ข่าว

รอตร.มะกันชี้ชัดเหตุ'พัชรา'ดับ

รอตร.มะกันชี้ชัดเหตุ'พัชรา'ดับ

14 ต.ค. 2555

กงสุลไทย รอตำรวจสหรัฐแจ้งข้อมูลการเสียชีวิต "พัชรา แวงวรรณ" แนะญาติหากมีข้อสงสัยสามารถใช้สิทธิ์ยื่นเรื่องได้ ขณะที่พี่ชายเตรียมยื่นเรื่องขอจัดการเรื่องคดี-รับศพกลับที่กระทวงต่างประเทศ 15 ต.ค.นี้

             ยังคงเป็นปริศนาที่รอการพิสูจน์ สำหรับการเสียชีวิตกะทันหันของอดีตนักร้องชื่อดัง น.ส.พัชรา แวงวรรณ หรือ "เอ๋" อดีตนักร้องวงโอเวชั่น ค่ายนิธิทัศน์ โปรโมชั่น หลังจากตำรวจท้องถิ่นพบศพในสภาพแขวนคอในที่จอดรถภายในบ้านเช่าที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตทางญาติไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย และอาจมีเงื่อนงำ

              ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นายประสิทธิพร เวทย์ประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า นายบรรณา วังวิวัฒน์ กงสุลฝ่ายคุ้มครองดูแลคนไทย สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจของสหรัฐ หลังจากการชันสูตรพลิกศพเพียงว่า การเสียชีวิตดังกล่าวไม่ใช่สาเหตุฆาตกรรม

              ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น  สถานกงสุลใหญ่ไทยกำลังรอหนังสือแจ้งข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มาถึง อย่างไรก็ตามหากญาติของ น.ส.พัชรา มีข้อสงสัยในเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตสามารถใช้สิทธิ์ยื่นเรื่องผ่านมายังกรมการกงสุล เพื่อดำเนินการร้องขอให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐสอบสวนหรือพิสูจน์ศพอีกครั้งได้
   
              ต่อข้อถามถึงการประสานงานในการนำศพผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย นายประสิทธิพร กล่าวว่า ญาติของผู้เสียชีวิตแจ้งว่าจะขอนำศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศไทย กรมการกงสุลจึงให้ทางญาติดำเนินการส่งเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ยังคงเป็นไปตามการดำเนินการ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ.
   

              ด้านนายผดุงศักดิ์ แวงวรรณ พี่ชายคนโตของอดีตนักร้องชื่อดัง กล่าวชี้แจงว่า เรื่องที่เกิดขึ้นคงต้องรอเวลาอีกสักระยะ  โดยในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ จะเดินทางไปยังกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อทำหนังสือมอบอำนาจให้จัดการเรื่องคดี และเรื่องการรับศพน้องสาวกลับมา
   
              "วันจันทร์นี้ ผมจะไปที่กรมการกงสุล เพื่อทำหนังสือมอบอำนาจให้กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศจัดการเรื่องนี้  ทั้งเรื่องคดี และเรื่องการรับศพกลับมา หากมีอะไรคืบหาจะบอกอีกที ตอนนี้เราคงให้กรมการกงสุลจัดการ" นายผดุงศักดิ์กล่าว