
ดร.โกร่งชี้โครงการประกันสินค้าเกษตรเปิดช่องทุจริต
ดร.โกร่งชี้โครงการประกันสินค้าเกษตรเปิดช่องทุจริต จับตรงไหนก็เจอ ผู้ได้ประโยชน์ตัวจริงคือคนที่ได้อภิสิทธิ์การประมูลไม่ใช่เกษตรกร แนะข้าราชการอย่าไหลตามน้ำมิเช่นนั้นอาจต้องรับเคราะห์แทนนักการเมือง
ที่สถาบันวิทยาลัยตลาดทุน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จัดสัมมนา “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษโดยใช้ความรู้ด้านบัญชีภาษีอากรและการเงิน ” โดยนายวีระพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการคดีพิเศษ บรรยายเรื่องอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและต่างประเทศว่า อาชญากรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ถ้าหากยังจำเป็นต้องเปิดประเทศ เปิดตลาดการเงินที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศ ซึ่งแทบทุกคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กฎหมายและระเบียบจะมีช่องโหว่และไล่ตามไม่ทัน
ทั้งเรื่องการเงิน ภาษี และด้านการบัญชี ซึ่งรวมถึงนโยบายบางอย่างของรัฐบาล เช่น โครงการการประกันราคาสินค้าเกษตรหรือโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร จับตรงไหนก็เจอการกระทำทุจริต เพราะเป็นนโยบายที่เปิดช่อง และไม่มีทางปราบปรามได้ทั้งหมด ปัญหาจะหมดไปก็ต่อเมื่อไม่มีโครงการ ทั้งเกษตรกรไม่ใช่ผู้รับผลประโยชน์ แต่คนที่ได้ประโยชน์คือคนที่ได้รับอภิสิทธิ์ในการประมูลราคาสินค้า ยกตัวอย่างเช่น โครงการรับจำนำมันสำปะหลังที่เป็นคดีพิเศษอยู่ในขณะนี้ โครงการหรือนโยบายของรัฐบาลที่เปิดช่องให้อาจเป็นด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่ส่วนมากตั้งใจเราก็รู้ ดังนั้นพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการไม่ทัน
นายวีระพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับอาชญากรรมด้านบัญชี ซึ่งมีเรื่องของกำไรขาดทุนตัวเลขหรือทางบัญชีเข้ามาสร้างความสับสนให้กับพนักงานสอบสวน โดยผู้กระทำผิดจะพยายามหลบเลี่ยงหาวิธีตั้งตัวแทน และยักย้ายถ่ายเทจนทำให้การทำคดีค่อนข้างยากมาก ซึ่งรวมถึงเทคนิคด้านภาษีอากรด้วยมีการยักย้ายถ่ายเท ทำให้การเก็บภาษีไม่ได้ครบถ้วน
สำหรับการทำคดีทางเศรษฐกิจ ต้องการให้พิจารณาถึงปัญหาเรื่องกระแส อย่างไรก็ตาม อาชญากรรมทางเศรษฐกิจมักเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลทางการเมืองและผู้มีชื่อเสียง หลายครั้งที่ผู้กระทำผิดจะใช้ทรัพยากรสร้างกระแสชี้นำคดีผ่านทางสื่อมวลชนได้ซึ่งกระแสต่าง ๆ เป็นปัญหาที่มีส่วนทำให้การทำคดีหวั่นไหวได้
“อีกปัญหาหนึ่งของอาญากรรมทางเศรษฐกิจคือเรื่องการเมืองของประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งพรรคการเมืองในประเทศกำลังพัฒนาต้องการเงินทุนในการดำเนินกิจการทางการเมือง ถ้าประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจได้รุดหน้า แต่การเมืองยังไม่พัฒนาตาม ความแตกต่างก็จะยังมีปัญหาได้อยู่ ถ้าเป็นเช่นนั้นสิ่งที่ข้าราชการทำได้คือให้ไหลตามน้ำ ยึดถือหลักการเจตนารมย์วิชาชีพ แม้บางครั้งอาจต้านไม่ไหวแต่ไม่ควรให้ความร่วมมือ เพราะการให้ความร่วมมือ สุดท้ายข้าราชการจะเป็นคนรับเคราะห์”นายวีระพงษ์กล่าว
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ ยอมรับว่าที่ผ่านมาดีเอสไอ ไม่ประสบความสำเร็จในการสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นเรื่องยาก จึงทำให้พนักงานสอบสวนเลือกไปทำเรื่องที่ง่ายก่อน เห็นได้ว่าคดีที่เกี่ยวกับตลาดทุน หรือตลาดหลักทรัพย์ ตั้งแต่ ปี 2535 ถึงปัจจุบัน ยังไม่มีคดีที่ถึงศาลฎีกา
นอกจากนี้ปัญหาการติดตามทรัพย์สินจากคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจก็ทำได้ยาก ทำให้หลายคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด มีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์สินแต่ก็มีปัญหาติดตามทรัพย์สินไม่ได้ สำหรับกฎหมายดีเอสไอ กำหนดให้คดีเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ ประกันภัย ตลาดเงิน การฉ้อโกง ฮั้วประมูลภาคเอกชน เป็นคดีพิเศษซึ่งดีเอสไอจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็งร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ยังเป็นปัญหาเรื่องการทำงานไม่เป็นเอกภาพ



