
'สิงโต'ขย้ำหมูน้อยสังเวย'วัลคอตต์'
รอย ฮอดจ์สัน กุนซือ "สิงโตคำราม" โวยนายทวารซานมารีโน เล่นโหดจน ธีโอ วัลคอตต์ ต้องโดนหามส่งโรงพยาบาล ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก ที่เปิดเวมบลีย์ เอาชนะคู่แข่ง 5-0
ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ในโซนยุโรป กลุ่ม เอช "สิงโตคำราม" อังกฤษ เปิดเวมบลีย์ พบ ซานมารีโน ทีมหมูน้อยประจำยุโรป เกมนี้เจ้าถิ่นต้องเสีย ธีโอ วัลคอตต์ ไปตั้งแต่ต้นเกม หลังโดน อัลโด ซิโมนซินี นายทวารทีมเยือนอัดเข้าซี่โครง จากนั้นอังกฤษต้องรอถึงนาที 35 จึงได้ประตูแรกจากจังหวะที่ ซิโมนซินี ไปทำฟาวล์ แดนนี เวลเบ็ค ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ เวย์น รูนีย์ มาซัดจุดโทษเข้าไป และอีก 3 นาที ต่อมาอังกฤษนำ 2-0 คราวนี้เป็น แดนนี เวลเบ็ค ครึ่งหลังเจ้าถิ่นมาได้อีก 3 ประตูจาก รูนีย์ นาที 69, เวลเบ็ค นาที 71 และอเลกซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน นาที 77 ทำให้แข่ง 3 นัด มี 7 แต้ม นำเป็นจ่าฝูง เหนือ มอนเตเนโกร กับ โปแลนด์ ที่มี 4 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 นัด
หลังการแข่งขัน รอย ฮอดจ์สัน กุนซือทีมอังกฤษ ออกมาเปิดเผยถึงอาการบาดเจ็บของ วัลคอตต์ ว่าต้องส่งโรงพยาบาลทันที และน่าจะซี่โครงหัก ซึ่งอาจจะไม่สามารถเดินทางไปช่วยทีมในการเยือนโปแลนด์ที่วอร์ซอ ในวันอังคารที่ 16 ตุลาคมนี้ได้ และออกมาโวยว่า การเข้าอัดของนายทวารซานมารีโน เป็นเรื่องโหดเหี้ยมมาก เป็นลักษณะที่ต้องการทำร้ายคู่แข่งโดยไม่คำนึงถึงเรื่องอื่นใด ส่วนเกมนี้ เวย์น รูนีย์ เล่นได้เยี่ยมมาก ในฐานะกัปตันทีม และยังน่าจะเล่นได้ดีกว่านี้อีก
"เขาเพิ่งอายุ 26 ยังมีเวลาอีกหลายปีในการเล่นฟุตบอล ถ้าเขายังเล่นด้วยทิศทางนี้ ไม่มีปัญหาเลยว่าจะยิงประตูได้อีกมากมาย ตอนนี้เขามีความมั่นใจสูงมาก ผมคิดว่านักเตะจากแมนฯ ยูไนเต็ดทุกคนเล่นได้ดีมาก มีหลายจังหวะที่ เวย์น, แดนนี เวลเบ็ค และทอม เคลฟเวอร์ลีย์ เล่นด้วยกันได้ดีมาก"
