ข่าว

'อภิสิทธิ์'เปิดตัวหนังสือ'ความจริงไม่มีสี'

'อภิสิทธิ์'เปิดตัวหนังสือ'ความจริงไม่มีสี'

17 ต.ค. 2555

'อภิสิทธิ์' เปิดตัวหนังสือ 'ความจริงไม่มีสี' แจงเขียนจากประสบการณ์จริง บี้ กสทช. แจงประมูล '3จี' ด้าน 'ชวนนท์' ซัด 'ณัฐวุฒิ' อย่าเบี่ยงเบนประเด็นชายชุดดำ

                        17 ต.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม ได้จัดให้เปิดตัวหนังสือ "ความจริงไม่มีสี" ที่เขียนโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทั้งมีการตั้งโต๊ะจำหน่ายหนังสือในราคาเล่มละ 120 บาท โดยมีแฟนคลับกว่า 40 คน เข้าซื้อหนังสือจำนวนมาก และนายอภิสิทธิ์เซ็นต์หนังสือให้กับผู้ที่มาซื้อหนังสือในงานนี้ด้วย ซึ่งบรรยากาศเป็นได้ความคึกคัก ทั้งนี้ในวันเสาร์ที่ 21 ต.ค.นายอภิสิทธิ์ จะไปเปิดตัวหนังสืออีกครั้งที่งาน”สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ “เวลา 14.00 น.

                        นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวเปิดตัวหนังสือว่า ขอขอบคุณประชาชนที่มาร่วมงานเปิดหนังสือในครั้งนี้ โดยหนังสือเล่มนี้เป็นการสะท้อนมุมมองที่ตนเคยพบและมีประสบการณ์ต่างที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2553 ที่ตนเคยประสบโดยตรง ไม่มีการใส่สี และไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า ตนมีสังกัดการเมืองอย่างไรหรือเกี่ยวข้องกับสีที่นำมาใช้ทางการเมือง ดังนั้นขอขอบคุณที่ทุกท่านให้ความสนใจและอยากให้ความจริงได้ถูกเผยแพร่ออกไป ไม่ใช่เพื่ออะไร แต่ตนเชื่อเสมอว่า สังคมจะเดินไปข้างหน้า ปรองดองสามัคคีกันได้ ต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงซึ่งเราก็ต้องการให้กระบวนการค้นหาพิสูจน์ความจริง รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมเดินอย่างตรงไปตรงมา

                        นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นตนก็ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ในระหว่างที่คณะกรรมการทำงาน หรือกระบวนการยุติธรรมกำลังดำเนินไป ตนก็ไม่อยากพูดเพราะกลัวว่าจะถูกกล่าวหาว่าไปแทรกแซงชี้นำ แต่ก็ต้องยอมรับว่า 2 ปีที่ผ่านมามีกระบวนการที่ไปบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ไปปลุกระดมเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งปัญหามาถึงวันนี้ก็ต้องชี้แจง และยิ่งไปกว่านั้นคนที่ทำงานในกระบวนการยุติธรรมกลับได้รับธงจากฝ่ายการเมืองที่ประกาศว่า คนนั้นต้องผิด คนนี้ไม่ผิด ซึ่งหลังจากเปิดตัวหนังสือแล้วก็มีกระแสตอบรับอย่างดี คิดว่า ความจริงนี้จะเป็นหัวใจสำคัญไปสู่การปรองดอง ส่วนจะเป็นเอกสารอ้างอิงทางประวัติศาสตร์หรือไม่นั้น ตนยืนยันว่าทุกอย่างบันทึกจากประสบการณ์ที่ตนได้รับในช่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจะเป็นนิทานหรือไม่ ทุกอย่างมีหลักฐานข้อเท็จจริงงทั้งสิ้น

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือนั้นผลิตโดยสำนักพิมพ์ขอคิดด้วยคน ภายในหนังสือเขียนสโลแกนไว้ว่า “ฟังคนพูดโกหกมากพอแล้ว ขอโอกาสให้ผมพูดความจริง”บ้าง ซึ่งในหนังสือนี้บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงการชุมนุมของคนเสื้อแดง และเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 การบริหารงานในศอฉ. รวมทั้งมีภาพประกอบของคนเสื้อแดงที่ชุมนุมในสถานที่ต่างๆ เหตุการณ์สำคัญที่ตนเองถูกทุบรถที่กระทรวงมหาดไทยภายใต้ชื่อ”หนีตายที่กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น

 

'อภิสิทธิ์' บี้ 'กสทช.' แจงประมูล '3จี'

 

                        นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ถึงการประมูลโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ของ กสทช.ว่า กสทช.ต้องชี้แจงเรื่องราคาที่ได้เทียบเคียงว่า รายได้ที่เข้ารัฐน้อยกว่าเป็นเรื่องที่กสทช.ต้องชี้แจงว่า ผู้บริโภคและผู้ใช้บริการจะได้ประโยชน์จากตรงนี้อย่างไรตนคิดว่า ประชาชนคาดหวังและรอคอย อยากเห็นเป็นรูปธรรมว่า มีหลักประกันอะไรในเรื่องคุณภาพการบริการ  มีหลักประกันในเรื่องค่าบริการที่จะไม่สูงเกินไป เมื่อมองว่าผู้ที่ประมูลไปได้ในราคาที่ต่ำ ถ้าเทียบกับค่าสัมปทานที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ต้องจ่ายจะดูน้อยกว่า

