
แห่จับจองทำเลทอง'คอนโดฯหัวหิน'
คอนโดฯ 'หัวหิน' ทำเลทอง ชาวไทย-เทศแห่จับจองบ้านหลังที่สอง
"หัวหิน" เป็นสถานที่ตากอากาศที่มีมนต์เสน่ห์และมีประวัติยาวนาน เป็นสถานที่ตากอากาศที่มีระดับมาหลายยุคสมัย จนถึงปัจจุบันหัวหินยังคงเป็นสถานที่ตากอากาศสำคัญ เป็นศูนย์รวม รีสอร์ท-สปา สนามกอล์ฟชั้นนำระดับเวิลด์คลาส, แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย โดยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ต่ำกว่าปีละ 5 ล้านคน มีกำลังซื้อจากประชากรทั้งในเมืองหัวหิน ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชะอำ เพชรบุรี กว่า 1.5 ล้านคน รวมถึงชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่มากกว่า 2 หมื่นคน
หัวหินมีการเติบโตของที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม ที่มีอยู่แล้วและอยู่ในระหว่างก่อสร้างกว่า 4.5 หมื่นยูนิต และยังมีบ้านพักตากอากาศและที่อยู่อาศัยของชาวต่างประเทศอีกจำนวนมาก ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้หัวหินเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก อีกทั้งเป็นประตูเศรษฐกิจสู่ภาคใต้ของประเทศไทย
นายสุรศักดิ์ ลิมปอารยะกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ตลาดคอนโดมิเนียมที่หัวหินยังเป็นที่น่าสนใจสำหรับชาวไทยที่อยากซื้อบ้านหลังที่สอง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 มีคอนโดมิเนียมจำนวน 17,349 ยูนิต ถือว่าเพิ่มขึ้นมาก จากที่ในปี 2554 คอนโดฯ ที่หัวหินและชะอำมียูนิตเพิ่มขึ้นใหม่ 3,956 ยูนิต ซึ่งผู้ซื้อคอนโดฯในหัวหินมากกว่า 75% เป็นคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่มาจากครอบครัวร่ำรวยในกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ ก็มีชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทย และชาวต่างชาติที่เกษียณอายุเข้ามาซื้อคอนโดฯ ริมชายหาด โดยมีปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อคอนโดฯ ของชาวต่างชาติคือ ความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของผู้พัฒนาที่ดิน ในขณะที่คอนโดฯ ที่ราคาย่อมเยามักจะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับชาวต่างชาติผู้เกษียณอายุ
"ชาวต่างชาติที่ซื้อคอนโดมิเนียมในหัวหิน แตกต่างจากชาวต่างชาติที่ภูเก็ตหรือสมุย เพราะส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้เกษียณอายุหรือผู้ที่มีคู่สมรสไทย ซึ่งคนเหล่านี้มีงบประมาณจำกัด และต้องการซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับการใช้งานส่วนตัวเป็นบ้านหลังที่สอง ในช่วงฤดูหนาวของประเทศตนเองมากกว่า" ผู้บริหารไนท์แฟงค์ แจงและว่า
เนื่องจากกฎระเบียบในการเป็นผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทยเข้มงวดมาก ชาวต่างชาติที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยจึงเพ่งเล็งความสนใจมาที่ยูนิตคอนโดฯ ที่สามารถซื้อได้ในรูปแบบการครอบครองกรรมสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์อย่างสมบูรณ์ ชาวต่างชาติเหล่านี้จึงมักจะหายูนิตคอนโดฯ ที่ห่างจากทะเล เพราะราคาจะถูกกว่ายูนิตที่อยู่ติดกับชายหาด
ทั้งนี้ ในช่วงที่หัวหินบูมมาก ที่ผ่านมาจำนวนยูนิตของคอนโดมิเนียมขายได้ประมาณ 1,000 ถึง 1,200 ยูนิตต่อปี แต่ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้มี 1,655 ยูนิตที่ได้ขายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ความต้องการที่ทวีคูณมากขึ้นก็ยังไม่เท่ากับคอนโดมิเนียมที่มีอยู่ จึงทำให้อัตราการขายลดลงจาก 45% ในปี 2554 เหลือ 44% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 โดยที่ผ่านมา คอนโดมิเนียมในหัวหินสามารถขายได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะยูนิตที่อยู่ในโครงการริมชายหาด และ/หรือโครงการที่สามารถเห็นวิวทะเลได้จากที่พัก แต่เมื่อไม่นานมานี้ คอนโดมิเนียมที่ห่างจากทะเลได้รับความสนใจมากกว่า ด้วยขนาดห้องที่กะทัดรัด และราคายูนิตที่ย่อมเยา
"คนที่มีงบประมาณจำกัดก็สามารถเลือกคอนโดมิเนียมในชะอำที่เห็นวิวทะเลได้เช่นกัน ด้วยราคาขายเฉลี่ยที่ต่ำกว่าเพียงตารางเมตรละ 92,404 บาท แต่ราคานี้จะยิ่งถูกมากขึ้นสำหรับยูนิตที่ยิ่งห่างไกลออกไปจากทะเล" นายสุรศักดิ์กล่าว
ขณะที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป ก็มีความให้สอดคล้องกัน โดยเตรียมปักธงเปิดโครงการใหม่ “BL?PORT, Hua Hin Resort Mall” ศูนย์การค้าครบวงจรในรูปแบบรีสอร์ทมอลล์แห่งแรก มูลค่า 4,000 ล้านบาท "ศุภลักษณ์ อัมพุช" รองประธานกรรมการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป กำลังเดินหน้าธุรกิจใหม่ ด้วยการร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท ประยูรวิศว์ จำกัด สร้างปรากฏการณ์ศูนย์การค้ารูปแบบใหม่ใจกลางเมืองหัวหิน บนพื้นที่ 140,000 ตารางเมตร ใจกลางเมืองหัวหิน ตรงข้ามโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท
"โครงการดังกล่าว จะทำให้หัวหินเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเมืองตากอากาศชั้นนำระดับโลกของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศรวมถึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองหัวหิน ซึ่งการมาเปิดโครงการใหม่ที่หัวหินของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสทางธุรกิจครั้งสำคัญของเดอะมอลล์ กรุ๊ป และคู่ค้าทางธุรกิจที่จะขยายการเติบโตด้านธุรกิจไปด้วยกัน ในขณะเดียวกัน ยังช่วยเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวให้เมืองหัวหิน ด้วยศูนย์การค้าครบวงจรในรูปแบบรีสอร์ทมอลล์ บนทำเลที่ดีที่สุดใจกลางเมืองหัวหิน" ศุภลักษณ์ กล่าว



