
(ยึด)พาสปอร์ต'แม้ว'ต้อง'ตัดไฟแต่ต้นลม'
(ยึด)พาสปอร์ตทักษิณ : ต้อง 'ตัดไฟแต่ต้นลม' : นันทิดา พวงทองรายงาน
อาการ "ยูเทิร์น 360 องศา" ของกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องพาสปอร์ตอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร แสดงให้เห็นว่าฝ่ายรัฐบาลเริ่มเล็งเห็นผลที่จะเกิดขึ้น หากยังยืนยันไม่ทบทวนเรื่องนี้
ตามข้อมูล เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ทางกระทรวงการต่างประเทศเตรียมทำยืนยันไม่ทบทวนการออกพาสปอร์ตให้แก่ทักษิณ เพื่อตอบกลับไปให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว แต่ล่าสุดมีรายการ "เปลี่ยนใจ!!"
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอขยายเวลาการชี้แจง กรณีการคืนพาสปอร์ตให้แก่ทักษิณ ออกไปอีก 30 วัน โดยให้เหตุผลว่า ต้องการรวบรวมเอกสารข้อมูลที่สมบูรณ์ เพื่อใช้ชี้แจงต่อผู้ตรวจการแผ่นดินอย่างครบถ้วน
ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำหนังสือให้กระทรวงการต่างประเทศทบทวนการออกพาสปอร์ตให้ทักษิณ ตามคำร้องของสมศักดิ์ โกศัยสุข อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งตามกฎหมายกระทรวงจะต้องตอบภายใน 30 วัน
ดูแล้วไม่น่าจะมีความซับซ้อนอะไรที่จะทำให้กระทรวงการต่างประเทศถึงขั้นต้องขอเวลาเพิ่ม เพราะในระยะแรกที่กระทรวงได้รับหนังสือก็มีท่าทีไม่ได้เดือดร้อนอะไรนัก จึงมองได้ว่า การขอขยายเวลาออกไปเป็นเพราะว่ากระทรวง ซึ่งมี สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการ ภายใต้รัฐบาล "น้องสาวทักษิณ" เพิ่งจะ "เปลี่ยนใจ" เปลี่ยนแนวทางในเรื่องนี้
ตามรายงานข่าวระบุชัดว่า มีแนวโน้มที่กระทรวงจะ "ทบทวน" ซึ่งหมายถึง พาสปอร์ตทักษิณอาจจะถูก "ยึดคืน" อีกครั้ง!!
การถูกยึดพาสปอร์ตของทักษิณเกิดขึ้นครั้งแรกหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 หลัง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ 2 เดือน โดยครั้งนั้นโดนยึดทั้งพาสปอร์ตแดงในฐานะที่เป็นนายกฯ และพาสปอร์ตบุคคลธรรมดา โดยมีการอ้างระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ.2548 ข้อ 8 ที่ระบุให้นายกฯ รัฐมนตรี และทูต ต้องคืนพาสปอร์ตแดงเมื่อพ้นจากตำแหน่ง ทั้งที่ตามธรรมเนียมปฏิบัติของกระทรวงการต่างประเทศจะใช้วิธียกเว้นการเรียกคืน ซึ่งตามระเบียบสามารถทำได้
ทักษิณมาได้พาสปอร์ตบุคคลธรรมดาคืนในยุคของนพดล ปัทมะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เมื่อปี 2551 จากนั้นก็ถูกยึดอีกครั้งในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หลังเกิดเหตุการณ์ 11 เมษายน 2552 ที่กลุ่มคนเสื้อแดงไปล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสมัยนั้น ได้ดำเนินการถอนพาสปอร์ตทักษิณ โดยใช้ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ข้อที่ 23 (7) ที่สามารถยกเลิกหนังสือเดินทางได้ หากผู้ถือยังอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งอาจก่อนให้เกิดความเสียหายต่อประเทศและต่างประเทศ โดยกษิตอ้างว่าทักษิณสั่งการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงประเทศ
และเนื่องจากเรื่องการยึดอำนาจพาสปอร์ตทักษิณเป็นเรื่องการเมืองเต็มๆ ทักษิณจึงได้พาสปอร์ตคืนอีกครั้งในเมื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งชัดเจนว่ารัฐบาลนี้มีมุมมองต่ออดีตนายกฯทักษิณ แตกต่างจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ และรัฐบาลสุรยุทธ์
ถามว่า ทำไมกระทรวงการต่างประเทศภายใต้การนำของ "น้องสาวทักษิณ" จะต้องกังวลใจ จนต้องทบทวนท่าทีในการออกพาสปอร์ตให้ทักษิณ??
