ข่าว

'ปู'ถึงคูเวต-ถกสุดยอดผู้นำเอเชีย

'ปู'ถึงคูเวต-ถกสุดยอดผู้นำเอเชีย

16 ต.ค. 2555

'ยิ่งลักษณ์' ถึงคูเวต ร่วมถก 'เอซีดี' ร่วมกับผู้นำประเทศในเอเชียกว่า 32 ประเทศ ชูขยายความมั่นคงทางอาหาร-พลังงาน

                        16 ต.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนรัฐคูเวตอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue: ACD) ระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม 2555 โดยนายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้เพื่อแสดงและย้ำบทบาทไทยในกรอบความร่วมมือเอเชีย ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการประชุมระดับผู้นำครั้งแรก พร้อมกับกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือรอบด้านกับรัฐคูเวต

                        วันนี้ (15 ต.ค.55) เวลา 14.20 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะประกอบด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเครื่องบินพิเศษของบริษัทการบินไทยจำกัด มหาชน เพื่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติคูเวต (Kuwait International Airport) รัฐคูเวต

                        โดยนายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนดการเดินทางถึงคูเวต ในเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (เวลาที่กรุงคูเวตช้ากว่ากรุงเทพฯ 4 ชั่วโมง) ก่อนจะเดินทางไปยังพระราชวังบายัน (Bayan Palace) ซึ่งรัฐบาลคูเวตจัดให้เป็นที่พักของผู้นำ ACD จากนั้นเวลา 19.30 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกล่าวเปิดงานเลี้ยงรับรองเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของคูเวตต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศไทย ณ โรงแรม Missoni ดังนี้

                        นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีสำหรับการเยือนคูเวตอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำครั้งแรกของกรอบความร่วมมือเอเชีย หรือ ACD ซึ่งการสนับสนุนของไทยต่อคูเวตในกรอบ ACD นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันต่ออนาคตของเอเชีย แต่ยังรวมถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่มีมาเกือบ 5 ทศวรรษ

                        ทั้งนี้ความเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจระหว่างไทยและคูเวตนั้นยังคงเติบโตและมีการค้าระหว่างกันที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 185 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจากคูเวตกว่า 40,000 คนในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เดินทางไปประเทศไทย อีกทั้งนักธุรกิจไทยที่สนใจดำเนินการค้าและการลงทุนกับคูเวตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไทยและคูเวตจึงมีพื้นฐานที่เข้มแข็งที่จะเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดและวันนี้ความใกล้ชิดจะเพิ่มมากขึ้น

                        ประเทศไทยยังคงเป็นที่น่าสนใจเพื่อการลงทุน เนื่องจากรัฐบาลมุ่งดำเนินนโยบายเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน โดยเฉพาะนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจขั้นฐาน ที่เน้นส่งเสริมการใช้จ่ายและลงทุนในประเทศ ด้วยงบประมาณสูงถึง 74,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางคมนาคมทางรถไฟ ด้วยรถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนการขยายพื้นที่ให้บริการของท่าอากาศยานนานชาติของไทย นอกจากนี้ ไทยจะเป็นศูนย์กลางประชาคมอาเซียน ที่จะเป็นประตูสู่การลงทุนในเมียนมาร์ ในโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งจะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงไทยสู่อินเดียและตะวันออกกลาง

                        ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้ย้ำสาขาความร่วมมือที่มีศักยภาพ คือ อุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ผ่านยุทธศาสตร์ ครัวไทยสู่ครัวโลก ไทยจึงมองหาหุ้นส่วนที่จะช่วยผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะส่วนของอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 ในปีที่ผ่านมา รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลทางภาคใต้ของไทย ที่สามารถผลิตสินค้าได้มาตรฐานส่งออก

                        นอกจากนี้พลังงานที่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อการผลิตอาหาร พลังงานเป็นส่วนประกอบสำคัญของห่วงโซ่การผลิตอาหาร นับตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว และจนถึงระบบการจัดส่งและโลจิสติกส์ หากไม่มีพลังงานที่จะสนับสนุนอย่างเพียงพอ ไทยก็ไม่สามารถมีผลิตภัณฑ์อาหารที่แข่งขันได้ ดังนั้นความมั่นคงทางอาหารและความมั่นคงทางพลังงานจึงสัมพันธ์และเชื่อมโยงกัน และเป็นสาขาความร่วมมือที่ไทยและคูเวตจะเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

                        เพื่อให้การเชื่อมโยงทางธุรกิจมีความเข้มแข็ง จึงมีนักธุรกิจไทยที่สนใจจะลงทุนในคูเวต ทั้งด้านพลังงาน สาธารณสุขและบริการการท่องเที่ยว ร่วมเดินทางมาในโอกาสนี้ด้วย โดยนายกรัฐมนตรีหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะประสบความสำเร็จในการสร้างเสริมความเข้มแข็งความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างกัน

 

-------------------------------------

 

(ขอบคุณภาพจาก : เฟซบุ๊ก : Yingluck Shinawatra)