
ยิงพ่อค้าระแงะดับ-บึ้มมัสยิดปัตตานี
ใต้เดือด!คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ยิงพ่อค้ารับซื้อเศษยาง พร้อมภรรยา-น้องสาว เสียชีวิต 1 บาดเจ็บสาหัส 2 ที่อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่เชื่อสร้างสถานการณ์รายวัน อีกที่'ปัตตานี'ยังระอุวางระเบิด'รง.ยาง-มัสยิด'
วันที่ 15 ต.ค.55 เวลา 09.50 น. ร.ต.อ.บุญศักดิ์ หนูหมาด ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้ายิงคนรับซื้อขี้ยางพารา ตั้งอยู่ริมถนนในสวนยางพาราบ้านบาโงแยะ ม.2 ต.ตันหยงลิมอ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วยพ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ร.ต.ท.นัฐวิทย์ วันเพ็ญศรี รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบกองเลือดตกอยู่เป็นกระจัดกระจายทั่วบริเวณที่รับซื้อขี้ยางพารา และมีปลอกกระสุนปืน อาก้าของคนร้ายตกอยู่บนถนน จำนวน 9 ปลอก ส่วนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว ห่างไปประมาณ 20 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณถนนสามแยกตัดกับถนนบ้านลูกเขา เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่จำนวน 5 ปลอกเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนเดินทางไปดูผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายนาเซ อูมา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 ม.6 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะจ.นราธิวาส ถูกกระสุนปืนอาก้าของคนร้ายที่บริเวณศรีษะ จำนวน 1 นัด
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย คือ 1.นางรอปีอ๊ะ มะดิง อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายนาเซ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนอาก้าที่บริเวณลำตัว 2 นัด และ2.นางการาตีนี อูมา ซึ่งเป็นน้องสาวของนายนาเซ อยู่บ้านเลขที่ 92/1ม.2 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ถูกกระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกันของคนร้ายที่บริเวณลำตัว 1 นัด ทั้งคู่อาการสาหัสแพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนนายอับดุลกอเดร์ อามิฮา รอง นายกฯอบต.ตันหยงลิมอ ทราบว่า ในระหว่างที่นายนาเซ และภรรยารวมทั้งน้องสาวกำลังนั่งคัดขี้ยางของชาวบ้านที่ได้มาขายอยู่นั้น มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดโดยคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนอาก้าจ่อยิงใส่ที่ศรีษะนายนาเซ 1 นัด จนทำให้ภรรยาและน้องสาวต่างพากันวิ่งเอาตัวรอด แต่คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวยิงใส่ภรรยาและน้องสาวของนายนาเซ จนทั้งคู่ล้มทั้งยืนหลังถูกกระสุนปืนของคนร้าย
นายอับดุลกอเดร์ กล่าวอีกว่า ตนกำลังกรีดยางพาราอยู่ในสวนละแวกใกล้จุดเกิดเหตุ ได้วิ่งออกมาจากสวนยางพาราใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. ยิงสวนใส่กลุ่มคนร้ายที่กำลังจะเข้าไปยิงซ้ำภรรยาและน้องสาวของนายนาเซจำนวน 5 นัดซ้อน กลุ่มคนร้ายเห็นดังนั้นจึงได้พากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาตนได้เรียกชาวบ้านที่กรีดยางพาราละแวกใกล้จุดเกิดเหตุ ได้ช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะ
ก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์รายวัน
ปัตตานียังเดือด วางระเบิดรง.ยาง-มัสยิด
เมื่อเวลา 23.00 น. เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้นำระเบิดแสวงเครื่องชนิดตั้งนาฬิกา และเชื่อมต่อกับน้ำมันเบนซิน จำนวน 4 ลูก นำมาวางไว้ ที่บริเวณที่เก็บเศษยาง หลังโรงงานบริษัทยางไทยปักษ์ใต้จำกัด สาขาปัตตานี เลขที่ 299 ม.4 บ้านท่ายาลอ ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี (ริมถนน สายปัตตานี-สงขลา) ปรากฏว่าเกิดระเบิดขึ้น 3 ลูก ทำให้เกิดเปลวไฟไหม้เศษยาง แต่เจ้าหน้าที่ยางของบริษัท ได้นำเครื่องดับเพลิงมาดับได้เสียก่อนที่จะลุกลามทั้งโรงงานได้
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อาคม บัวทอง ผกก.สภ.หนองจิก พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปีตตานี และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าไปตรวจพิสูจน์ ปรากฏว่า โรงงานดังกล่าว เป็นโรงงานรับซื้อยาง เพื่อผลิตยางอัดแท่งส่งต่างประเทศ โดยมีนายนิมิต แซ่หรี เป็นผู้จัดการ ก่อนเกิดเหตุ มีเพียงเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเฝ้าเวรยามในโรงงาน
อีกทั้ง ที่เกิดเหตุพบระเบิดยังไม่ระเบิดอีก 1 ลูก จึงได้นำไปเก็บกู้ได้สำเร็จ และพบขี้ยางมีรอยไหม้เล็กน้อย และพบชิ้นส่วนระเบิด และชิ้นส่วนบรรจุน้ำมันเบนซิน กระจัดกระจายไปทั่วจำนวน 3 ลูก เป็นระเบิดชนิดธรรมดาทำเอง โดยคนร้ายนำระเบิดดังกล่าวทำเองชนิดไม่ร้ายแรง โดยคนร้ายได้ปืนรั้วโรงงานฯนำน้ำมันเบนซิน เข้ามานำมาวางไว้ที่เก็บเศษยาง ภายในโรงงาน โดยตั้งเวลาระเบิด เมื่อเกิดระเบิดขึ้น เกิดเปลวไฟ ถูกนำมันเบนซินที่คนร้ายมาวางไว้ เกิดไฟไหม้ และถูกขี้ยางจนเกิดไฟไหม้ขึ้น แต่โชคดีที่ยามโรงงานเห็นจึงได้นำเครื่องดับเพลิงมาดับไฟไก้เสียก่อน ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนร้าย ที่ข่มขัวญเจ้าของโรงงานเพื่อเรียกค่าคุ้มครอง



