ข่าว

เริ่มที่รู้

เริ่มที่รู้

14 ต.ค. 2555

เริ่มที่รู้ : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

              นั่งอ่านข่าวต่างประเทศชิ้นนี้แล้ว ต้องบอกว่า นึกถึงบ้านเราเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา บางทีไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้นซ้ำๆ อย่างไม่ควร โดยเฉพาะบทเรียนทางการเงินและการลงทุน

              ยิ่งเป็นข่าวที่เกิดขึ้นในยุโรป เป็นอีกซีกโลกหนึ่งที่เรามักจะคิดว่า เป็นซีกโลกที่เจริญแล้ว พัฒนาแล้ว ทั้งผู้คนและความรู้เท่าทัน

               “ข่าว” มีอยู่ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารโนบากาลิเซีย บังโค ในเมืองโมอาญา ประเทศสเปน ต้องหยุดทำการไป 1 วัน หลังจากลูกค้าประมาณกว่า 30 คน บุกเข้าไปก่อความวุ่นวายและปาไข่ใส่ตัวอาคาร เพื่อเรียกร้องเงินคืน

               ผู้ประท้วงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของนักออมชาวสเปนกว่า 7 แสนคนทั่วประเทศ ที่นำเงินออมส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด ไปลงทุนใน “หุ้นบุริมสิทธิ” และ “หุ้นกู้ด้อยสิทธิ” ที่ธนาคารต่างๆ เป็นผู้ออก จนเมื่อสเปนประสบวิกฤติเศรษฐกิจ หลักทรัพย์เหล่านี้ก็มูลค่าหดหาย และไม่สามารถขายต่อได้

               “ลูกค้าจำนวนมากเห็นว่า ตัวเองถูกหลอก เพราะเจ้าหน้าที่ธนาคารรับรองว่า หลักทรัพย์เหล่านี้มีความปลอดภัยเหมือนกับเงินฝาก และธนาคารบางแห่งได้เสนอทางเลือกให้ลูกค้าเปลี่ยนหุ้นบุริมสิทธิเป็นเงินฝากหรือหุ้นสามัญแทน แต่สหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งให้สเปนยืมเงินไปช่วยเหลือธนาคารที่ประสบปัญหาเป็นฝ่ายคัดค้านข้อเสนอเหล่านี้”

               เรื่องนี้ใหญ่โตขึ้นขนาดที่ “หลุยส์ เดอ กินดอส” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสเปน ต้องชี้แจงต่อที่ประชุมสภาว่า หลักทรัพย์ที่มีปัญหาเป็นเครื่องมือการเงินที่ซับซ้อนสำหรับนักลงทุนสถาบัน

               เขาบอกว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่อยู่ที่การนำไปขายให้แก่ผู้ที่ขาดความรู้ความเข้าใจ ขณะนี้รัฐบาลกำลังหารือกับอียู เพื่อหาทางออกที่ดีสุดให้แก่ผู้ฝากเงินเหล่านี้

               ว่ากันว่า การเผชิญหน้าระหว่างธนาคารกับผู้ฝากเงินครั้งนี้ ยิ่งบั่นทอนความมั่นใจต่อระบบการเงินที่ย่ำแย่อยู่แล้วจากกระแสเงินทุนไหลออก และภาวะฟองสบู่แตกในภาคที่อยู่อาศัยของสเปนให้หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น

               “โดมิงโก เบลโล” ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยลาโกรุนญาในสเปน บอกว่า ตราบใดที่ผู้คนยังไม่ไว้วางใจระบบธนาคาร กระแสเงินทุนก็จะยังคงไหลออก และความวุ่นวายแบบในเมืองโมอาญาก็เกิดขึ้นแทบทุกวัน โดยเมื่อเดือนที่แล้ว ผู้ประท้วงในแถบกันตาเบรีย ทางตอนเหนือของสเปนได้บุกโจมตีสาขาธนาคารกาคา กันตาเบรีย 50 แห่ง ในคืนเดียว ส่วนที่กาตาโลเนีย ผู้ฝากเงินหลายสิบรายหอบเหรียญ 50 เซนต์ไปฝากธนาคาร จากนั้นก็เข้าแถวถอนเงินจำนวนเดียวกันออกไปทันที

