
'เต้น'โต้ปชป.จ้อชายชุดดำแค่เรื่องเก่า
'เต้น'โต้ปชป.ปราศรัยชายชุดดำแค่เรื่องเก่าไร้ราคา เหน็บ'สุเทพ'ร้องไห้พล็อตเรื่องเดิมเมื่อปี 54 'พท.'ยื่นหนังสือปปช.ทวงถามคดี 98 ศพไม่คืบอ้างญาติผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บร้องเรียน ด้าน'เฉลิม'แย้มสามเรื่องจ้องล้มรัฐบาล 'ชายชุดดำ - ไซฟ่อนเงิน - จำนำข้าว'
15 ต.ค.55 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กรณีตั้งเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาล พร้อมมุ่งชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของชายชุดดำซึ่งอ้างว่าอยู่เบื้องหลังความรุนแรงจากเหตุชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 ว่า เป็นเกมที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้ลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลเวลานี้ ภายหลังการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลไม่เป็นผล พร้อมกับที่ผลสำรวจทุกสำนักต่างระบุว่าคะแนนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทิ้งห่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านเข้าไปทุกที ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงนำกลยุทธ์การปราศรัยโจมตีมาใช้ เปรียบเสมือนวิชาก้นหีบที่ถนัด ทั้งนี้ข้อมูลที่ปชป.นำมาปราศรัยนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิมที่เคยใช้โจมตีพรรคเพื่อไทย แม้กระทั่งอาการร้องไห้ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคปชป.ก็เป็นอาการที่ไม่ต่างจากกราปราศรัยก่อนการเลือกตั้งที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อปี 2554 ซึ่งถ้าประชาชนเชื่อจริง พรรคเพื่อไทยคงไม่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลดั่งที่เป็นอยู่
"เดิมทีพรรคประชาธิปัตย์จะเคลื่อนไหวโดยใช้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) แต่เมื่อความสัมพันธ์กับกลุ่มพธม.ไม่เป็นเช่นเดิม จึงต้องตั้งเวทีปราศรัยเอง อย่างไรก็ตามต้องจับตาการเกลื่อนไหวขององค์กรพิทักษ์สยาม ที่นำโดยพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานมูลนิธิโรงเรียนเตรียมทหารด้วย เพราะหากในการชุมนุมวันที่ 28 ต.ค.นี้ มีประชาชนมาร่วมเยอะ พรรคประชาธิปัตย์อาจใช้เป็นเงื่อนไขสร้างกระแสต่อต้านรัฐบาลอีก" นายณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อถามถึงการชี้แจงตอบโต้ในสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งเวทีปราศรัยโจมตี นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พร้อมจะชี้แจงผ่านสื่อในทุก ๆ เรื่อง และยืนยันว่าคนที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุดในเรื่องนี้คือ นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพที่สั่งการจนทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบร้อยราย แต่ยังไร้หัวใจ ไม่แสดงอาการรับผิดชอบใด ๆ ทั้งนี้ตนขอท้าให้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ มาดีเบตกับตนและนายจตุพร พรหมพันธ์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง ในเรื่องความจริงจากเหตุการณ์การชุมนุม โดยเสนอให้มีการถ่ายทอดสดในสถานีโทรทัศน์ทั้ง 2 ฝ่าย คือเอเชี่ยนอัพเดท ของฝ่ายคนเสื้อแดง และช่องบลูสกาย ชาแนล ซึ่งเป็นสื่อของพรรคประชาธิปัตย์
“ผมขอท้าแบบฝ่ายละ 2 คน โดยฝ่ายนั้นเป็นนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ฝ่ายเราจะเป็นผมกับคุณจตุพร เป็นตัวแทนของฝ่ายสีแดงและฝ่ายสีฟ้า หรือจะเป็นสีเหลืองก็ตามแต่ มาพูดกันซึ่ง ๆ หน้าว่าอะไรเป็นอะไร ดีกว่ามาจัดเวทีลอบกัดแบบที่เป็นอยู่”นายณัฐวุฒิ กล่าว
ส่วนกรณีรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งมีการระบุถึงการชุมนุมทางการเมืองในปี 53 และมีการพาดพิงถึงการปรากฏตัวของชายชุดดำเช่นกันนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถ้ามีหลักฐานจริงก็ควรระบุให้ชัดเจน และกสม.ก็ไม่ควรจะพิพากษาไปเอง ตนมองว่าจุดยืนของกสม.บางรายมีปัญหา โดยเฉพาะตัว นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกสม.ที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มพธม.