คำตอบสั้นๆ ชัดๆ คือ เรื่องนี้อาจจะเป็น "ช่องทาง" ให้ "ตุลาการภิวัฒน์" แผลงฤทธิ์อีกครั้ง!!
เพราะหากกระทรวงการต่างประเทศเลือกที่จะ "เฉย" เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะจบ แต่จะมีหาทางเดินไปสู่ "ศาลปกครอง" ได้
โดยผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถส่งเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงเรื่องนี้กลับมายังผู้ตรวจการแผ่นดินในระยะเวลาที่กำหนด หากนายกรัฐมนตรียังยืนยันตามความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ ทางผู้ตรวจการสามารถเสนอเรื่องดังกล่าวไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแจ้งให้ทราบ
หาก ครม.และสภาผู้แทนราษฎรยังยืนยันและไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอของผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็สามารถยื่นเรื่องต่อไปยังศาลปกครองได้ และถ้ามองในทางร้ายสุด ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ คือ จากข้อเท็จจริงที่อดีตนายกฯทักษิณถูกออกหมายจับอยู่ระหว่างที่มีการออกพาสปอร์ตให้ จะทำให้ศาลปกครองสั่งเพิกถอนคำสั่งในการออกพาสปอร์ตให้ทักษิณ
หากศาลปกครองมีคำสั่งดังกล่าว จะเป็น "ช่องทาง" ให้มีการ "รุมกินโต๊ะ" รัฐบาลยิ่งลักษณ์แน่นอน
ซึ่งหนทางต่อไป คือ การยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไล่ตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ อธิบดี ปลัดกระทรวง รัฐมนตรีว่าการ และสุดท้าย นายกฯ ยิ่งลักษณ์!!
และนั่นคือการเดินไปสู่สิ่งที่ฝ่ายทักษิณเรียกว่า "ตุลาการภิวัฒน์"
ว่าไปแล้ว การจะยึดพาสปอร์ตทักษิณก็ไม่ได้ทำให้ทักษิณเดือดร้อน เพราะถึงอย่างไรทักษิณก็มีพาสปอร์ตมอนเตเนโกรอยู่อีกใบ ซึ่งสามารถใช้เดินทางไปที่ไหนๆ ได้ทั่วโลก (ยกเว้นประเทศไทย) อาจจะเดือดร้อนก็ตรงที่ต้อง "เสียฟอร์ม" เท่านั้น
แต่ต้องยอม เพราะการเปิดช่องทางที่อาจทำให้ตุลาการภิวัฒน์แผลงฤทธิ์ อาจจะทำให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย และ "นายกฯ ตัวแทนทักษิณ" อาจถูกสอยอีกรอบ!!
ยุทธศาสตร์ที่เพื่อไทยท่องขึ้นใจ และต้องปฏิบัติในเวลานี้คือ "อะไรที่เสี่ยง..ทำให้พรรคถูกยุบ ให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้..ต้องเลี่ยง!! โดยเด็ดขาด"
ถึงนาทีนี้ ทักษิณเองก็คงรู้ดีว่าจะปล่อยให้เรื่องพาสปอร์ต "บานปลาย" หรือจะรีบ "ตัดไฟแต่ต้นลม"!!??
..........
(หมายเหตุ :(ยึด)พาสปอร์ตทักษิณ : ต้อง 'ตัดไฟแต่ต้นลม' : นันทิดา พวงทองรายงาน)



