
นิวเคลียร์ใกล้บ้านไทย
นิวเคลียร์ใกล้บ้านไทย : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
ข่าวเขมรจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกาะกงติดชายแดนไทยกลายเป็นประเด็นนำความกังวลมาสู่คนเมืองอีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งโล่งใจไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนว่าพม่าเลิกล้มโครงการนิวเคลียร์ของตนแล้ว แลกกับการเปิดรับโอกาสที่ดีกว่าจากชาติตะวันตก เรื่องของพลังงานนิวเคลียร์ว่าควรจะใช้หรือไม่ หรือปลอดภัยแค่ไหน คงเป็นประเด็นได้ถกเถียงกันระหว่างผู้วิตกเรื่องกัมมันตภาพรัวสีรั่วไหลกับผู้ห่วงว่าจะมีไฟฟ้าไม่พอใช้ในอนาคต ในบทความนี้ไม่ได้ถกแถลงหรือเข้าข้างใครในประเด็นนิวเคลียร์เพื่อสันติ แต่สนใจจะในเรื่องโอกาสของการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มากกว่า
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ห่างไกลจากการมีขีดความสามารถในการครอบครองนิวเคลียร์ก็จริง แต่ประเทศในอาเซียนก็สามารถต่อระยะขีดความสามารถนี้ได้ด้วยการไต่ระดับจากการครอบครองนิวเคลียร์พลเรือนแบบโรงไฟฟ้าเสียก่อนเหมือนที่อิหร่านกำลังทำ อเมริกาเลือกใช้นโยบายต่อพม่าต่างกับเวียดนามในกรณีนี้ รัฐบาลวอชิงตันไม่อยากให้พม่ามีโอกาสพัฒนานิวเคลียร์ทางทหารเลย จึงกดดันให้เลิกซะ แต่ทีกับเวียดนาม สหรัฐ กลับนิ่ง รัฐบาลฮานอยจะสร้างสองโรงไฟฟ้าปรมาณูสองโรงก็ช่าง ถ้าพัฒนาเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ในการป้องปรามจีน อเมริกาอาจหลิ่วตาให้ก็เป็นไปได้ กรณีโรงไฟฟ้าของกัมพูชาก็เป็นแบบนี้ ส่วนเทคนิคจะพัฒนาไปขนาดไหนก็ไม่ค้านเสียแต่ต้นมือเหมือนพม่า ไทยเรามีบ้านใกล้กับประเทศเหล่านี้ก็ต้องวิตก ยิ่งสมมุติว่าความขัดแย้งในบางจุดแรงขึ้น มีการพัฒนาหัวรบและขีปนาวุธพิสัยกลางได้ ก็อาจหวาดเสียวกับภัยด้านนิวเคลียร์มากกว่านี้ ทั้งหมดก็เริ่มจากคำที่อ้างว่าเพื่อสันติได้ทั้งนั้น
การพัฒนานิวเคลียร์จากเพื่อสันติไปเป็นอุตสาหกรรมทางทหารของประเทศอาเซียนนั้นยากและกินเวลานาน แถมจะโดนขัดขวางสารพัด แต่เรือดำน้ำนิวเคลียร์ของมหาอำนาจยังคงลอยลำเลียบน่านน้ำในภูมิภาคไปมา การยกระดับขีดความสามารถทางทหารของจีนอาจทำให้การปรากฏของเรือดำน้ำประเภทนี้ในพื้นที่ปลอดนิวเคลียร์ตามข้อตกลงของอาเซียนนั้นมีความเป็นไปได้ อุบัติเหตุทางทะเลที่มาจากการปิดบังข้อมูลที่แท้จริงด้านยุทโธปกรณ์นั้นก็อาจเกิดขึ้นและสามารถกระทบต่อผู้ไม่เกี่ยวข้องก็ได้เสมอ การก่อการร้ายที่พัฒนาเทคนิครุดหน้าก็มีการกลัวกันเรื่องของระเบิดขนาดพกพาที่คนบ้าคนเดียวพาเดือดร้อนหมู่ เรื่องของอาวุธนิวเคลียร์จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวจนเกินไปนัก
อาเซียนคงไม่สามารถห้ามชาติใดไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือหยุดยั้งการแสวงหาเทคโนโลยีด้านอาวุธที่ดีที่สุดได้ แต่การพยายามวางกรอบที่ดีนั้นน่าจะลดโอกาสอันตรายลงได้ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมสารยูเรเนียม การกำหนดกรอบการสร้างสิ่งที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์อย่างละเอียด หรือการต่อต้านการก่อการร้าย นั้นอาจชะลอความวิตกไปได้บ้าง



