
'ปชป.'เย้ย'เพรียวพันธ์'เพิ่มปัญหาให้ปท.
'ปชป.' เย้ย 'เพรียวพันธ์' นั่งรองนายกฯ เพิ่มปัญหาให้ปท. โต้ 'เฉลิม' ปัดจ้องล้มรบ. เต้าข่าวไซฟ่อนเงิน ชี้ 'ชายชุดดำ' ทำ 'แม้ว' ร้อนตัว จับผิด พณ.ไม่ได้ระบายข้าวจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 55 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคว่า ในที่ประชุมพรรคได้มีการวิเคราะห์กันถึงสถานการณ์การเมือง แต่ไม่ได้มีการพูดถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร. และเตรียมทหารรุ่น 10 สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของพรรคการเมืองที่มีคนเข้าและคนออก ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย เนื่องจากเป็นอีกกลุ่มเครือญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เข้าไปทำงาน หากถามว่าจะทำให้พรรคเพื่อไทยแข็งแกร่งหรือไม่ ก็ต้องไปถามคนในพรรคเพื่อไทย และสุดท้ายเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์
นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ยินดีต้อนรับเข้าสู่วงการเมือง และขอให้เป็นหัวหน้าพรรคไปเลย เพราะเป็นที่ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเครือญาติ ตนคิดว่าเส้นทางการเมืองของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ คงลำบาก เพราะต้องแยกปัญหาระหว่างประเทศกับญาติให้ออก ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นปัญหาของประเทศเพิ่มขึ้นอีก และการที่เสนอตัวดูแลด้านยาเสพติดนั้น ก็ชัดเจนว่าเตรียมเข้ามาเป็นรองนายกฯ แต่ตนขอร้องว่าอย่าเข้ามาดูแลปัญหายาเสพติดเลย เพราะที่ผ่านมา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ไม่ประสบความสำเร็จในการปราบปรามยาเสพติดอยู่แล้ว ตอนเป็น ผบ.ตร. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้แต่มานั่งแถลงข่าวว่าจับยาบ้าได้ แต่ความจริงตัวเลขคนติดยาและค้ายายังเท่าเดิม ดังนั้นจะมาบอกว่า เป็นผลงานคงไม่ได้ ซึ่งตนจะติดตามการทำงานของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ต่อไป
โต้ 'เฉลิม' ปัดจ้องล้มรบ. ยันทำหน้าที่ตรวจสอบ
นายจุรินทร์ กล่าวถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุมีขบวนการจ้องล้มรัฐบาลที่เคลื่อนไหว 3 เรื่อง คือ ชายชุดดำ การไซฟ่อนเงิน และการรับจำนำข้าว ว่า การเดินหน้าผ่าความจริงเรื่องชายชุดดำ ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็เพื่อยืนยันว่า มีชายชุดดำอยู่จริง ซึ่งพรรคมีหลักฐานเป็นภาพถ่าย และยังมีคดีที่ศาลรับพิจารณาคดีที่จับกุมชายชุดดำแล้ว ขณะที่การตรวจสอบเรื่องการไซฟ่อนเงินและโครงการรับจำนำข้าว ก็เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งประเด็นการรับจำนำข้าวก็ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้านที่ออกมาท้วงติง แต่คนในรัฐบาลเอง เช่น นายวีระพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ยังออกมาท้วงติงและแสดงความเป็นห่วง จึงเป็นการยืนยันได้ว่า การเคลื่อนไหวต่างๆ ของฝ่ายค้าน ก็เพื่อต้องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ไม่ได้มีขบวนการจ้องล้มรัฐบาลตามที่กล่าวหา
อัดปธ.รวบรัดปิดประชุมร่วม ถก 'นาซ่า' ใช้อู่ตะเภา
นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมร่วมรัฐสภาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179 เรื่องการอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซ่า) เข้ามาดำเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย ซึ่งได้สั่งปิดประชุมเร็วกว่าที่ควรจะเป็น และอาจไม่สมบูรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด
"การปิดประชุมร่วม ประธานต้องหารือในที่ประชุม เพื่อให้มีการปิดประชุมแต่กลับมีการรวบรัดปิดประชุมโดยไม่มีการหารือในที่ประชุม ดังนั้นอาจถือได้ว่าการปิดประชุมไม่สมบูรณ์ และถือว่าการประชุมตามมาตรา 179 ต้องตกไป เพราะมีการเลื่อนวาระอื่นเข้ามาประชุมต่อ ซึ่งตรงนี้จะได้มีการสอบถามประธานในที่ประชุม และต้องตอบให้ชัดเจน ว่า การประชุมครั้งที่แล้วมีการเสนอให้ปิดประชุมหรือไม่"
ชี้ 'แม้ว - แกนนำแดง' ร้อนตัว ปม 'ชายชุดดำ'
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการปราศรัย เรื่อง ชายชุดดำ ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ทำให้ประชาชนได้เห็นถึงข้อเท็จจริง และความโหดเหี้ยมของชายชุดดำที่กระทำต่อเจ้าหน้าที่และประชาชน เพราะมีการสั่งการจากแกนนำคนเสื้อแดง และคนแดนไกล จึงทำให้คนเหล่านี้ร้อนตัวออกมาแก้ต่าง และแก้ตัวเป็นพัลวัน ปฏิเสธความมีอยู่จริงของชายชุดดำ ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ และแกนนำนปช. ก็คงมีความจำสั้น ที่บอกว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้เคยปลุกระดมสั่งการให้คนไปชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด ปลุกปั่นให้เผาบ้านเผาเมือง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าใกล้วาระสุดท้ายของคนเหล่านี้แล้ว จึงดิ้นรนทุกวิถีทาง
นายชวนนท์ กล่าวว่า น่าเสียใจแทนคนเสื้อแดงและประชาชนที่ต้องมาเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง โดยไม่ได้รับการดูดำดูดีจากแกนนำคนเสื้อแดงเลย อีกทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็เคยบอกว่าจะจ่ายเงินชดเชยเป็นล้านบาท มาถึงขณะนี้คนเสื้อแดงที่เสียชีวิต กลับได้เงินช่วยเหลือจากกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เพียงคนละ 2 พันบาท สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อถึงฝั่งก็ถีบหัวส่ง และอยากถาม นายณัฐวุฒิ ว่า ที่อ้างว่าไม่รู้จักชายชุดดำนั้น ไม่ทราบว่า ความจำสั้นหรือไม่ เพราะเคยพานายศรชัย ศรีดี ที่เป็นชายชุดดำ และเป็นการ์ด นปช.ไปมอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาล ดังนั้นขอเรียกร้องไม่ว่าเป็นคนเสื้อแดง หรือชายชุดดำที่ถูกเพิกเฉย ขอให้กลับใจ แล้วไปให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ในการนำฆาตกรตัวจริงมาลงโทษ หรือจะมาให้ข้อมูลกับฝ่ายค้านพวกเราก็ยินดีให้ความร่วมมือ
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมากล่าวถึงสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อำมหิตและเหยียบศพคนเสื้อแดงนั้น นายอภิสิทธิ์ พูดไม่ผิด เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมเอาชีวิตของประชาชนมาเพื่อประโยชน์ของตัวเอง และยังจะออกกฎหมายล้างผิดให้ตัวเองอีก
จับผิด พณ.ไม่ได้ระบายข้าวจริง
นายชวนนท์ กล่าวว่า การที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า จะตรวจสอบโกดังสนามบินดอนเมือง เพื่อเตรียมไว้เป็นสต็อกเก็บข้าวนั้น ขัดแย้งกับสิ่งที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า สามารถระบายข้าวไปต่างประเทศแล้ว ทั้งที่ราคาข้าวขาวในตลาดลดลงจากตันละ 1.7 หมื่นบาท เหลือ 1.6 หมื่นบาท ซึ่งหากยังเป็นเช่นนี้อุปทานที่มีมากในตลาดก็จะดึงให้ราคาให้ตกลงอีก และจะทำให้การระบายข้าวยิ่งขาดทุนมากขึ้น นอกจากนี้ หากเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปก็จะยิ่งเป็นปัญหาสร้างภาระหนี้สาธารณะ จนอาจนำไปสู่สภาพล้มละลายเหมือนประเทศในยุโรปบางประเทศ
นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาเปิดเผยข้อมูลตัวเลขการส่งออก เปิดเผยสต็อกข้าวที่แท้จริงเพื่อจะได้มาร่วมกันแก้ปัญหา และหยุดการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งมีกระแสข่าวว่ามีบริษัทที่เป็นผู้ใกล้ชิดรัฐบาลจะเป็นผู้มีสิทธิประมูลข้าวจากรัฐบาลเท่านั้น และมีข่าวว่ามีการนำข้าวออกมาเวียนเทียน หรือ นำออกไปส่งออกในราคาสูงขณะที่ซื้อข้าวจากรัฐไปในราคาที่ต่ำ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ร่วมกันตรวจสอบหยุดยั้งตัดวงจรเหล่านี้ก่อนที่จะนำไปสู่สภาพล่มสลาย
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลฟังเสียงท้วงติงในโครงการจำนำข้าวเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข เพราะเวลานี้มีหลายฝ่ายออกมาท้วงติง ล่าสุด นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลังออกมาแสดงความเป็นห่วงว่าโครงการประชานิยมเช่นนี้จะนำไปสู่การเพิ่มหนี้สาธารณะกลายเป็นปัญหาเหมือนประเทศกรีซ นอกจากนี้ ที่รัฐบาล ระบุว่า จะมีการระบายข้าวไปยังต่างประเทศโดยมีเอ็มโอยู 5 ประเทศ 6 สัญญานั้น ขณะนี้ มีการเรียกร้องให้คว่ำบาตรโกติวัวร์ (ไอวอรีโคสต์) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศเนื่องจากปัญหาภายใน โดยไม่ให้ส่งออกอาวุธ และยานพาหนะไปยังโกติวัวร์ และห้ามนำเข้าเพชรที่ไม่เจียระไน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวของรัฐบาลไทยได้โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งถือเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวไปโกตดิวัวร์อันดับหนึ่งหรือ 61% ของเข้าที่ส่งออกไปโกตดิวัวร์ทั้งหมด
โต้ ไม่ได้เต้าข่าวไซฟ่อนเงิน 1.6 หมื่นล้าน
นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายกฯ และพรรคเพื่อไทย ออกมากล่าวหาว่าตน มั่วข้อมูล เกี่ยวกับการไซฟอนเงินไทยไปยังเกาะฮ่องกง จำนวน 1.6 หมื่นล้าน ว่า ตนไม่ได้เต้าข่าวแต่อย่างใด เพราะมีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน จากการที่ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นแห่งชาติ (ภตช.) พบข้อมูลดังการว่าอาจเป็นเงินที่เกิดจากการทุจริต ซึ่ง ภตช. ไม่ใช่หน่วยงานรัฐจึงไม่สามารถประสานกับคณะกรรมการป้องกันและปราปปรามการฟอกเงิน ( ป.ป.ง.) ฮ่องกงได้ และฝ่ายค้านก็ไม่สามารถประสานงานกับหน่วยงานรัฐได้ ตนจึงเรียกร้องให้นายกฯ ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐบาล ออกมาใช้กลไกของรัฐดำเนินการทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น และไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาโจมตีรัฐบาลแต่อย่างใด
ส.ว.เตือน 'รัฐบาล' หวั่นโครงการประชานิยมทำหนี้สาธารณะเพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภา ช่วงหารือ นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ได้หารือเพื่อเตือนรัฐบาลใช้ความระมัดระวังต่อการทำโครงการประชานิยม ที่อาจจะทำให้เกิดหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล และกลายเป็นวิกฤตต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ใน 3-4 ปีข้างหน้า หากเกิดขึ้นจริงวิกฤตเศรษฐกิจจะไม่เหมือนกับวิกฤตที่เกิดในปี 2540 ซึ่งเกิดจากภาคเอกชน และภาครัฐกู้เงินเพื่อช่วยเหลือ เพราะวิกฤตที่อาจเกิดรอบใหม่ เป็นวิกฤตที่เกิดจากโลก และเกิดจากหนี้ภาครัฐ และทำให้ภาครัฐจะไม่มีกำลังกู้ยืมเงินเพื่อมาช่วยเหลือ