พท.ยื่นหนังสือปปช.ทวงถามคดี 98 ศพไม่คืบอ้างญาติผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บร้องเรียน
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยระบุว่า ได้รับการร้องเรียนจากญาติผู้เสียชีวิต ญาติผู้ได้รับบาดเจ็บและตัวผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อเดือน เม.ย.และพ.ค. 53 มีประชาชน จนท.รวม 98 ศพ เสียชีวิต โดยคดีนี้ ได้มีการยื่นร้องกล่าวโทษ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ในขณะนั้น โดยได้ยื่นต่อ ปปช.ไว้แล้ว เนื่องจากเห็นว่าทั้งสองคนบริหาราชการแผ่นดินผิดพลาด และคดีสองปีกว่าแล้วแต่ไม่คืบหน้าจึงได้นำหนังสือดังกล่าวมายื่นปปช.ว่าคดีนี้ พิจารณาไปถึงไหนอย่างไร ขัดข้องอย่างไรต้องชี้แจงให้ประชาชนและญาติผู้เสียชีวิตทราบ รวมทั้งประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บด้วย
"เรื่องนี้แตกต่างจากคดีการสลายการชุมนุม เมื่อ 7 ต.ค. 51ที่มีการชี้มูลในคณะกรรมการปปช.ให้ดำเนินคดีกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. และพ.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. เพราะเราเห็นว่าแม้แต่อัยการสูงสุดไม่สั่งฟ้องแต่ปปช. กลับระบุจะนำคดีขึ้นสูงศาลฏีกาเอง โดยให้ทนายความไปดูจึงมองว่าคดีนี้น่าจะเปรียบเทียบให้เห็น ได้ชัดว่า ประชาชนจับตาอยู่แตกต่างอย่างไรและประธานกับกรรมการ ปปช.ต้องชี้แจงด้วย" นายพร้อมพรงศ์ กล่าว
"เฉลิม" แย้มสามเรื่องจ้องล้มรัฐบาล "ชายชุดดำ - ไซฟ่อนเงิน - จำนำข้าว"
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้จะมีเข้มข้น 3 เรื่อง 1.เรื่องชายชุดดำ เพราะคดีความนั้นใกล้จะถึงจุดจบ ตนอยากถามพรรคประชาธิปัตย์ว่า คุณเป็นรัฐบาลอยู่ตั้งนาน ทำไมจึงหาชายชุดดำไม่เจอ โดยเมื่อตนมารับหน้าที่ได้ไม่นานกระบวนการสอบสวนคืบหน้า และรู้แล้วว่าใครจะต้องรับผิดชอบกรณีการตาย 98 ศพ เรื่องที่ 2.กรณีมีการปล่อยข่าวว่ามีการไซฟ่อนเงิน 1.6 หมื่นล้านที่ประเทศฮ่องกง ตนซึ่งเป็นตำรวจเก่าเป็นพนักงานสอบสวน ทั้งนี้หน่วยปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นของฮ่องกง(ICAC) ก็เหมือนกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ของบ้านเรา ไม่มีเหตุผลใดเลยที่เครือข่ายทุจริตภาคเอกชน(ภาคีเครือข่ายต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นแห่งชาติ) จะไปนั่งร่วมประชุมกับเขา และหากมีจริงเขาก็ต้องติดต่อกับ ปปช. หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) บ้านเรา ซึ่งเขาจะไม่ติดต่อกับเครือข่ายภาคเอกชนซึ่งแต่งตั้งกันเองไม่มีกฎหมายรองรับ หากเครือข่ายทุจริตภาคเอกชนนั้นมีข้อมูลจริงทำไมไม่แจ้งกับ ปปง. แต่ไปแจ้งกับกรรมธิการซึ่งก็รู้อยู่ว่าใครเป็นใครใน 40 สว. และที่สำคัญอนุกรรมการกรรมธิการจะเรียกได้เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งก็เป็นการสร้างข่าว เต้าข่าวให้รัฐบาลเสียหาย และตนได้ติดต่อกับ พ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. ซึ่งอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในวันนี้ จะมีการประชุม ปปง. ซึ่ง ปปง.ของฮ่องกงจะไปร่วมด้วย ตนบอกไปว่าหากมีหลักฐานก็เอาเลยแล้วกลับมาจับใหญ่
