ข่าว

ยิ่งแก่ก็ยิ่งทรงคุณค่า(2)

ยิ่งแก่ก็ยิ่งทรงคุณค่า(2)

17 ต.ค. 2555

คอลัมน์ นอกบ้านผ่านเมือง : ยิ่งแก่ก็ยิ่งทรงคุณค่า (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

          โมโตะ มัตซูรา ประธานบริษัทจูเกน โคเกียว ยังสอนปรัชญาการจ้างงานใหม่ว่า "คนที่ยินดีทำงานก็ควรจะได้รับรางวัล โดยไม่เกี่ยงว่าจะมีอายุมากน้อยแค่ไหน เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย หรือถือสัญชาติไหน"

          ปกติบริษัทญี่ปุ่นก็เหมือนกับบริษัทส่วนใหญ่ในโลกที่มักจะมีนโยบายให้พนักงานเกษียณตอนอายุ 60-65 ปี  แต่ช่วงที่ประเทศชาติกำลังเผชิญกับปัญหาอัตราการเกิดต่ำมาก ขณะที่สังคมกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ  "ถ้าให้คนเกษียณอายุตอน 60 ปีแล้วก็กลายเป็นคนว่างงาน ไม่มีงานทำหรือไม่ต้องทำงานอะไรเลย เท่ากับว่าคนรุ่นใหม่ต้องรับภาระที่หนักหน่วงมากขึ้น ซึ่งจะไม่ทำให้สังคมก้าวไปข้างหน้าได้" วาตารุ อาโซะ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฟูกูโอกะถึง 4 สมัย ขณะนี้เป็นประธานบริษัทฟูกูโอกะ แอร์พอร์ต บิลดิ้ง จำกัด แม้จะมีอายุ 73 ปี ให้ความเห็นก่อนจะเสริมว่าคนแก่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังแข็งแรงและพร้อมจะทำงานต่อ "เราต้องการสร้างสังคมที่แม้กระทั่งผู้สูงอายุก็ยังกระฉับกระเฉงยินดีจะทำงานต่อไปเรื่อยๆ"

          จากการสำรวจของรัฐบาลพบว่า 71.1 เปอร์เซ็นต์ของผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 60-64 ปี บอกว่ายินดีจะทำงานต่อจนกระทั่งอายุ 70 ปีหรือนานเท่าที่จะทำได้
ขณะเดียวกันก็มีแรงกดดันให้ต้องเปิดโอกาสจ้างงานผู้สูงอายุมากขึ้นในสังคมที่มากด้วยผู้สูงอายุ

          จากข้อมูลของสถาบันประชากรแห่งชาติและศูนย์วิจัยความมั่นคงทางสังคมพบว่าเมื่อปีที่แล้ว ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มีสัดส่วนคิดเป็น 23.3 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ คาดว่าสัดส่วนนี้จะพุ่งเป็น 31.6 เปอร์เซ็นต์ในปี 2030 และ 38.8 เปอร์เซ็นต์ในปี 2050 

          เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เปลี่ยนไป ญี่ปุ่นค่อยๆยืดเวลาเกษียณออกไปจาก 60 ปีเป็น 65 ปี เช่นเดียวกับบริษัทใหญ่ๆ ที่ยอมให้พนักงานทำงานจนถึง 65 ปี

          บริษัทโคมัตสึ บริษัทด้านจักรกลก่อสร้างขนาดใหญ่ต้องจ้างพนักงานที่เกษียนแล้วให้กลับเข้าทำงานใหม่ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ให้ทำงานจนถึงอายุ 65 ปี โดยให้
เหตุผลว่า "พวกเขามีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องโนว์ฮาวและรู้จักถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่คนรุ่นหลังได้"

          ส่วนมัตซูราย้ำว่าคนงานสูงอายุจะช่วยเพิ่มกระบวนการผลิตของบริษัทให้สูงขึ้น "ถ้าบริษัทบีบให้พนักงานกลุ่มนี้ต้องลาออก ก็จะทำให้ความภักดีต่อบริษัทของพนักงานคนอื่นพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ผลตามมาก็คือพลอยทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีอ่อนป้อแป้ตามไปด้วย

 

          "ความภักดีของพนักงานที่คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่ดีที่สุดของประเทศนี้"

 

 

--------------------

(คอลัมน์ นอกบ้านผ่านเมือง : ยิ่งแก่ก็ยิ่งทรงคุณค่า (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)