
ประมูล3จีสุดถูก'สุริยะใส'เล็งยื่นศาลปค.
ประมูล3จีจบแล้ว-3บริษัทได้ใบอนุญาตครบ เครือเอไอเอสเสนอราคาสูงสุด "สุริยะใส" เล็งฟ้องศาลปกครองซ้ำ 17 ต.ค.หลังประมูล 3G สุดถูก เตรียมเอาผิด กสทช. ม.157 ชี้เป็นการประมูลที่ตลกที่สุดในโลก ทีดีอาร์ไอออกแถลงการณ์เรียกร้องกสทช.รับผิดชอบผลประมูล 3 จีเหลวตามคาด
16ต.ค.2555 ผู้สือข่าวรายงานว่า การประมูลคลื่นความถี่ 2.1 KHz หรือ 3จี ได้ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง จึงได้ข้อสรุปในการประมูลคลื่นความถี่ ทั้งนี้ มีการประมูลเป็นระยะเวลา 7 รอบ วงเงินรวมการประมูลอยู่ที่ 41,625 ล้านบาท โดยได้มีผู้เคาะราคาใบอนุญาตช่องความถี่ หรือ สล็อต ราคาที่ 4,500 ล้านบาท อยู่ที่ 6 สล็อต 4,725 ล้านบาท 1 สล็อต และ 4,950 ล้านบาท 2 สล็อตซึ่งถือเป็นวงเงินสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 3 บริษัท ประกอบด้วย ดีแทค เอไอเอส และทรู ได้ประมูลครบทุกใบอนุญาตรายละ 15 MHz รวมการประมูลครั้งนี้ มีการอนุญาตรวม 15 MHz
เครือเอไอเอสเสนอราคาประมูล3จีสูงสุด14,625ล้าน
การประมูลคลื่นความถี่ 2.1 KHz หรือ คลื่น 3G ที่จบลง บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค ได้เสนอราคาประมูลสูงสุดที่ 14,625 ล้านบาท จึงได้สิทธิ์ในการเลือกคลื่นความถี่ก่อน โดยได้เลือกชุดคลื่นความถี่ที่ 7, 8 และ 9 ขณะที่ บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ หรือ ทรู ได้สิทธิ์ในการเลือกชุดคลื่นความถี่เป็นอันดับที่ 2 เนื่องจากจับสลากได้สิทธิ์ก่อน หลังการเสนอราคาประมูลของบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ และบริษัท ดีแทค เน็ทเวิร์ค มาในราคาที่เท่ากันที่ 13,500 ล้านบาท โดย บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ ได้เลือกชุดคลื่นความถี่ 4, 5 และ 6 บริษัท ดีแทค เน็ทเวิร์ค ก็ได้เลือกชุดคลื่นความถี่ที่ 1, 2 และ 3 ทั้งนี้ ในอีก 3 วัน ทาง กสทช. จะประกาศผู้ที่เสนอราคาประมูลสูงสุด และจะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่านความถี่ 2.1 KHz และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ให้แก่ผู้เข้าร่วมประมูล ภายหลังปฏิบัติไปตามเงื่อนไขที่ถูกต้องครบถ้วนภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการประมูลอย่างเป็นทางการ
"สุริยะใส"เล็งยื่นศาลปค.ใหม่
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงผลการประมูล 3จี ว่า ผลที่ออกมาร้ายกว่าที่คาดการณ์ และที่สำคัญข้อกังวลที่ได้บรรยายไปในคำฟ้องต่อศาลปกครองก็เกิดขึ้นจริงทุกประการ เช่น ความน่าจะเป็นในการฮั้ว จากเกณฑ์ประมูลที่ กสทช.ออกแบบ นอกจากนี้ที่ผิดปกติมากๆ คือมี 6 ใบจากทั้งหมด 9 ใบอนุญาต ไม่มีการแข่งขันใดๆ โดยราคาประมูลอยู่ที่ราคาเริ่มต้น คือ 4,500 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนที่แข่งกันมีแค่ 3 ใบ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าแข่งกันจริงหรือไม่ ต้องไปดูรายละเอียดในการเคาะของผู้เข้าแข่งขัน แต่ละครั้งอีกที ซึ่ง กสทช.ต้องเปิดเผยรายละเอียด