               ตามชุมชนหลายแห่ง นายธนาคารที่เคยเป็นที่ปรึกษาทางการเงินแก่ผู้คน กลายเป็นบุคคลที่ถูกสังคมรังเกียจ ลูกค้าบางคนขู่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ธนาคาร และขูดขีดรถของพวกเขา จนกระทั่งธนาคารโนบากาลิเซีย ต้องโยกย้ายพนักงาน 25 คนในปีนี้จากคำข่มขู่ของลูกค้าที่โกรธแค้น

               สื่อต่างประเทศรายงานว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากการลงทุนใน “หุ้นบุริมสิทธิ” ครั้งนี้ มีต้นกำเนิดจากช่วงเริ่มต้นของวิกฤติการเงินยุโรป ทำให้ธนาคารในสเปน ต้องการเงินทุน หลังจากฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตก และหนี้จำนวนมากกลายเป็นหนี้เสีย เมื่อความเชื่อมั่นหมดลง ทำให้นักลงทุนต่างประเทศไม่ต้องการเข้าลงทุนในหลักทรัพย์ของธนาคารสเปน ดังนั้น ธนาคารรายใหญ่ๆ จึงหันมาใช้เครือข่ายสาขาในประเทศ กระจายหุ้นบุริมสิทธิแก่ลูกค้าทั่วไปแทน

               และการที่ “หุ้นบุริมสิทธิ” เป็นที่นิยมในสเปน ก็เพราะการนำเสนอดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากปกติ ขณะที่ลูกค้าบางรายได้รับคำอธิบายว่า สามารถขายหุ้นเหล่านี้ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเหมือนเงินฝากบางประเภท

               มีการรวบรวมตัวเลขด้วยว่า เฉพาะในปี 2552 เพียงปีเดียว ธนาคารพาณิชย์สเปนสามารถระดมทุนผ่านหุ้นบุริมสิทธิได้มากถึง 11,400 ล้านยูโร และเมื่อรวมทั้งหมดมีการจำหน่ายหุ้นบุริมสิทธิไปประมาณ 22,000 ล้านยูโร

               ฟรานซิสโก โลเปซ ลูเบียน ผู้เชี่ยวชาญการเงินจากวิทยาลัยธุรกิจ อินสติตูโต เดอ เอมเปรซา กล่าวว่า ผู้ควบคุมกฎระเบียบต่างเมินเฉย และปล่อยให้ธนาคารรับประโยชน์ไปเต็มๆ โดยชาวสเปนที่วางใจมอบเงินออมของตัวเองให้นายธนาคารช่วยดูแลกลายเป็นผู้ที่ถูกหลอก

                ขณะที่นายธนาคารส่วนมาก ตั้งความหวังว่า จะสามารถกลับมาสานสัมพันธ์กับลูกค้าได้อีกครั้ง โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารโนบากาลิเซีย ออกแนวทางปฏิบัติ 10 ข้อ รวมถึงข้อกำหนดว่า ธนาคารจะขายเฉพาะผลิตภัณฑ์การเงินที่เข้าใจง่ายให้ลูกค้ารายย่อย เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเหมือนหุ้นบุริมสิทธิอีก

                ที่หยิบยกข่าวต่างประเทศมานำเสนอ เพราะนึกย้อนกลับไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ตอนนั้น “บ้านเรา” ไม่ได้ประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเหมือนสเปนในขณะนี้ แต่เป็นช่วงที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ อย่างกองทุนรวมออกมาเสนอขาย สร้างปัญหาวุ่นวายได้ไม่ต่างกัน ด้วยเหตุที่คนซื้อก็ใหม่ คนขายก็ใหม่ ต่างคนต่างใหม่ ไม่เข้าใจด้วยกันทั้งคู่ ปัญหาก็เลยเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย เพียงแต่ว่า พอเป็นปัญหา “เงินในกระเป๋า” ความเดือดร้อนก็ย่อมจะมากกว่าเป็นธรรมดา

                ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเกิดขึ้นได้บ่อยๆ ก็คงจะเป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะเรื่องของการลงทุน เพราะไม่เช่นนั้นเราก็ต้องไม่เห็นภาพเก่าๆ ซ้ำๆ ย้อนมาแบบนี้บ่อยๆ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่นวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ทางการเงินก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปได้เร็วขึ้น ก็ยิ่งต้องทำให้เราเรียนรู้มากขึ้นให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง

               เริ่มต้นด้วยการลงทุนในสิ่งที่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมแบบไทย หรือหุ้นบุริมสิทธิแบบสเปน แค่นั้นก็ช่วยลดปัญหาและลดความเสี่ยงจากการลงทุนไปได้มากแล้ว

......................................
(เริ่มที่รู้ : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected] )