ข่าว

แบรนด์หรูแห่เข้าเอเชียรับเศรษฐีใหม่

แบรนด์หรูแห่เข้าเอเชียรับเศรษฐีใหม่

13 ต.ค. 2555

เวิลด์วาไรตี้ : แบรนด์หรูแห่เข้าเอเชีย รับเศรษฐี(หน้า)ใหม่

                          ทวีปเอเชีย กำลังพลิกสถานะจากการเป็นภูมิภาคที่ต้องแบกภาระด้าน "จำนวนประชากร" มาสู่ข้อได้เปรียบทางการตลาด ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้แก่กระแสโลกยุคโลกาภิวัตน์ และความเฟื่องฟูของธุรกิจภาคบริการ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล และการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่เปรียบเสมือนต้นทุนในการสร้าง "เศรษฐีหน้าใหม่" ให้แก่ภูมิภาคนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ขยับมาจากกลุ่มชนชั้นกลาง

                          และเมื่อประเมินจากจำนวนประชากรเอเชียเกินครึ่ง ที่อยู่ใน 2 ประเทศใหญ่อย่าง อินเดีย และจีน ทำให้ทุกวันนี้สินค้าแบรนด์หรู เริ่มขยับจากลูกค้าหลักในยุโรป และญี่ปุ่น เข้าไปหาตลาดที่สดใหม่กว่า และแน่นอนว่า มีกำลังซื้อเหนือกว่า ของทั้งสองประเทศที่กำลังมาแรงนี้แล้ว

                          ล่าสุด ยูโรมอนิเตอร์ องค์กรด้านวิจัยตลาดระดับนานาชาติ ก็ได้เปิดเผยรายงานตอกย้ำแนวโน้มข้างต้น โดยระบุว่า อินเดีย จะครองตำแหน่งตลาดสินค้าหรูที่เติบโตเร็วที่สุดในปีนี้ จากจำนวนคนรวยที่เพิ่มจำนวนขึ้นถึง 35% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเป็น 1.7 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 4.5 แสนคน ภายในปี 2558 ซึ่งเศรษฐีใหม่เหล่านี้ ร่ำรวยขึ้นจากการประกอบธุรกิจส่วนตัวทั้งสิ้น

                          ตัวอย่างแบรนด์สุดหรูที่พาเหรดเข้ามาแล้ว ก็ได้แก่ หลุยส์ วิตตอง, กุชชี่, เบอร์เบอร์รี่, แอร์เมส และนาฬิกาสุดหรู ริชมองต์ ซึ่งแห่กันเข้ามาปักธงรอการขยายตัวของยอดซื้อในอินเดีย ที่คาดว่าจะขยายตัวถึง 22% ภายใน 5 ปีข้างหน้า เมื่อเทียบกับตลาดจีน ที่มีจำนวนประชากรอันดับ 1 ของโลก ซึ่งจะเติบโตราว 15% ในช่วงเดียวกัน

                          นายซิตาห์ล เมธา ซีโอโอ ของมธุรา แฟชั่น แอนด์ ไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นทั้งผู้นำเข้า และเจ้าของแบรนด์หรูรายใหญ่ของอินเดีย กล่าวว่า เขาเห็นถึงการตอบรับสินค้าและบริการหรูหรา จากผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ และปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในเมืองหลวงเท่านั้น แต่ค่อยๆ ขยายตัวออกไปอีกหลายๆ เมืองทั่วอินเดียด้วย และนั่นคือเหตุผลที่ว่า ทำไมสารพันแบรนด์หรู ที่พาเหรดเข้ามายังประเทศนี้ จึงไม่ได้เลือกปักหลักเฉพาะตามห้างสรรพสินค้าระดับบนเท่านั้น แต่ยังบุกลงไปตามห้างใหญ่ และก่อตั้งมานานตามเมืองต่างๆ ด้วย

                          ยูโรมอนิเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยผู้บริโภคระบุว่า จีนจะขยับขึ้นเป็นตลาดสินค้าหรูใหญ่อันดับสองของโลกรองจากสหรัฐภายในปี 2560 แซงหน้าญี่ปุ่น อิตาลี และฝรั่งเศส แม้มีสัญญาณว่ากำลังซื้อสินค้าหรูในจีนเริ่มชะลอการขยายตัวตามเศรษฐกิจก็ตาม

                          ขณะที่ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ยูโรมอนิเตอร์ ก็รายงานผลสำรวจยอดจำหน่ายสินค้าหรูปีนี้ว่าจะแตะ 302,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.36 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 4% จากปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการที่ชนชั้นกลางในประเทศกำลังพัฒนาเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจีนซึ่งมียอดจำหน่ายสินค้าประเภทนี้ขยายตัวมากกว่าตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

                          รายงานระบุว่า ตลาดเกิดใหม่ที่นำโดยบราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน หรือที่เรียกว่ากลุ่มบริกส์ ช่วยชดเชยความต้องการสินค้าหรูจากตลาดเดิมที่ลดลง คาดว่าปีนี้กลุ่มบริกส์จะครองส่วนแบ่งยอดจำหน่าย 11% มูลค่ารวม 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.02 ล้านล้านบาท) ส่วนตลาดเดิมอย่างสหรัฐ ญี่ปุ่น อิตาลี และฝรั่งเศสจะยังคงครองส่วนแบ่งยอดจำหน่ายอยู่ครึ่งหนึ่งในปีนี้

                          น่าสนใจที่ว่า เมื่อประเมินถึงการลงหลักปักฐานของแบรนด์หรูใน 2 ประเทศนี้แล้ว ตลาดสินค้าหรูในอินเดีย ล้าหลังประเทศจีนถึง 10 ปี แต่เนื่องประเทศมหาอำนาจแห่งเอเชียกำลัง "สะดุด" ปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ปีนี้ อินเดีย จึงสามารถเติบโตแซงหน้าจีนได้สำเร็จ