ข่าว

ปชป.จี้'ปู'สอบไซฟ่อนเงิน1.6หมื่นล้าน

ปชป.จี้'ปู'สอบไซฟ่อนเงิน1.6หมื่นล้าน

13 ต.ค. 2555

ปชป. จี้ 'ยิ่งลักษณ์' ตรวจสอบนักการเมือง ขนเงิน 1.6 หมื่นล้าน ไซฟ่อนฮ่องกง บี้ 'ปลอด' ขอโทษ กทม. หลังยอมรับปมถุงทรายเป็นเทคนิคป้องน้ำท่วม

                          13 ต.ค.55 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ดำเนินการปราบการทุจริตคอรัปชั่น อย่างแท้จริง อย่าทำเพียงแค่สร้างภาพ หรือไปร่วมงานต้านคอรัปชั่นและร่วมเขียนข้อความเท่านั้น โดยตนขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้กรณีที่ภาคีเครือข่ายต้านคอรัปชั่นแห่งชาติ (ภตช.) ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่มีนักการเมือง ขนเงินจำนวน 1.6 หมื่นล้าน ไปไซฟ่อนที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง และถูกกรรมการป้องกันและปราบปรามการการฟอกเงิน (ปปง.) ฮ่องกงจับได้ พร้อมมีการอายัดเงินจำนวนดังกล่าวไว้ เป็นกรณีที่รัฐบาลจะพิสูจน์การทำงานตามนโยบายปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น โดยใช้กลไกภาครัฐ อาทิ ปปง. , กรรมการป้องกันและปราบปรรมการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.)

                          นายองอาจ กล่าวว่า การเรียกร้องดังกล่าวตนไม่ได้กำหนดกรอบเวลา แต่อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ ส่วนกรณีที่ ภตช. ระบุว่ากระบวนการดังกล่าวมีนักการเมืองฝ่ายค้านร่วมอยู่ด้วย ไม่ใช่เป็นประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์จะตรวจสอบ เนื่องจากไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวบุคคล

 

ปชป. ปูด 'รัฐบาล' นำ 'เอ็มโอยู' ค้าข้าวเก่า

                          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ว่า ขณะนี้ตนทราบว่ามีความพยายามนำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู)เก่า ที่ประเทศไทยได้ทำกับประเทศต่างๆ มาเหมารวมว่าเป็นสัญญาซื้อขายข้าว  โดยรัฐบาลได้เร่งรัดให้กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เร่ขายข้าวให้กับประเทศที่ได้ทำเอ็มโอยูร่วมกับประเทศไทย ในราคาที่ต่ำ ซึ่งความพยายามดังกล่าวถือเป็นวิธีการเอาตัวรอดจากการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว พฤติกรรมดังกล่าวนี้่ได้รับการยืนยันจากนักการทูตของประเทศอินโดนีเซีย  โดยทูตอินโดนีเซียระบุเพิ่มเติมว่าประเทศอินโดนีเซียไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลไทยต่อการค้าข้าวร่วมกัน เนื่องจากปีทีผ่านมารัฐบาลไทยไม่สามารถส่งมอบข้าวได้ตามปริมาณและคุณภาพที่กำหนดไว้

                          ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้รัฐบาลแถลงความจริงเกี่ยวกับตัวเลขการส่งออกข้าว ในโครงการรับจำนำข้าว 54/55 และอย่าใช้ข้ออ้างที่ว่า เอ็มโอยูกับต่างประเทศเป็นสิ่งที่เปิดเผยไม่ได้ ทั้งนี้จากข้อมูลการส่งออกข้าวของประเทศเวียดนาม ซึ่งทำเอ็มโอยูขายข้าวให้กับต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเทศคู่สัญญากับประเทศไทย ยังสามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ซึ่งประเด็นนี้ตนขอตั้งข้อสังเกตว่ากรณีที่รัฐบาลไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลเพื่อต้องการปกปิดการแสวงหาประโยชน์จากโครงการดังกล่าว

                          นายองอาจ กล่าวว่า ในประเด็นที่รัฐบาลเตรียมใช้คลังสินค้า สนามบินดอนเมือง เป็นโกดังเก็บข้าวนั้น จากการสอบถามข้อมูลของเจ้าหน้าที่ที่ปรับปรุงโกดัง ทราบว่ารัฐบาลต้องการใช้เป็นพื้นที่เก็บข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำในฤดูกาลถัดไป ดังนั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำฤดูที่ผ่านมายังไม่มีการระบายออกไป

 

ปชป. จี้ 'ปลอดประสพ' ขอโทษ 'กทม.' ปมถุงทรายยัดท่อ

                          นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชกรุงเทพมหานคร เคลียร์ใจกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เรื่องถุงทรายอยู่ในท่อระบายน้ำว่า การหารือดังกล่าวที่ใช้เวลา 10 นาที มีคนกระซิบให้ฟังว่า นายปลอดประสพ ได้ยอมรับว่ากรณีการนำถุงทรายไว้ในท่อระบายน้ำเป็นเทคนิคที่หลายประเทศใช้จริง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ แต่กลับไม่พบว่านายปลอดประสพจะออกมากล่าวคำขอโทษตามที่เคยระบุไว้ ส่วนกรณีที่ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบประเด็นพบถุงทรายในท่อระบายน้ำนั้น ตนขอเตือนว่าระวังจะเจอตอ และพบเป็นพวกเดียวกันเอง ทั้งนี้ตนมีข้อมูลโครงการลอกท่อระบายน้ำในพื้นที่ กทม. ที่พร้อมจะมอบให้นายจิรายุ ห่วงทรัยพ์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย และ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ว่า จากงบประมาณที่รัฐบาลให้กทม. ใช้ในการลอกท่อนั้น พื้นที่ส่วนใหญ่ หรือกว่า 3,983 กม. เป็นพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานรัฐบาล

                          นายสกลธี ยังกล่าวถึงประเด็นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบในชั้นคดีพิเศษ ได้แก่ เรื่องเงินบริจาคน้ำท่วม และ คดีขยายสัมปทานเดินรถไฟฟ้าของกรุงเทพมหานครว่า ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ได้จับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และพร้อมจะเอาผิดทางกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรม ในฐานะที่ดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในชั้นของการยื่นถอดถอน และ ข้าราชการดีเอสไอ ในฐานะที่ใช้อำนาจทางการเมืองกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม