ข่าว

'ตำรวจนอกรีต'สวมรอย...ปล้นทรัพย์

'ตำรวจนอกรีต'สวมรอย...ปล้นทรัพย์

16 ต.ค. 2555

'ตำรวจนอกรีต' สวมรอย...ปล้นทรัพย์ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

                หลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณตู้เอทีเอ็ม และกล้องวงจรปิดภายในร้านสะดวกซื้อ คือเบาะแสสำคัญที่ทำให้ชุดสืบสวนจับกุมแก๊งคนร้ายอ้างตัวเป็น "เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส." ร่วมกันปล้นทรัพย์ "สองสามีภรรยา" อ้างมีพฤติกรรมพัวพันยาเสพติดก่อนรื้อค้นทรัพย์สินรวมมูลค่าเกือบ 2 ล้านบาทหลบหนี
 
                กลางดึกวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายประจักษ์ โชคศิริ อายุ 28 ปี และ น.ส.สมิตานัน ชยะโยธินกุล อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96/251 หมู่บ้านร่วมทางฝัน เสนาวิลล่า หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.คูคต ว่าถูกคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 5 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) บุกเข้ามาตรวจค้นอ้างว่า สืบหายาเสพติด แล้วฉกเอาทรัพย์สินภายในบ้านพร้อมทั้งรถยนต์หรูและอุ้มตัวไปปล่อยทิ้งไว้
 
                ผู้เสียหายให้การสอดคล้องกันว่า ช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่มของคืนวันที่ 8 ตุลาคม ระหว่างพักผ่อนอยู่ภายในบ้านมีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี สีขาว และรถกระบะไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียนขับมาจอดหน้าบ้าน แล้วมีชายฉกรรจ์ 5 คนลงมาจากรถ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. แล้วอ้างว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด
 
                "ชายฉกรรจ์จับผมและภรรยามัดมือแล้วเอาผ้าผูกตา จากนั้นคนทั้งหมดก็ช่วยกันรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน โดยเอาเงินสดกว่า 2 แสนบาท อาวุธปืนขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี สีดำ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีขาว โดยคนร้ายข่มขู่ขอสมุดธนาคาร บัตรกดเงินสด พร้อมหมายเลขรหัสกดเงิน ผมกลัวจะถูกทำร้ายร่างกายจึงได้บอกไป" นายประจักษ์กล่าว
 
                พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รองผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.นราเดช ทิพย์รัตน์ ผกก.สภ.คูคต และชุดสืบสวน สภ.คูคต เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยผู้เสียหายพาชี้จุดเกิดเหตุ
 
                "ผู้เสียหายให้การว่าไม่รู้จักกับคนร้ายมาก่อน หลังจากคนร้ายรื้อค้นทรัพย์สินก็ถูกนำตัวขึ้นรถกระบะแล้วปล่อยให้ผู้เสียหายลงบริเวณหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวสองพี่น้อง คลอง 7 ถนนรังสิต-องครักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แล้วส่งเงินให้ 1,500 บาท จากการตรวจที่เกิดเหตุภายในบ้านของผู้เสียหาย ชุดสืบสวนพบเศษยาเสพติดประเภทยาไอซ์ประมาณ 0.001 กรัม จึงสอบถามผู้เสียหาย โดยนายประจักษ์ยอมรับแล้วให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน จึงจับกุมนายประจักษ์ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติด" พ.ต.อ.นราเดชกล่าว
 
                ข้อมูลที่ผู้เสียหายบอก ทำให้ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนร้าย โดยเร่งตรวจสอบข้อมูลเส้นทางของคนร้ายโดยพบว่า 1 ใน 5 คนร้ายนำบัตรกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ สาขารังสิต ประกอบกับข้อมูลการสืบสวนพบว่า แก๊งคนร้ายลักษณะนี้เคยก่อเหตุในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
 
                "หนึ่งในคนร้ายที่ลงไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มชุดสืบสวนตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับคนร้ายที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งพนักงานสอบสวนออกหมายจับคนร้ายคือนายศราวุธ จุ้ยม่วงศรี อายุ 44 ปี" พ.ต.อ.สมบัติ กล่าว
 
                หลังจากชุดสืบสวนทราบข้อมูลของนายศราวุธ ว่าเป็น 1 ใน 5 คนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุ จึงพยายามหาข้อมูลของแก๊งคนร้ายแก๊งนี้จนกระทั่งได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายชูพงษ์ สระทองยอด อายุ 47 ปี มีส่วนเกี่ยวข้องและหลบหนีไปที่ จ.พิษณุโลก จึงออกติดตามและเชิญตัวมาสอบสวน นายชูพงษ์ ให้การรับสารภาพแล้วซัดทอด ร.ต.อ.ธีรรัตม์ สุวรรณวาส์ม อายุ 38 ปี รองสวป.สน.บางยี่ขัน นายเอกลักษณ์ ชุ่มเชื้อ อายุ 25 ปี และ นายอนิวัตต์ รอเดช อายุ 25 ปี ร่วมกันก่อเหตุอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.
 
                พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.  พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 ร่วมกันสั่งการให้ชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดโดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ซึ่ง นายชูพงษ์ รับว่า ร.ต.อ.ธีรรัตม์ ลงไปซื้อกรรไกรเพื่อนำมาตัดสายพลาสติกใช้สำหรับรัดข้อมือสองสามีภรรยา
 
                "ชุดสืบสวนจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 4 คน เหลือเพียงนายศราวุธ ที่ยังหลบหนีอยู่ ซึ่งพฤติการณ์ของคนร้ายจะเลือกผู้เสียหายที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะคิดว่าผู้เสียหายจะไม่กล้าไปแจ้งความ จะได้ข่าวจากวงการพนันและวงการยาเสพติด หลังจากก่อเหตุจะแบ่งทรัพย์สินกันไป ทั้งหมดจะเอาเงินไปเที่ยวเตร่ โดยมี ร.ต.อ.ธีรรัตม์ ซึ่งมีฉายาว่า “นาย” เป็นผู้วางแผนแบ่งงาน ส่วนนายศราวุธที่ยังหลบหนีจะมีหน้าที่ขับรถ จัดหาเหยื่อและกดเงินจากบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหาย สำหรับคนที่เหลือจะควบคุมตัวผู้เสียหายและกวาดทรัพย์สินภายในบ้าน โดยผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้รับสารภาพว่าก่อเหตุลักษณะดังกล่าวหลายท้องที่รวมแล้ว 8 ครั้ง" พล.ต.อ.เอก กล่าว

.......

(หมายเหตุ : 'ตำรวจนอกรีต' สวมรอย...ปล้นทรัพย์ :  ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)