                        นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนในเรื่องการประมูลที่ทำไมไม่มีการประมูลทีละสล็อตนั้น ตนไม่ทราบเป็นเรื่องทางเทคนิค และตรงนี้หากกสทช.ชี้แจงได้ก็จะเป็นเรื่องดีว่า ทำไมประมูลแยกเป็น 3 ใบ ทำไมต้องพร้อมกัน อยากจะให้เทียบเคียงจากประสบการณ์กับประเทศอื่นๆ แล้วออกมาอธิบายว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ ผู้ใช้จะได้ประโยชน์อย่างไร จะได้เกิดความโปร่งใส ส่วนในเรื่องเงินส่วนต่างนั้น ก็ต้องยอมรับว่า มีบางประเทศที่มีการประมูลไปในราคาที่สูงก็ยังพบว่ามีปัญหาอยู่ ดีที่สุดคือการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา เทียบเคียงกับที่อื่นว่าเป็นอย่างไร แต่ที่สำคัญประชาชนได้รับประโยชน์คืออะไร เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว คิดว่าจะเกิดข้อครหาและข้อโต้แย้ง

                        ด้านนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา ในฐานะรมว.เงากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ประชุม ครม.เงามีการพูดคุย เรื่องการประมูล 3จีที่เกี่ยวข้องกับกสทช. เพราะมีการกดราคากันอย่างกระหน่ำ เพราะแต่ละสล็อต เป็นเหมือนที่ดินในทำเลที่ดี แต่เมื่อตัวเลขการประมูลออกมาแล้ว ไม่เป็นไปตามที่หลายคนคาดเดา ซึ่งตรงนี้กสทช.ต้องออกมาชี้แจงต่อประชาชน ซึ่งพรรคได้ตั้งข้อสังเกตว่ามีการตั้งราคาประมูลไว้ต่ำกว่าราคาประเมินเบื้องต้น ตรงนี้กสทช.ต้องตอบให้ได้ว่า 1.มีเหตุผลอะไรมาตั้งราคาประมูลไว้ต่ำ 2.หากมีสินค้าอยู่ 3 ชิ้นควรมีผู้ประมูล4คน แต่ครั้งนี้ มีใบอนุญาต 3 ใบ มีผู้ประมูล 3 ราย โดยหลักแล้วควรต้องมีผู้ประมูล 4 รายขึ้นไป แต่เมื่อไม่มี ก็ไม่มีการแข่งขัน 3. ทำไมไม่เลือกการประมูลเป็นช่วงเวลาเช่นในใบอนุญาต 3 ใบควรเว้นระยะห่าง ครั้งละ 6-12 เดือนเพื่อเกิดการแข่งขันและความโปร่งใส

                        นายศิริโชค กล่าวว่า สังคมยังตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการประมูลหรือเป็นการประเคนประโยชน์ของรัฐ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องต่อ กสทช.ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด หลังจากที่มีส่วนต่างหายไปจากการประเมิน 16,000 กว่าล้านบาท ซึ่งไม่เป็นไปตามที่มีการประเมินเอาไว้ จะกลับมาในรูปแบบให้บริการประชาชนอย่างไร โดยหลังจากนี้จะมอบให้คณะกรรมาธิการโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ติดตามสอบถามกสทช.เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชนต่อไป

 

'อภิสิทธิ์' ไม่ตอบนักการเมือง 'ช.'ฝ่ายค้านเอี่ยวไซฟ่อนเงิน

 

                        หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ภาคีเครือข่ายต้านคอร์รัปชั่นแห่งชาติ (ภตช.)ออกมาระบุว่า มีนักการเมืองอักษร "ช" ฝ่ายค้าน ทำการไซฟ่อนเงิน ว่า ตนเข้าใจว่า คนที่มีข้อมูล ก็คงไปตรวจสอบสิ่งที่ตนจำได้คือนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรค เรียกร้องว่าทางรัฐบาลที่ประกาศที่จะปราบปรามการทุจริต ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลทางรัฐบาลก็ต้องดำเนินการไป ส่วนที่กล่าวว่ามีนักการเมืองอักษร ” ช” ของฝ่ายค้าน นั้นตนยืนยันได้เลยว่า ใครเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการไป เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตเพราะนี่คือสิ่งที่ทางพรรคเรียกร้อง

                        "ทางพรรคทำได้ในเวลานี้คือ กระตุ้นให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบ และคนที่มีข้อมูลต้องให้ความร่วมมือ และหากรัฐบาลพบว่ามีใคร ก็เล่นงานเลย หมดเรื่องไปเลยมันจะมีปัญหาอะไร จะมาถามอะไรพวกผม หากมีพยานหลักฐานใครจะ ก-ฮ เอาเลยครับ ถ้ารัฐบาลบอกว่ามีหลักฐานก็ดำเนินการเลย ส่วน เครือข่ายมีข้อมูลก็ควรไปให้กับองค์กรที่รับผิดชอบดำเนินการไป" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

