ข่าว

อึ้ง!แรงงานต่างด้าวทะลักไทย4ล้านคน

อึ้ง!แรงงานต่างด้าวทะลักไทย4ล้านคน

15 ต.ค. 2555

แรงงานข้ามชาติในไทยพุ่งแตะ 4 ล้านคน เสนอ สธ.ปรับนโยบาย "นำแรงงานข้ามชาติเข้าเป็นส่วนหนึ่งในระบบบริการสุขภาพ" ชี้ช่วยระบบโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเติบโต

          15 ต.ค. 55  คณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ คณะอนุกรรมการสนับสนุนการนำมติสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ 63 WHO Global Code of Practice on International Recruitment of Health Personnel ไปสู่การปฏิบัติ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) และเครือข่ายถมช่องว่างทางสังคม จัดประชุมวิชาการ "สุขภาพแรงงานข้ามชาติ ทางออกที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบสุขภาพ" เนื่องจากประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติเพิ่มขึ้นในระบบสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

          นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัญหาการเพิ่มขึ้นของแรงงานข้ามชาติในระบบบริหารสาธารณสุขของไทย เป็นสิ่งที่เราต้องเร่งทำความเข้าใจกับสถานการณ์ เพื่อรับทราบสภาพปัญหาและความต้องการของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในกลุ่มผู้ให้บริการภาครัฐและเอกชน ในการให้บริการสุขภาพกับกลุ่มแรงงานข้ามชาติและกลุ่มผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งรวบรวมข้อเสนอในการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสุขภาพและการควบคุมป้องกันโรค ซึ่งการประชุมในวันนี้จะได้สรุปข้อเสนอเพื่อนำไปพัฒนาและหาทางออกที่เหมาะสม รองรับการเพิ่มขึ้นของแรงงานและผู้ย้ายถิ่นข้ามชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคต

 

พบแรงงานข้ามชาติในไทย ร้อยละ 90 หรือประมาณ 4 ล้านคน 

 

          นายแพทย์สุพรรณ กล่าวว่า ตัวเลขจากสำมะโนประชากรและการเคหะในปี 2553 ระบุว่า ประเทศไทยมีประชากรที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยประมาณ 2.7 ล้านคน ในจำนวนนี้ร้อยละ 90 เป็นแรงงานข้ามชาติ ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก ประเทศพม่า กัมพูชา และลาว ขณะที่ตัวเลขจากนักวิจัยด้านประชากรศาสตร์ คาดการณ์ว่าแรงงานข้ามชาติทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย น่าจะมีอยู่ในประเทศไทยกว่า 4 ล้านคน ซึ่งการอยู่ในสังคมไทยของแรงงานข้ามชาติกลุ่มนี้ ทำให้เกิดความต้องการบริการสุขภาพตามมา ก่อให้เกิดการถกเถียงว่าจะเป็นหรือไม่ที่ประเทศไทยต้องจัดบริการสุขภาพให้แรงงานข้ามชาติ เพราะสถานพยาบาลหลายแห่งต้องประสบกับภาวะวิกฤตทางการเงิน เมื่อต้องจัดบริการให้กับแรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้จ่ายเงินสมทบเข้าสู่ระบบสุขภาพของไทย

 

เสนอนำแรงงานข้ามชาติเข้าระบบบริการสุขภาพ

 

          นายแพทย์ภูษิต ประคองสาย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในการให้บริการสุขภาพแรงงานข้ามชาติ เนื่องจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายสุขภาพไม่ได้ให้ความสำคัญกับแรงงานข้ามชาติ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งซึ่งต้องการบริการด้านสุขภาพและการควบคุมป้องกันโรคติดต่อ ส่งผลให้ภาระในการดูแลสุขภาพของประชาชนกลุ่มนี้ต้องตกอยู่กับสถานพยาบาล ซึ่งทางออกเพื่อให้เกิดความมั่นคงในระบบสุขภาพของไทยในยุคที่ประเทศต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาตินั้น เห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขต้องปรับนโยบายและการวางแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โดยต้องคำนวณโดยเอาตัวเลขของแรงงานข้ามชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพ

          "นโยบายด้านสุขภาพที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งการวางแผนการผลิตบุคลากร การจัดสรรงบประมาณ และการกระจายสถานพยาบาล ล้วนคำนวณจากฐานของคนไทยเพียงอย่างเดียว ทั้งที่ในความเป็นจริงแรงงานข้ามชาติเป็นกลุ่มคนที่จำเป็นต้องเข้ามาใช้บริการในระบบสุขภาพของประเทศไทย เพราะเราต้องยอมรับว่านโยบายสุขภาพของเราไม่ใช่เพื่อคน 65 ล้านคนเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทย ดังนั้นการวางแผนการผลิตบุคลากรต้องคำนึงถึงตัวเลขตรงนี้ด้วย"