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่าส่วน เรื่องที่ 3. คือเรื่องจำนำข้าว ซึ่งบ่ายวันนี้จะมีการประชุมและเชิญทุกภาคส่วนมา เพราะบรรดาพ่อค้าส่งออกนั้นใจจะขาดแล้ว หากรัฐบาลทำโครงการนี้ต่อไปได้พ่อค้าส่งออกก็เจ๊ง เพราะต้องซื้อของแพง ซึ่งตนไปฏิเสธว่าโครงการนี้มีการคอร์รัปชั่นหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องจับกุมดำเนินคดีไม่ลดราวาศอก ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมในวันนี้องค์การคลังสินค้าที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจะมาชี้แจงด้วยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเชิญมาแล้ว ถ้าไม่มาก็จะรายงานนายกรัฐมนตรี รวมทั้งเชิญธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) รวมทั้งนายอนันต์ ศรีพันธุ์ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคให้เป็นผู้รวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง เข้าร่วมด้วย
เมื่อถามว่า ทั้ง 3 เรื่องที่กล่าวมานั้นมีแนวโน้มของกระบวนการนำไปสู่การล้มรัฐบาลหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แน่นอน เขารู้ว่ารัฐบาลนี้จะอยู่นานแต่ยาก และเย็นนี้ตนก็จะรู้แล้วว่า ป.ง.ฮ่องกงจะว่าอย่างไร แต่ตนวิเคราะห์ว่าภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่นแห่งชาติ มันตั้งมาเองโดยไม่มีสถาณะรองรับ ปปช. และ ปปง.ของเขาจะมาบอกอะไร ถ้าหากเป็นเรื่องจริงทำไมไม่บอกกับ ปปช.เมืองไทย ซึ่งรัฐบาลสั่งไม่ได้อยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่า กระบวนการล้มรัฐบาลที่ว่านั้นมีฝ่ายการเมืองกับข้างนอกรวมกันหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็ไอ้ใครที่รู้ตัวว่ากำลังจะถูกจับล่ะ ชายชุดดำอ่ะคุณพูด คอป.พูด มันไม่มีกฎหมายรองรับ แต่คำสั่งศาลที่บอกว่า นายพัน คำกอง ตายโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐและโดยคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)นั้นชัดเจน ยกตัวอย่างจำเลยขึ้นศาลแล้วบอกไม่ผิดๆ แต่พอศาลพิพากษาจำคุกสิบปี แล้วจำเลยกลับบ้านได้ไหม นี่เหมือนกัน แล้วทำไมร้องไห้ช้าจัง เรื่องเกิดตั้งนานเพิ่งร้องไห้”
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีของชายชุดดำนั้นเป็นการพยายามเบี่ยงเบนว่า 98 ศพ นั้นเป็นฝีมือชายชุดดำทั้งหมด รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ผมไม่กล้าไปถกเถียง เพราะเป็นเรื่องไร้สาระ มันต้องเอาข้อกฎหมายเป็นหลัก สมมุติว่าหากมีชายชุดดำจริงแล้วจะมีสิทธิ์อะไรไปฆ่าคนอื่น ก็ต้องฆ่าชายชุดดำสิ กรรมมีจิง กรรมติดจรวด โอย...เพิ่งมาร้องไห้ ปั๊ดโธ่”



