ข่าว

เฮ!3จีลุยต่อ-ศาลปค.ไม่รับคดี'อานุภาพ'

เฮ!3จีลุยต่อ-ศาลปค.ไม่รับคดี'อานุภาพ'

15 ต.ค. 2555

ศาลปกครองสั่งเดินหน้าประมูล 3 จี 16 ต.ค.นี้ หลังไม่รับฟ้องคดี'อานุภาพ'

                15 ต.ค.55 นายศรัณยู โพธิรัชตางกูร ตุลาการเจ้าของสำนวนและองค์คณะมีคำสั่งยกคำฟ้อง ที่นายอานุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระ ที่ยื่นฟ้อง กสทช. กระทำการโดยมิชอบ ในการจัดประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ในวันที่ 16 ต.ค.55 ซึ่งผู้ฟ้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการประมูล 3 จี เป็นการชั่วคราว

                ทั้งนี้ โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้ นายอานุภาพ ผู้ฟ้อง ยังไม่เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายโดยตรงตาม พรบ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 อีกทั้ง คดีนี้ไม่ว่าจะเป็นการออกประกาศจะเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนในระดับชาติและท้องถิ่น ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งก็ตาม แต่การดำเนินการดังกล่าวของกสทช.ยังถือไม่ว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ของนายอานุภาพ ผู้ฟ้องตามรัฐธรรมนูญ ฯ ปี 2550 เนื่องจากการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของนายอานุภาพ ผู้ฟ้องในฐานะประชาชนทั่วไป ในคดีนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการประมูลเกิดขึ้น และผู้ชนะการประมูลซึ่งได้รับใบอนุญาต 3 จี ประกอบกิจการโทรคมนาคมบกพร่องในเรื่องพื้นที่ คุณภาพการให้การบริการ หรือมีอัตราค่าบริการที่สูงเกินไป และกสทช. ไม่อาจดำเนิน หรือละเลยไม่ดำเนินการกับผู้รับใบอนุญาต 3 จี เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างถูกต้อง เป็นธรรม ดังนั้นนายอานุภาพ ผู้ฟ้องจึงจะเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำหรือละเลยต่อหน้าที่ กสทช. แต่ในกรณีนี้เป็นเพียงการคาดคะเนล่วงหน้า ที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ในอนาคต ผู้ฟ้องจึงยังไม่มีสิทธิ์ฟ้องคดีต่อศาลปกครองในเวลานี้ ศาลจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

                  นอกจากนี้ศาลยังเห็นว่ารัฐธรรมนูญฯมาตรา 47 กำหนดให้ผู้ถูกฟ้องซึ่งเป็นองค์กรทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนระดับชาติและท้องถิ่น และการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ดังนั้นหากมีบุคคลใดเห็นว่า ผู้ถูกฟ้องไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญตามที่กำหนดไว้นั้นหรือปฏิบัติล่าช้า หรือไม่มีประสิทธิภาพและไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย บุคคลนั้นสามารถใช้สิทธิร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ตาม พรบ.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2552 มาตรา 23 และ 32 เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและสอบสวนข้อเท็จจริงและให้ความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไข กับผู้ถูกฟ้อง เพื่อให้ทราบและดำเนินการต่อไปด้วย ขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นตัวแทนของรัฐในการปกป้อง ดูแลและคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ หากพบเห็นการกระทำทางปกครองที่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายย่อมจะใช้ดุลพินิจที่จะเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครองได้ทันทีเพื่อให้ศาลตรวจสอบการกระทำทางปกครองนั้นที่จะเป็นเหตุให้ประโยชน์สาธารณะอย่างหนึ่งอย่างใดต้องเสียไป ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีสิทธิและหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีได้ตามมาตรา 43 ของ พรบ.จัดตั้งศาลปกครอง ฯ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีผู้ใช้สิทธิร้องเรียนหรือต้องรอให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนเสียก่อน

                  ภายหลังนายอานุภาพ ผู้ฟ้อง กล่าวว่า ยอมรับในคำสั่งศาล ซึ่งเท่าที่ได้อ่านคำสั่งศาลปกครองให้ยกฟ้องว่าขณะนี้เหตุที่จะฟ้องยังไม่เกิด แต่หากมีพบการกระทำที่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายและกระทบสิทธิ์ ศาลชี้ช่องให้สามารถยื่นร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ด้วย โดยตนจะไปศึกษารายละเอียดคำสั่งฉบับเต็มก่อนเพื่อในอนาคตจะดูว่าจะใช้ช่องทางใด ระหว่างการยื่นอุทธรณ์คดี หรือการยื่นฟ้องใหม่เมื่อเกิดเหตุความเสียหาย หรือ การยื่นร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดิน

 

...................................

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- 'ยะใส'หน้าแตก!ศาลปค.ปัดรับระงับล้ม3จี : http://www.komchadluek.net/detail/20121015/142379/ยะใสหน้าแตก!ศาลปค.ปัดรับระงับล้ม3จี.html