'อภิสิทธิ์'เตรียมยื่นญัตติ-อุบศึกซักฟอก

                        นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงการเตรียมการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า มีความคืบหน้าพอสมควรเพราะในการประชุมส.ส.ของพรรคที่ผ่านมามีการซักซ้อมในเรื่องกรอบเวลา เป้าหมายคือการยื่นประมาณสิ้นเดือนนี้เพื่อที่จะไปอภิปรายในช่วงกลางเดือนพ.ย.ก่อนปิดสมัยประชุม ส่วนจะอภิปรายในรูปแบบไหนนั้นอยู่ที่วิปฝ่ายค้าน

 

'ชวนนท์'ซัด'ณัฐวุฒิ'อย่าเบี่ยงเบนประเด็นชายชุดดำ

                        นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯและแกนนำนปช. ออกมาท้าดีเบตนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฏร์และแกนนำพรรคในกรณีชายชุดดำติดอาวุธสงครามในกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงในเหตุการณ์ปี 53 ว่า เหตุที่นายณัฐวุฒิต้องออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้เพราะการเปิดเวทีผ่าความจริงตอนหาชายชุดดำของพรรคประชาธิปัตย์ได้เอาความจริงมาเปิดเผยจึงกระทบต่อสถานะของนายณัฐวุฒิที่นอกจากได้ดิบได้ดีเป็นรัฐมนตรีแล้ว ต้องไม่ลืมว่าวันนี้นายณัฐวุฒิเองยังมีสถานะเป็นผู้ต้องหาในคดีก่อการร้ายที่ขอประกันตัวจากศาลมาใช้ชีวิตปกติ การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชายชุดดำของพรรคทำให้สถานะของนายณัฐวุฒิเปลี่ยนแปลงไปเพราะมีหลักฐาน พยานบุคคลที่ชัดเจนปรากฏต่อสังคมว่า เรื่องของกลุ่มชายชุดดำใช้อาวุธสงครามเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและหากยังไม่กล้าพอที่จะรับคำท้าของนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ที่ต่อให้ดีเบตแบบ 2 ต่อ 1 คือนายณัฐวุฒิและนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.กับนายศิริโชค ก็อย่าพยายามเบี่ยงเบนประเด็นข้อเท็จจริงในสังคมต่อไปอีก

                        นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า หากไม่กล้าพอรับคำท้าของนายศิริโชค ตนก็ขอเสนอให้นายณัฐวุฒิไปดีเบตกับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่วันนี้ถูกละเลยหรือเหมือนถูกลืมคือ 1. นายศรชัย ศรีดี ชายชุดดำที่ติดอาวุธสงครามอยู่บนสกายวอล์ค ในวันที่เจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่นายณัฐวุฒิเป็นคนเอานายศรชัยไปมอบตัวกับตำรวจนครบาล ที่บช.น.ในข้อหาพกพาอาวุธสงคราม ยิงเจ้าหน้าที่รัฐและร่วมก่อการร้ายที่วันนี้ได้หลบหนีคดีไปแล้ว 2. ส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม ตำรวจเสื้อแดงที่ใช้อาวุธสงครามอาร์พีจี ยิงใส่วัดพระแก้วและไปถูกกระทรวงกลาโหม โดยถูกจับกุมพร้อมเครื่องยิงอาร์พีจี ระเบิดเอ็ม67 จำนวน 3 ลูก ปืนกลมือ เอ็ม 3พร้อมกระสุนขนาด 11 มม.อีก 48 นัด ซึ่งถูกศาลพิพากษาความผิดทุกกระทงตั้งแต่ก่อการร้าย พกอาวุธสงครามเข้าเมือง ยิงอาวุธสงครามใส่ที่ราชการ รวมจำคุก 38 ปี จึงอยากให้ไปดีเบตในคุก แล้วถามว่า ใครเป็นคนสั่งการ เอาอาวุธสงครามร้ายแรงนี้มาจากไหน ใครสนับสนุนให้ผลประโยชน์อย่างไร

                        และ 3.กลุ่มผู้เผาวางเพลิงศาลากลางจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน 5 จังหวัด คือมหาสารคาม มุกดาหาร อุบลราชธานีจังหวัดละ 9 คน อุดรธานี 12 คน และของแก่นอีก 4 คน ที่วันนี้กลุ่มคนเหล่านี้ยังติดคุกรอความช่วยเหลือจากคนที่สั่งการให้เผาบ้านเผาเมือง ขอให้ไปเลือกเองว่าจะดีเบตกับใคร เพราะชาวบ้านเขาไม่รู้ว่าทำตามไปแล้วทำไมนายณัฐวุฒิกลับได้ดีเป็นอำมาตย์รัฐมนตรี แต่ชาวบ้านติดคุก แล้วทำไมไม่รับผิดชอบตามที่พูดเพราะมีหลักฐาน