นายคำนูณ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. มีการประเมินหนี้สาธารณะคงค้าง พบว่ามียอดทั้งสิ้น 4.7 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 43.34 ของจีดีพี และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแผนก่อหนี้สาธารณะ ปี 2556 จำนวน 1.92 ล้านล้านบาท เป็นคิดเป็นหนี้ใหม่จำนวน 9.59 แสนล้านบาท และเป็นหนี้เก่าที่ปรับโครงสร้างหนี้ อีกจำนวน 7.37 ล้านล้านบาท ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คาดว่าปี 2556 หนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละ 47.5 ของจีดีพี และจากการประมาณการของสำนักบริหารหนี้สาธารณะ พบว่าจำนวนของหนี้สาธารณะจะขึ้นสูงสุด ในปีงบประมาณ 2559 แต่ล่าสุดนั้น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้ความเห็นว่า สถิติหนี้สาธารณะของประเทศไทยนั้นล้าสมัย เพราะโครงการใดที่ยังไม่จบ เช่น โครงการรับจำนำข้าว จะไม่ถูกนับรวมเป็นหนี้สาธารณะ ดังนั้นโอกาสที่หนี้สาธารณะจะสูงกว่าตัวเลขที่ประมาณการณ์ไว้จึงมีสูง
ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธารานนท์ ส.ว.สรรหา หารือต่อที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อให้รัฐบาล ทบทวนคำสั่งของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับสวัสดิการของข้าราชการและครอบครัวสายตรง ต่อสวัสดิการรักษาพยาบาล คือ กรณีที่ 1 วันที่ 1 ต.ค. ในการรักษาผู้ป่วยจะต้องใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติก่อน หากแพ้ หรือมีผลกระทบ หรือ ไม่ได้ผล จึงจะใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติได้ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการป้องกันการสูญเสียเงิน ซื้อยาจากนอกประเทศ และลดการใช้ยาแบบฟุ่มเฟือยของแพทย์ได้ แต่การประกาศดังกล่าวได้รับผลกระทบจากผู้ที่ใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติในปัจจุบัน และเหมือนกับการนำข้าราชการไปทดลองสำหรับผู้ที่ใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ
นพ.เจตน์ กล่าวต่อว่า กรณีที่ 2 วันที่ 1 พ.ย. ยกเลิกการใช้ยาคูโคตามีน ที่ใช้รักษาโรคข้อเข่าเสื่อมทุกกรณี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ที่ยังใช้ยาในปัจจุบันและให้เลิกกระทันหัน โดยไม่มีข้อยกเว้น จะทำให้มีปัญหาต่อข้าราชการที่ใช้ยาอยู่ในปัจจุบัน และกรณีที่ 3 วันที่ 1 ธ.ค. โรคเรื้อรัง 1 โรค จะสามารถลงทะเบียนรักษากับโรงพยาบาลได้โรคละ 1 แห่งเท่านั้น ซึ่งมีผลกระทบ คือ ข้าราชการจำนวนมาก ได้ลงทะเบียนรักษากับโรงพยาบาลหลายแห่ง และจะมีปัญหาต่อการส่งต่อผู้ป่วย ของกระทรวงสาธารณสุข ตนขอให้รัฐบาลทบทวน กรณีที่รัฐบาลจำกัดการลงทะเบียน เทียบกับการลงทะเบียนผู้ป่วยหลักประกันถ้วนหน้าและประกันสังคม ซึ่งลงทะเบียนรักษาได้ 2 แห่ง ประเด็นดังกล่าวตนเข้าใจว่ารัฐบาลต้องการประหยัดงบประมาณ และนำเงินไปช่วยนโยบายประชานิยม อาทิ โครงการรับจำนำข้าว โครงการรถยนต์คันแรก โครงการแท็บเล็ต ถือว่าไม่เป็นยุติธรรมกับข้าราชการที่มีกว่า 5 ล้านคน



