ข่าว

'ณัฐวุฒิ'ซัด'สุเทพ'เมินรับคำท้าดีเบต

'ณัฐวุฒิ'ซัด'สุเทพ'เมินรับคำท้าดีเบต

16 ต.ค. 2555

'ณัฐวุฒิ' ซัด 'สุเทพ' เมินรับคำท้าดีเบต เหตุกลัวความจริง เหน็บ 'ศิริโชค' เป็นวอลเปเปอร์ เชื่อ 'ครม.สัญจรสมุย' ไร้ม็อบป่วน ชี้คนใต้มีเหตุผล

                        16 ต.ค.55 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และแกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า ตนไม่มีราคาพอที่จะดีเบตด้วย หลังจากที่ตน เชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ ดีเบต เรื่องชายชุดดำว่า นายสุเทพ น่าจะรู้จักประเมินราคาตัวเอง ตนเป็นส.ส.ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาอย่างถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย และรัฐบาลก็ยังได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนต่างจากรัฐบาลในสมัยของนายสุเทพ ที่มีจากการรัฐบาล การใช้กระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐาน การชุมนุมยึดทำเนียบ สนามบินสุววรณภูมิ รวมถึงการพลิกขั้วย้ายข้างตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นวิธีที่คนทั่วโลกปฏิเสธทั้งสิ้นจึงควรทบทวนตัวเอง

                        ทั้งนี้ข้อเสนอที่ตนได้เสนอไปนั้น แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับปฏิเสธและไปตั้งเวทีปราศัยโจมตีรัฐบาล ซึ่งข้อเสนอตนเป็นไปอย่างสร้างรรค์โดยการดีเบตผ่านทีวีดาวเทียมของทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ตัวต่อตัว ไม่ต้องมีกองเชียร์ และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ดังนั้นเมื่อนายสุเทพ ออกมาปฎิเสธเช่นนี้เท่ากับว่า ไม่กล้าเผชิญความจริง เพราะกลัวการดีเบตเป็นเรื่องแสลงใจรับไม่ได้ อย่างไรก็ตนตามยืนยัน ว่า จะปกป้องเกียรติยศและชื่อเสียงของประชาชน ซึ่งหากประชาชนที่คิดว่าได้รับความเสียหายก็ให้ฟ้องร้องดำเนินคดี เช่นเดียวกับที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

                        ส่วนที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตอบรับข้อเสนอและพร้อมดีเบตแทนนายสุเทพนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ขอสนองศรัทธานายศิริโชค เพราะแม้แต่ในพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับ เห็นได้ชัดจากการที่เคยเสนอตัวเป็นโฆษกพรรค แต่พรรคก็เลือก นพ.บูรณัชย์ สมุทรรักษ์ เป็นโฆษกแทน หากนายศิริโชค อยากมีส่วนร่วม ตนก็จะอนุญาตให้มายืนเป็นวอลเปเปอร์ได้ ถ้านายอภิสิทธิ์มาดีเบตด้วย

                        นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อถึงกรณีที่รัฐบาลจะมีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีว่า ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะพี่น้องคนใต้มีเหตุผล และนายกฯก็ไม่ใช่เป็นผู้นำที่ก่อความขัดแย้ง และเป็นนายกฯที่ตั้งใจทำงาน จึงเชื่อว่าประชาชนภาคใต้จะเปิดใจยอมรับ เพราะคิดว่าไม่น่าจะปฎิเสธโอกาสเพื่อพัฒนาประชาชนในพื้นที่ และไม่คิดว่าจะมีใครไปจัดตั้งมวลชนมาคัดค้านเช่นกัน