ในกลุ่ม ไอ เบลารุส เปิดดินาโม สตาดิโอน รับการมาเยือนของ "กระทิงดุ" สเปน แชมป์โลกและแชมป์ยุโรป เกมนี้ทีมเยือนยังมีในระบบเดิม 4-6-0 ไม่มีกองหน้าตัวเป้า มาได้ประตูนำตั้งแต่นาที 12 จากฆอร์ดี อัลบา และมาได้อีก 3 ประตูจาก เปโดร คนเดียวนาที 21, 69 และ 72 ทำให้ เปโดร ทำแฮตทริกแรกในการเล่นทีมชาติได้สำเร็จ และสเปนเป็นฝ่ายชนะ 4-0 ทำสถิติชนะ 2 นัดรวด มี 6 แต้ม เท่ากับฝรั่งเศส
สำหรับกลุ่ม ซี "ยักษ์เขียว" ไอร์แลนด์ ลงเล่นที่ดับลิน อารีนา พบ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ก่อนที่ทีมเยือนจะบุกมาถล่ม 6-1 โดยเยอรมนี ได้ประตูจาก มาร์โค รอยซ์ นาที 32 กับ 40, เมซุต โอซิล จุดโทษนาที 55, มิโรสลาฟ โคลเซ นาที 58 และโทนี โครส นาที 61 กับ 83 ส่วนไอร์แลนด์ ตีไข่แตกจาก แอนดรูว์ ค็อก ในช่วงทดเวลา ทำให้เยอรมนี ชนะ 3 นัดรวด นำเป็นจ่าฝูง ส่วน ไอร์แลนด์ เล่น 2 นัด ชนะ 1 แพ้ 1 มี 3 แต้มอยู่อันดับ 3 ของตาราง
ส่วนผลคู่อื่น กลุ่ม เอ เซอร์เบีย แพ้ เบลเยียม 0-3, มาซิโดเนีย แพ้ โครเอเชีย 1-2, เวลส์ ชนะ สกอตแลนด์ 2-1 กลุ่ม บี สาธารณรัฐเช็ก ชนะ มอลตา 3-1, อาร์เมเนีย แพ้ อิตาลี 1-3, บัลแกเรีย เสมอ เดนมาร์ก 1-1 กลุ่ม ซี หมู่เกาะแฟโร แพ้ สวีเดน 1-2, คาซัคสถาน เสมอ ออสเตรีย 0-0 กลุ่ม ดี ตุรกี แพ้ โรมาเนีย 0-1, ฮอลแลนด์ ชนะ อันดอร์รา 3-0, เอสโตเนีย แพ้ ฮังการี 0-1 กลุ่ม อี แอลเบเนีย แพ้ ไอซ์แลนด์ 1-2, สวิตเซอร์แลนด์ เสมอ นอร์เวย์ 1-1, สโลวีเนีย ชนะ ไซปรัส 2-1 กลุ่ม เอฟ รัสเซีย ชนะ โปรตุเกส 1-0, ลักเซมเบิร์ก แพ้ อิสราเอล 0-6 กลุ่ม จี ลิกเตนสไตน์ แพ้ ลิทัวเนีย 0-2, สโลวะเกีย ชนะ ลัตเวีย 2-1, กรีซ เสมอ บอสเนีย 0-0 กลุ่ม เอช มอลโดวา เสมอ ยูเครน 0-0 กลุ่ม ไอ ฟินแลนด์ เสมอ จอร์เจีย 1-1
ด้านฟุตบอลโลกโซนอเมริกาใต้ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา เปิดเมนโดซา สเตเดี้ยม ที่เมืองเมนโดซา พบ "จอมโหด" อุรุกวัย ทีมอันดับ 4 ฟุตบอลโลก ก่อนที่อาร์เจนิตนา จะเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 3-0 จาก ลิโอเนล เมสซี คนเดียว 2 ประตูนาที 65 กับ 80 และกุน อเกโร นาที 75 ทำให้อาร์เจนตินา นำเป็นจ่าฝูงหลังเล่นกันไป 8 นัด มี 17 แต้ม ขณะที่ อุรุกวัย มี 12 แต้ม อยู่อันดับ 4 ซึ่งยังได้ไปฟุตบอลโลกโดยอัตโนมัติ
ส่วนผลคู่อื่น โบลิเวีย เสมอ เปรู 1-1, โคลัมเบีย ชนะ ปารากวัย 2-0, เอกวาดอร์ ชนะ ชิลี 3-1



