
'พร้อมพงศ์'ยื่น'ดีเอสไอ'สอบ'มงคลกิตติ์'
'พร้อมพงศ์' ยื่น 'ดีเอสไอ' สอบ 'มงคลกิตติ์' ปูดข่าวไซฟ่อนเงิน เดินหน้าแจ้งจับ 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' พร้อมพวก ข้อหาหมิ่น 'ทักษิณ'
17 ต.ค.55 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย และรองประธานกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกรณีที่นายนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) ออกมาระบุว่า มีการไซฟ่อนเงินที่ฮ่องกง 1.6 หมื่นล้านบาทว่า เป็นการสร้างความเสียหายต่อประเทศ รวมทั้งยังกระทบต่อความสัมพันธ์กับฮ่องกงอีกด้วย ทั้งนี้ การที่นายมงคลกิตติ์ออกมาพูดอย่างต่อเนื่องแต่ไม่สามารถนำหลักฐานมายืนยันได้นั้น ถือว่าการกระทำของนายมงคลกิตติ์น่าจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งรัฐ
ดังนั้นตนในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ ปปช. สภาฯ ซึ่งตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อค้นหาความจริงนั้น จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันที่ 18 ต.ค. เวลา 10.00 น.เพื่อขอให้ดีเอสไอตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าวมีจริงหรือไม่ รวมทั้งขอให้เรียกร้องนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาขยายผลเรื่องนี้ไปให้ข้อมูลกับดีเอสไอด้วย ซึ่งหากพบว่าเรื่องที่นายมงคลกิตติ์พูดและนายองอาจนำไปขยายผลนั้นไม่เป็นความจริงก็ขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย เพราะถือว่าการกระทำของนายมงคลกิตติ์รวมทั้งผู้ที่นำไปขยายผลต่อนั้นกระทบต่อความมั่นคงแห่งรัฐ จากนั้นในเวลา 11.00 น.ตนจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการฯ เพื่อขอให้รับเรื่องนี้ไว้ตรวจสอบต่อไป
ส่วนกรณีที่นายมงคลกิตติ์ขยายผลอีกว่าขณะนี้มีการไซฟ่อนเงินที่ฝรั่งเศสด้วยนั้น เป็นการพูดในลักษณะที่เหมือนกับเด็กเลี้ยงแกะ เพราะไม่มีหลักฐานใดๆ มายืนยัน ดังนั้น ตนขอให้นายมงคลกิตติ์ออกมาชี้แจงและนำหลักฐานออกมาเปิดโปงมากกว่าที่จะออกมากุข่าวรายวัน
แจ้งจับ'อภิสิทธิ์-สุเทพ'ข้อหาหมิ่น'ทักษิณ'
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผกก.สน.ลุมพินี และพ.ต.ท.เดชา พรมสุวรรณ์ พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.ลุมพินี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช นายสาธิต ปิตุเตชะ และนายศิริโชค โสภา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จากกรณีกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีส่วนเกี่ยวข้องกับชายชุดดำในการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553 โดยนำคลิปวีดีโอและเอกสารถอดเทปคำปราศรัย มามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2555 ที่สโมสรพลเมืองอาวุโสแห่งเมืองกรุงเทพมหานคร สวนลุมพินี นายอภิสิทธิ์ พร้อมพวก ได้ร่วมกันปราศรัยใส่ความเท็จแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อบุคคลที่สามว่า “เป็นผู้บงการชายชุดดำและการชุมนุมของกลุ่มนปช. ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 มีการวางแผนให้เกิดการสูญเสียในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม2553 ใช้ชีวิตประชาชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง” ซึ่งข้อความทั้งหมดเป็นความเท็จ ปราศจากพยานหลักฐาน เป็นเพียงคำกล่าวอ้างลอยๆ ทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนที่มาร่วมฟังการปราศรัยหลงเชื่อ โดยมีการนำข้อความไปเผยแพร่ตามสื่อสิ่งพิพม์และสื่อออนไลน์คอมพิวเตอร์ เพื่อดิสเครดิตความน่าเชื่อถือของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ถูกดูหมิ่นเกลียดชังเสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ทราบเรื่องดังกล่าวและมิได้เป็นผู้บงการหรือไม่ได้จ้างบุคคลใดๆให้ไปฆ่าใครทั้งสิ้น ซึ่งกระทำของบุคคลทั้ง 5 จึงเป็นการร่วมกันหมิ่นประมาทและยังเป็นการกระทำผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายกษิต ภิรมย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในความผิดฐานเดียวกัน จากกรณีเมื่อวัน 21 สิงหาคม 2555 นายกษิตได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีข้อความบางตอนเป็นการใส่ความเท็จกล่าวหาว่า “พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นโจร ถูกตั้งข้อหาทุจริตคอรัปชั่นและยุยงให้เผาบ้านเผาเมือง” โดยปราศจากพยานหลักฐาน ทำให้ผู้อื่นที่ได้ยินรู้สึกดูหมิ่นเกลียดชัง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมากจึงเดินทางเข้าแจ้งความดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาต่อ