 

แรงงานข้ามชาติช่วยเศรษฐกิจไทยเติบโต

 

          นายแพทย์ระพีพงศ์ สุพรรณไชยมาตย์ นักวิจัยสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ(IHPP) กล่าวว่า จากการศึกษาขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ในปี 2550 พบว่าแรงงานต่างด้าวได้ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไทย ประมาณปีละ 60,000 ล้านบาท โดยส่งผลต่อมูลค่าในภาคอุตสาหกรรมประมาณ ร้อยละ 7-10 และในภาคการเกษตรประมาณ ร้อยละ 4-5 ดังนั้นถึงแม้ว่าแรงงานข้ามชาติกลุ่มนี้จะไม่ได้มีส่วนในการจ่ายภาษีหรือร่วมจ่ายเงินสมทบเข้าระบบสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงคนกลุ่มนี้ได้สร้างความเติบโตให้กับระบบเศรษฐกิจไทย นอกจากนั้นก็ยังมีส่วนร่วมในการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มในทุกสินค้าและบริการ

          "ปัจจุบันระบบประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวให้สิทธิเฉพาะผู้ที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย จึงจะมีสิทธิซื้อประกันสุขภาพ ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวจำนวนไม่น้อยเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพ ทั้งที่เป็นผู้มีทบบาทสำคัญในโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ดังนั้นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ ว่าการพยายามนำแรงงานต่างด้าวหรือแรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพนั้น เป็นคนละเรื่องกับปัญหาสัญชาติ"

 

สมาชิกกองทุนสุขภาพแรงงานต่างด้าวยังน้อย

 

          นายแพทย์ระพีพงศ์ กล่าวต่อว่า แม้กระทรวงสาธารณสุข จะจัดสวัสดิการการดูแลสุขภาพให้กับแรงงานข้ามชาติ ในรูปแบบของกองทุนประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว ตั้งแต่ปี 2543 โดยแรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถซื้อประกันสุขภาพได้ในราคา ปีละ 1,900 บาท เพื่อรับสิทธิในการเข้ารับบริการตรวจและรักษาสุขภาพ แต่พบว่าแรงงานข้ามชาติซื้อประกันสุขภาพจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งในปี 2555 พบว่าแรงงานข้ามชาติเข้าเป็นสมาชิกกองทุน ประมาณ 5.2 แสนคนเท่านั้น

 

รพ.สมุทรสาคร แบกรับค่ารักษาแรงงานต่างด้าว  

 

          นางสาวณหทัย จุลกะรัตน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลสมุทรสาคร กล่าวว่า ปัญหาที่โรงพยาบาลสุมทรสาครกำลังประสบพบเจออยู่ในขณะนี้ คือการแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลและการส่งเสริมสุขภาพของแรงงานข้ามชาติที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่กระทรวงสาธารณสุขไมได้จัดสรรงบประมาณให้ และโดยปกติกลุ่มแรงงานข้ามชาติจะไม่ค่อยมารักษาตัวที่โรงพยาบาล จะรอให้อาการหนักก่อนถึงจะเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ต้องทำการรักษาให้อย่างเร่วด่วน

 

รพ.อุ้มผาง ขาดทุนปีละกว่า 28 ล้านบาท 

 

          ด้าน นายแพทย์วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง กล่าวว่า โรงพยาบาลอุ้มผาง ต้องรับผิดชอบรักษาประชากรที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยมากกว่าประชากรที่มีสัญชาติไทย ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องประสบกับวิกฤติทางการเงิน ขาดทุนประมาณปีละ 27-28 ล้านบาท ต่อเนื่องทุกปี จากการต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนที่ไม่มีฐานข้อมูลอยู่ในระบบทะเบียนราษฎร์ แต่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ให้บริการของโรงพยาบาล ดังนั้นทางรัฐบาลควรต้องมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถทำหน้าที่รักษาเพื่อมนุษยธรรม

          "ระหว่างรอนโยบายแก้ปัญหาระยะยาว ทางรัฐบาลต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ผมด้วย จะให้ออกมาเรียกร้องทุกครั้งก็ได้ แต่ต้องมีแนวทางแก้ปัญหาให้ผมเพราะผมเป็นหมอ มีหน้าที่หลักในการดูแลรักษาทุกคนที่ต้องการบริการสุขภาพ ดังนั้นระบบสุขภาพในประเทศไทยจะยึดเรื่องพรมแดนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะขนาดเชื้อโรคก็ยังไม่มีพรมแดน ขณะเดียวกันหากไม่ทำการรักษาเชื้อโรคก็ติดต่อมายังคนไทย ซึ่งในอนาคตเมื่อเปิดเป็นประชาคมอาเซียนปัญหาก็น่าจะหนักกว่านี้ เพราะคนสามารถข้ามแดนได้อย่างเสรี"