"ผมกำลังปรึกษานักกฎหมายอาจร้องให้ศาลท่านไต่สวนฉุกเฉินอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เพราะข้อเท็จจริงปรากฎแล้วว่าการประมูลครั้งนี้ไม่ชอบมาพากล"นายสุริยะใสกล่าว
ทีดีอาร์ไอออกแถลงการณ์เรียกร้องกสทช.รับผิดชอบ
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องไปยังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสท.) ให้รับผิดชอบต่อผลการประมูลคลื่น 3จี ที่ผ่านมาว่า "ผลการประมูลคลื่น 3จี เป็นไปตามที่คาดหมายของผม คือ ได้ราคาเพิ่มขึ้นจากราคาตั้งต้นเพียงเล็กน้อยคือประมาณร้อยละ 2.8 เท่านั้น คือ เพิ่มจากราคาตั้งต้นโดยรวม 9 ใบ ที่ 40,500 ล้านบาท เป็นเพียง 41,650 ล้านบาทเท่านั้น โดยมีคลื่น 6 ชุดที่มีราคาประมูลเท่ากับราคาตั้งต้น
การประมูลครั้งนี้แม้จะทำให้ประชาชนมีบริการ 3จี ใช้กันอย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า แต่ก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชาชนในฐานผู้เสียภาษี เมื่อเทียบจากราคาประเมินถึง 16,335 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการทั้งสามรายได้ประโยชน์จากส่วนต่างนี้ไปเป็นเสมือน “ลาภลอย” ทั้งนี้ยังไม่รวมประโยชน์ที่ได้จากการลดค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายให้รัฐอีกปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาท ที่สำคัญการที่แต่ละรายได้คลื่น 3จี มูลค่าถูกแสนถูกต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาทต่อปี จะไม่มีผลต่ออัตราค่าบริการ 3จี ที่ประชาชนต้องจ่ายแต่อย่างใด นอกจากจะเพิ่มกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทผู้ประกอบการ ดังจะเห็นได้จากราคาหุ้นของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้น
ผลการประมูลครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลที่กสทช. พยายามโฆษณาให้ประชาชนเชื่อมาโดยตลอดว่าจะมีการแข่งขันมาก เนื่องจากคลื่นความถี่แต่ละชุดมีความแตกต่างกันมาก เสมือนเป็นที่ดินทำเลดีติดทะเลกับที่ดินแออัดติดถนนใหญ่ไม่เป็นความจริง และตอกย้ำความเชื่อของสาธารณชนในวงกว้างที่ว่า การประมูลครั้งนี้มีลักษณะเอื้อต่อการสมคบกันของผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ผลการประมูลยังชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรงของการออกแบบการประมูล 2 ประการ คือ หนึ่ง การจำกัดคลื่นความถี่ที่ผู้ประกอบการแต่ละรายจะสามารถถือครองได้ให้เท่ากัน ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันอย่างที่ควรจะเป็น สอง การกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ทำให้เกิดความเสียหายมาก เมื่อไม่มีการแข่งขันกันเท่าที่ควร ทั้งนี้ หาก กสทช. ได้รับฟังข้อทักท้วงของฝ่ายต่างๆ ก็จะไม่เกิดข้อผิดพลาดดังกล่าวขึ้น
ผมจึงขอเรียกร้องให้ กสทช. รับผิดชอบต่อความเสียหายต่อรัฐและประชาชนที่เกิดขึ้น โดยให้แถลงต่อประชาชนว่า จะมีการรับผิดชอบอย่างไร และขอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ
นอกจากนี้ ในการประมูลคลื่นความถี่ 4จี และคลื่นความถี่อื่นๆ ที่จะมีขึ้นต่อไป ก็ขอให้ระวังอย่าได้ใช้แนวทางเดียวกันมาดำเนินการอีก"



