ข่าว

"เทพไท"โต้พท.ตั้งฉายาให้รบ.แค่พวก“ลิเกหลงโรง”

"เทพไท"โต้พท.ตั้งฉายาให้รบ.แค่พวก“ลิเกหลงโรง”

25 พ.ค. 2552

“เด็กมาร์ค” ปัด “นาย” 2 มาตรฐาน จวก “พท.” กลับไปดู “นายใหญ่” ตัวเอง ซัด แค่พวก “ลิเกหลงโรง” ส่วน “โฆษกฯพท.” เป็น “ไอ้จ๋อจ้อหน้าจอ” จวกกลับ ใครโกหกใครกันแน่ “แม้ว” ถือพาสปอร์ตหลายใบ โต้ “นพดล” เหตุปราสาทพระวิหาร “รบ.” พร้อมแก้ไขปัญหาทั้งหมดที่ “นพดล” สร้

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีอีกหลายคน ว่า อาจเป็นมุขตลกหรือต้องการให้เป็นสีสันในการแถลงข่าว แต่นั่นคือพฤติกรรมของพวก “ลิเกหลงโรง” แต่สิ่งที่ติดใจคือการตั้งฉายาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า 2 มาตรฐาน คิดว่าพรรคเพื่อไทยต้องชี้ชัดรายละเอียดมาเลยว่า อะไรเป็น 2 มาตรฐานหรือดับเบิ้ล สแตนดาร์ด เกิดขึ้นในยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เห็นได้จากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติกรรมหลายอย่างเช่น

1.การบริหารประเทศ โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศชัดเจนเองว่า จังหวัดใดเลือก ส.ส.ไทยรักไทยก็จะพัฒนาจังหวัดนั้นก่อน
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 2.การโยกย้ายข้าราชการ พ.ต.ท.ทักษิณก็พูดชัดว่า ถ้าเป็นคนของตัวเอง ถ้าไม่เข้าเกณฑ์การโยกย้ายก็จะอ้างระบบ “ฟาสแทร็กค์” มาใช้ แต่ถ้าไม่ใช่คนของตัวเองก็จะอ้างใช้ระบบอาวุโส

3.การเสียภาษีที่จะเรียกเก็บจากชาวบ้านร้านตลาดทุกคน แม้แต่คนขายกล้วยทอดก็เก็บ แต่กรณีของตัวเองที่ขายกิจการโทรคมนาคมเครือชินคอเปอร์เรชั่น ให้กับกลุ่มเทมาเส็กของสิงคโปร์ มูลค่า 7.6หมื่นล้านบาท แต่กลับไม่เสียภาษีให้รัฐแม้แต่บาทเดียว 4.การบังคับใช้กฏหมายในยุคของพ.ต.ท.ทักษิณ จะเห็นได้ว่าการแก้กฎหมายพิกัดสรรพสามิตเพื่อแก้สัญญาสัมปทาน เพื่อประโยชน์ของตัวเอง การยกเว้นภาษีศุลกากรนำเข้าอุปกรณ์สื่อสารก็เป็นเรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ

นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนเรื่อง 2 มาตรฐานเกี่ยวกับความยุติธรรม ขณะที่บุคคลทั่วไปถูกศาลพิพากษาจำคุกก็ต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษา แต่พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อศาลพิพากษาสั่งจำคุกกลับพยายามดิ้นรน เพื่อแก้กฎหมายให้ตัวเองพ้นคุก ตนคิดว่าทั้งหมดนี้คือดับเบิลแสตนดาร์ดและ 2 มาตรฐานจริง ๆ

“ดังนั้นคนที่ให้ฉายากับนายอภิสิทธิ์ ว่าเป็น สองมาตรฐานก็อยากให้กลับไปดูเจ้านายของตัวเองก่อน ซึ่งตนจำเป็นจะต้องตั้งฉายาให้กับพวกคุณบ้าง แต่ไม่ใช่ฉายาของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมีฉายามากแล้ว แต่ขอตั้งฉายาให้กับ “ลิเกหลงโรง” โฆษกพรรคเพื่อไทยว่า “ไอ้จ๋อจ้อหน้าจอ” หากไม่สุภาพก็ขอเปลี่ยนเป็น “เจ้าจ๋อจ้อหน้าจอ” สำหรับอีกคนที่เป็นซากเดนสื่อมวลชนที่เข้าไปเป็นทีมงานโฆษกพรรคเพื่อไทย ตนคิดว่าเป็นการเดินรอยตามลูกพี่ ถือเป็นการผสมโรงกับลิเกหลงโรงอีกคนหนึ่ง ดังนั้นตนจะไม่ให้ความสำคัญไม่ตั้งฉายาให้” โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายเทพไท  กล่าวถึงกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ  ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตีสองหน้า พร้อมทั้งเรียกร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาต่อสู้คดีในประเทศไทย ขณะที่ นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค และนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค ออกมาลดความน่าเชื่อถือพ.ต.ท.ทักษิณว่า เป็นความรู้สึกที่จริงใจต่อการเรียกร้องของนายกฯ ที่ต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาสู้คดีในเมืองไทย ตนเห็นว่าเป็นหนทางเดียวที่จะพิสูจน์ความเป็นธรรมและพฤติกรรมของพ.ต.ท.ทักษิณในอดีตที่เกิดขึ้น พวกตนไม่เคยมีพฤติกรรมตีสองหน้าตามที่นายนพดลกล่าวหา

โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่นายนพดลระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณใช้พาสปอร์ตของประเทศมอนเตเนโกร และไม่ได้ถือพาสปอร์ตของประเทศกัมพูชาและเยอรมันนั้น คิดว่านายนพดลต้องกลับไปตรวจสอบข้อมูลที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่าข้อมูลของใครถูกต้อง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยยืนยัน และแสดงความเห็นเรื่องพาสปอร์ตของพ.ต.ท.ทักษิณ มีแต่ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ออกมาพูดว่า วันที่ไปเยี่ยม พ.ต.ท.ทักษิณที่ดูไบ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ชูพาสปอร์ตขึ้น 6-7 เล่ม ซึ่งมีพาสปอร์ตของกัมพูชาและเยอรมันด้วย โดย ร.ต.อ.เฉลิมยืนยันว่า ไม่ได้มีเฉพาะพาสปอร์ตเฉพาะของประเทศไทยเท่านั้น แต่นายนพดลกลับออกมาปฏิเสธว่า ไม่มีพาสปอร์ตของกัมพูชาและเยอรมัน จึงไม่แน่ใจว่าใครโกหกกันแน่ ระหว่างนายนพดล ร.ต.อ.เฉลิมและพ.ต.ท.ทักษิณ

นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนที่นายนพดลออกมาระบุเรื่องฮ่องกง ปัดให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยที่จะจับกุมตัว พ.ต.ท.ทักษิณมาดำเนินคดี โดยอ้างว่า ฮ่องกงได้สอบถามถึงความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งรัฐบาลไทยไม่สามารถตอบยืนยันได้ว่า ผิดอย่างไรนั้น ในรายละเอียดตนไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร แต่ที่ปรากฏชัดเจนคือ ตลอดเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะระยะหลังนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยเดินทางไปจีนและฮ่องกงเลย จะเห็นได้ว่าเวลานี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะเลือกพักที่ดูไบเป็นประจำ หากนายนพดลเชื่อมั่นว่า รัฐบาลฮ่องกงไม่ร่วมมือกับรัฐบาลไทย ก็ขอให้พ.ต.ท.ทักษิณพิสูจน์ว่าทั้งสองประเทศไม่ให้ความร่วมมือ โดยการเดินทางไปพักที่ประเทศจีนและฮ่องกงก็จะรู้เอง เพราะพ.ต.ท.ทักษิณมีความผิดชัดเจนตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100 มีโทษจำคุก 2 ปี โดยรัฐบาลไทยได้ยืนยันกับประเทศต่างๆว่า พ.ต.ท.ทักษิณถูกศาลพิพากษาโทษจำคุก 2 ปีจริง ดังนั้น การที่นายนพดลอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความผิดที่จะถูกลงโทษนั้น เป็นการกล่าวอ้างเพื่อให้คนหลงเชื่อ ว่ารัฐบาลหรือกระบวนการยุติธรรมของไทยกลั่นแกล้ง พ.ต.ท.ทักษิณว่าล้มเหลว

ส่วนกรณีที่นายนพดลอ้างถึงการยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี 4 ข้อ เกี่ยวกับการทวงคืนเขาพระวิหานั้น โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากนายนพดลต้องการที่จะทำให้เรื่องนี้กระจ่างชัด รัฐบาลก็ยินดีที่จะรับหนังสือดังกล่าว และวันนี้รัฐบาลก็พยายามแก้ไขปัญหาทั้งหมดที่นายนพดล ซึ่งเป็นอดีตรมว.ต่างประเทศ ขณะนั้นสร้างปัญหาไว้ อย่างไรก็ตาม คิดว่ารัฐบาลนี้ยืนยันที่จะแก้ไขปัญหากับข้อตกลงที่รัฐบาลยุคนายนพดลทำไว้ เพื่อไม่ให้รัฐบาลไทยเสียเปรียบ โดยพยายามไม่ให้ประเทศไทยเสียดินแดนแม้แต่นิ้วเดียว