ข่าว

ล้วงตับสุดสัปดาห์:'เสียงครวญจากดวงใจ'

ล้วงตับสุดสัปดาห์:'เสียงครวญจากดวงใจ'

13 ต.ค. 2555

ล้วงตับสุดสัปดาห์ : สิงห์สนามข่าว

"เสียงครวญจากดวงใจ"

             ว่ากันว่า "บิ๊กโอ๋" พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็นรัฐมนตรีที่รากฐานมั่นคงแข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่ง เพราะนอกจากความสัมพันธ์แนบแน่นกับ "นายใหญ่" ด้วยความเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 แล้ว ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำเหล่าทัพต่างๆ มิพักต้องพูดถึงสายขั้วอำนาจต่างๆ ที่เขาสามารถเชื่อมได้อย่างดี
   
              แต่ตำแหน่ง "เสนาบดีกระทรวงกลาโหม" นั้นหอมหวานหยอกเสียเมื่อไหร่ จึงมีความพยายามแซะ แกะ หรือกระทั่งโยนหินถามทางเผื่อว่าจะมีโอกาสเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวนี้บ้าง
   
              "บิ๊กโอ๋" ก็โดนเหมือนกัน มีทั้งการกล่าวหาว่าเป็นคนแข็งกร้าวเกินกว่าจะอยู่ในตำแหน่ง โดยยกตัวอย่างเมื่อครั้งมีคำสั่ง ย้ายฟ้าผ่า "พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์" อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม จากกรณีทำหนังสือถึงนายกฯ ขอชี้แจงว่าเจ้ากระทรวงแทรกแซงการแต่งตั้ง หนำซ้ำไม่พอยังนำโผนายทหารไปให้ผู้มากบารมีดู
   
              เมื่อถึงฤดูกาลปรับ ครม. ชื่อของ "บิ๊กโอ๋" จึงติดโผที่ถูกอ้างว่าจะปรับเปลี่ยนด้วย และไม่แปลกที่เมื่อป๊ะหน้ากระจอกข่าวก็ย่อมถูกถามเรื่องนี้ แต่มีหรือคนระดับนี้จะตอบอะไรง่ายๆ
   
              เมื่อจบเรื่องราวการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ ก็เข้าสู่วาระการพูดคุยเรื่องส่วนตัวเฮฮาประสาคนคุ้นหน้า และมีคำถามหนึ่งหลุดออกไปว่า "ท่านชอบฟังเพลงของใคร"
   
              "บิ๊กโอ๋" ตอบทันควัน "ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์" ทำเอาคนฟังถึงกับงงว่านายทหารนักรบทำไมฟังเพลงหวานเจี๊ยบ
   
              แต่แล้วก็มาถึงบางอ้อ เพราะเพลงของ "ศรัณย่า" นั้นร้องว่า...
   
              "อยู่นานๆ ได้ไหม" นี่เองที่เขาเรียกเพลงจากใจใช่ไหมครับทั่น...


"มันก็แฟร์ดี"

              ถือว่าแฟร์ดีในระดับหนึ่งสำหรับกลุ่มนักวิชาการที่ไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ระงับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เพราะเมื่อศาลวินิจฉัยออกมาว่าประเด็นดังกล่าวอยู่นอกเหนืออำนาจพิจารณา “อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ก็แสดงท่าทียอมรับและไม่คิดจะไปพึ่งองค์กรใดตามเสียงเชียร์คนบางกลุ่มที่คิดจะเอาอำนาจ “ตุลาการ” ไปคานกับ “ฝ่ายบริหาร” แบบไม่รู้จบอีก
   
              อันที่จริงนโยบายการรับจำนำข้าวก็คือนโยบายประชานิยมที่ออกผลดีในระยะสั้น หวือหวาชั่วครู่ หากแต่ในระยะยาวไม่ได้สร้างหลักประกันใดที่ทำให้กระบวนการค้าข้าวและคุณภาพชีวิตชาวนาดีขึ้นยั่งยืน
   
              ซึ่งแนวทางทำนองนี้ไม่ต่างอะไรกับนโยบายแจกคอมพิวเตอร์พกพาหรือนโยบายลดจัดเก็บภาษีรถคันแรก ที่ไม่มีใครการันตีถึงคุณภาพศึกษาและการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่พอจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวย-จนได้
   
              ดี-ร้าย อีกไม่นานกาลเวลาย่อมสำแดงผลลัพธ์ ซึ่งเมื่อนั้นประชาชนย่อมคิด-เข้าใจได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพากราบไหว้ ศาลพระภูมิ ให้สิ้นเปลืองเวลาเลือกชะตาตัวเอง


"นอกประเด็น ตรงไหน"

              หากพูดถึงส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่ทำหน้าที่อภิปรายในสภาบ่อย ต้องมีชื่อของ “ส.ส.แจ็ค” วัชระ เพชรทอง จากค่ายประชาธิปัตย์ แน่นอน
   
              ถือว่าเป็น ส.ส.แม่เหล็กอีกหนึ่งคน ที่เรียกได้ว่าดูด ฝ่ายตรงข้ามสุดๆ เพราะด้วย ลีลา น้ำเสียง ท่าที เรียกได้ว่า ครบเครื่อง อภิปรายไปแวะไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บ้าง แวะไปหาคนเสื้อแดงบ้าง เล่นเอาประท้วงกันวุ่นวาย อยู่เสมอ
   
              เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการพิจารณาพ.ร.บ.4 ฉบับ พ.ร.บ.สถานพยาบาลสัตว์ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์
   
              “ส.ส.แจ็ค” ก็ไม่พลาดลุกขึ้นมาอภิปราย ด้วยท่าที ขึงขัง ยกตัวอย่างว่า รัฐบาลบางชุดเกิดโรคระบาดทำให้มีคนตาย แล้วไม่มีใครรับผิดชอบ
   
              ทำให้ "วิสุทธิ์ ไชยณรุณ" ประธานในที่ประชุมเตือนว่า “ท่านวัชระ คิดว่าท่านคงอภิปรายนอกประเด็น” ทำให้ “ส.ส.แจ็ค” ถามว่านอกประเด็นอย่างไร
   
              ท่านประธานจึง ตอบกลับไปว่า “ตอนนี้กำลังพิจารณา พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ไม่ใช่ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์”
   
              สงสัยท่าน ส.ส.นั่งคิดอยู่ว่า รอบหน้า ถ้าลุกอภิปราย จะไปแวะที่ไหนดี จึงลืมฟังว่า เขากำลังพิจารณาเรื่องอะไรอยู่ (ฮาเบาๆ)