเจ็บสูญเสียทั้งสองฝ่าย โดยที่ประชาชนสูญเสียข้างเดียว ซึ่งแน่นอนว่าต้องหมายถึงเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นผู้ถืออาวุธเพียงฝ่ายเดียว แต่ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นได้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตรวมอยู่ด้วย ฉะนั้นจึงขอให้มองในมุมกลับกันว่า เมื่อมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต ซึ่งน่าจะมีคนถืออาวุธมากกว่าเจ้าหน้าที่ จึงเป็นหน้าที่ที่จะต้องไปสืบหามา แต่จะสีไหนตนไม่รู้ จะสีดำหรือสีอะไรไม่แน่ใจ เพราะมีหลายสี
ทั้งนี้ตนรู้สึกดีใจและถือเป็นสิ่งที่ดี ที่ได้ข่าวว่าดีเอสไอตั้งรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท และคิดว่าเจ้าหน้าที่รับได้ ถ้าหาให้เจอว่าใครทำร้ายใคร แต่ถ้าทำร้ายเจ้าหน้าที่อย่างเดียว ตนจะถือว่าไม่ค่อยเป็นธรรม เพราะเจ้าหน้าที่ก็เหมือนประชาชนที่สูญเสียเหมือนกัน
'ผบ.ทบ..' พอใจฟอร์ม'อาร์มี่'อยู่กลางตารางไทยลีก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์ถึงผลงานของสโมสรฟุตบอลอาร์มี่ ยูไนเต็ดที่ยังอยู่อันดับกลางตารางของไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีกทั้งที่ลงทุนไปจำนวนมากว่า กลางตารางก็ยังดีกว่าอยู่ท้ายตาราง ตนไม่ได้ไปลงทุนอะไรเป็นแค่สปอนเซอร์ปกติ ตนบอกลูกน้องว่า นักฟุตบอลต้องช่วยกันเล่นให้ดี ปีนี้ถือว่าดีกว่าปีที่แล้วเยอะเพราะ ปีที่แล้วอยู่ท้ายตาราง ต้องเข้าใจว่า เป็นการบริหารงานในลักษณะเป็นสโมสรแข่งแบบเป็นลีก ไม่ใช่ธรรมดา เพราะว่าทีมอื่นนั้นนักเตะส่วนใหญ่เป็นพลเรือน
ส่วนนักเตะของเราส่วนใหญ่เป็นทหาร แล้วจะให้ไปไล่ลูกน้องออกแล้วเอาคนเก่ง ๆ เข้ามาทั้งหมดคงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นลูกน้องจะเสียกำลังใจ ดังนั้นต้องเอากำลังพลที่เป็นลูกน้องเราลงให้ได้ อยากให้ช่วยกันเชียร์ และให้กำลังใจกันเยอะๆ



