ข่าว

รบ.ฝ่ายค้านญาติวีรชนร่วมรำลึก39ปี14ตค.

รบ.ฝ่ายค้านญาติวีรชนร่วมรำลึก39ปี14ตค.

14 ต.ค. 2555

ตัวแทนจากรัฐบาล ฝ่ายค้าน ญาติวีรชนร่วมรำลึก 39 ปี 14 ต.ค. ด้าน"ปริญญา รองอธิบดีมธ." เชื่อสังคมไทยน่าได้บทเรียนการเมืองมามากพอแล้ว

          วันที่ 14 ต.ค.55  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา บริเวณสี่แยกคอกวัว มีการจัดงานรำลึก 14 ตุลา ประจำปี 2555 โดยเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อ14 ตุลาคม 2516 หรือเหตุการณ์ 14 ตุลา โดยตั้งแต่เวลา 07.00น. ได้มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 14 รูป และพิธีกรรมทางศาสนา 3 ศาสนา ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จากนั้นเวลา 09.00น. เป็นพิธีวางพวงมาลาและกล่าวสดุดีวีรชนในเหตุการณ์ โดยมีนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนนายกรัฐมนตรี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมพิธี
 
          นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า 39 ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เป็นโอกาสที่เราทุกคนผู้ได้รับดอกผลจากประชาธิปไตย จะได้ร่วมกันค้นคิดว่าเราใช้สิทธิเสรีภาพที่มีอยู่ในวันนี้ ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยได้อย่างไร ยังมีภารกิจอีกมากมายที่พวกเราและคนรุ่นหลังจะต้องช่วยกันผลักดันที่จะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมมีบทบาทในการตัดสินใจกำหนดนโยบายเพื่อให้มีความยุติธรรมในบ้านเมือง ขอให้เราร่วมกันสืบสานเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการยำเอาประชาธิปไตยอันแท้จริงไปสู่ประชาชน และให้ประชาธิปไตยเป็นวิถีชีวิตในชนชาติไทยสืบไป
 
          นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อรำลึกเหตุการณ์ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของการเรียกร้องประชาธิปไตยกลับคืน แต่ที่ผ่านมาประชาชนไม่เคยเรียนรู้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์อย่างจริงจัง ทำให้เหตุการณ์ต่างๆ หวนกลับคืนมาจนเกิดความสูญเสียไม่จบสิ้น ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นว่า ประเทศไทยต้องมีการพูดถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ให้มากขึ้นโดยตระหนักถึงความเป็นประชาธิปไตยเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้งควรหาวิธีว่าควรเดินหน้าต่อไปอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีก แม้ว่าขณะนี้ประเทศชาติจะอยู่บนความขัดแย้ง แต่ทว่ามองในแง่ดีของความขัดแย้งก็มีข้อดี คือทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว จนทำให้ความแตกต่างกลายเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์
 
          แต่ทั้งนี้เชื่อว่าหลักการที่ถูกต้องที่สุดในการปกครองประเทศ คือ ประเทศต้องยึดหลักประชาธิปไตย โดยมองว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตย เปรียบเสมือนการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ที่นักฟุตบอลต้องเล่นเกมภายใต้กฎกติกา ขณะเดียวกันบุคคลที่คิดต่างกันในสังคม หากอยู่ภายใต้กรอบกติกา ปัญหาหรือความขัดแย้งก็จะไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามประเทศชาติไม่ควรสนับสนุนวิธีการที่ไม่ถูกต้องอีก ทั้งการทำรัฐประหาร หรือการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เนื่องจาก เชื่อว่าเราต่างมีบทเรียนทางการเมืองที่มากพอ จึงไม่อยากให้เกิดความรุนแรงจนนำไปสู่ความสูญเสียขึ้นอีก แต่ควรเรียนรู้ร่วมกันและเดินหน้าฝ่าฟันไปให้ได้
 
          ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างช่วงเวลาการจัดงานรำลึกได้มีตัวแทนจากองค์กรต่างๆ ทยอยเข้ามาร่วมวางพวงมาลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงความรำลึกถึงวีรชนในเหตุกาณ์ฯ ท่ามกลางการรักษาความปลดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเทศกิจจากกรุงเทพมหานคร
..............................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)