
'แบงก์สิบ-จี้หยก'มัด..แก๊งโคลัมเบีย
'แบงก์สิบ-จี้หยก' มัด..แก๊งโคลัมเบีย : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
แก๊งคนร้ายชาวโคลัมเบียเดินทางเข้าประเทศไทย ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ตามหมู่บ้านในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ชุดสืบสวน บก.สส.สตม.ทลายเครือข่ายแบบถอนรากถอนโคนสกัดกั้นไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน!!
ช่วงวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา สายลับของชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม.แจ้งชุดสืบสวนว่า แก๊งโคลัมเบียเข้ามาอาละวาดสร้างความเดือดร้อน พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม. รายงานให้ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม., พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันท์ รองผบช.สตม. ทราบเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนร้ายแก๊งนี้ ซึ่งแนวทางการสืบสวนหลังจากได้ข้อมูลจากสายลับ คนร้ายแก๊งนี้หลังจากก่อเหตุเสร็จจะส่งทรัพย์สินที่ได้มากลับไปยังประเทศผ่านบริษัทจัดส่งพัสดุต่างๆ แล้วส่วนหนึ่งจะจำนำหรือขายแล้วโอนเงินกลับประเทศ
การสืบสวนพบว่า คนร้ายแก๊งนี้เป็นกลุ่มของ "ตอร์เรส รอดิเกรซ คาร์ลอส เอ็นริเก้" อายุ 35 ปี และ "ฟรังโก้ โจเซ่ เอดาน" อายุ 40 ปี และ "แอนเดรส เฟลิเป้ เรสเตอร์โพ" อายุ 26 ปี สัญชาติโคลัมเบีย เคยถูกศาลพิพากษาจำคุกแล้วได้รับอภัยโทษ แต่ยังคงร่วมกันกับพวกออกเช่ารถยนต์ตระเวนลักทรัพย์ตามสถานที่ต่างๆ
พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง, พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชยวุฒิ จันทร์สมบูรณ์ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.กิจจา เกษมณี, พ.ต.อ.จิตติ สามทอง รองผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.ธวัชชัย นรินรัตน์ สว.กก.1 บก.สส.สตม., ร.ต.ต.กิตติพันธ์ เอี่ยมจรูญ, ร.ต.ต.สมควร สุพงษ์ รองสว.กก.1 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวนช่วยกันหาข้อมูลแนวทางติดตามคนร้ายแก๊งนี้ จนกระทั่งทราบว่า นายตอร์เรส นัดพบกับกลุ่มเพื่อนของสายลับที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในซอยเย็นอากาศ กรุงเทพฯ
ชุดสืบสวนจึงร่วมกันสะกดรอยตาม จนกระทั่งทราบที่อยู่ของนายฟรังโก้ ซึ่งพักอาศัยอยู่กับหญิงชาวไทยภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 91 กรุงเทพฯ แล้วมีรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ ทะเบียน ญณ 7572 กรุงเทพมหานคร มารับแล้วขับขี่ออกไป จากการตรวจสอบข้อมูลรถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่เช่ามาจากร้านเช่ารถยนต์ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
การตรวจสอบข้อมูลจากร้านเช่ารถยนต์พบว่า มีชาวเปรู 2 คนมาทำสัญญาเช่ารถยนต์ 2 คันจากทางร้าน โดยรถยนต์ที่ถูกเช่าไปติดตั้งสัญญาณจีพีเอส นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้เบาะแสจากเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่ง ฝั่งตรงข้ามศาลอาญา ว่า มีชาวต่างชาติพฤติการณ์ต้องสงสัยนำทรัพย์สินมีค่า ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือ สร้อยคอทองคำ เพชรพลอย นำมาขายหรือจำนำให้แก่ร้านทอง
"เบาะแสที่ได้ข้อมูลจากสายลับและเจ้าของร้านทองทำให้ชุดสืบสวนจับบุคคลสัญญชาติโคลัมเบียได้ แล้วขยายผลอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจากการติดตามสัญญาณจีพีเอส พบบุคคลสัญชาติโคลัมเบียหลายคนที่ใช้รถยนต์เช่า จากการตรวจสอบบุคคลสัญชาติโคลัมเบีย สัญชาติเม็กซิโก และสัญชาติเปรู ในเบื้องต้นเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยการอนุญาตสิ้นสุด 5 คน เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร 3 คน" พล.ต.ท.ภาณุ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ต.รณศิลป์ พร้อมชุดสืบสวนขยายผลจับกุม "เวกัส หลุยซ์ ออคตาวิโอ" อายุ 46 ปี สัญชาติโคลัมเบีย "มาร์โค ออกัส โลเปซ รามิเนส" อายุ 42 ปี สัญชาติกัวเตมาลา ภายในคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ภายในซอยพหลโยธิน 34 กรุงเทพฯ โดยภายในห้องพบอุปกรณ์งัดแงะ เครื่องชั่งน้ำหนักทองคำ เครื่องตรวจสอบเพชรพลอย และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการลักทรัพย์
"หลักฐานที่พบในห้อง เชื่อได้ว่าบุคคลที่ถูกควบคุมตัวเกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะการตรวจค้นครั้งล่าสุดภายในห้องพักของเวกัส พบธนบัตรใบละ 10 บาท สภาพใหม่หลายพันบาท ซึ่งธนบัตรฉบับดังกล่าวเป็นของบุคคลที่นิยมเก็บสะสมไว้ และจี้หยกเขียวรูปเหมือนเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งมีลักษณะพิเศษ น่าจะเป็นของผู้เสียหาย หากผู้เสียหายคนใดคาดว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินแล้วสามารถพิสูจน์ทราบทรัพย์สินได้ ก็จะเสนอผู้บังคับบัญชาแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาเพิ่มเติม" พล.ต.ต.รณศิลป์ กล่าว
.........
(หมายเหตุ : 'แบงก์สิบ-จี้หยก' มัด..แก๊งโคลัมเบีย : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



