
กินเจด้วยใจหรือทำไปตามกระแส
กินเจด้วยใจ หรือทำไปตามกระแส
กว่า 400 ปี ที่ชาวจีนริเริ่มเทศกาลถือศีลกินเจอย่างจริงจัง แม้จะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ไหนประเพณีนี้ก็ยังถูกสานต่อมาเรื่อยๆ มีเพียงจุดประสงค์ที่ได้ถูกปรับเปลี่ยนไปให้เข้ากับยุคสมัย ตั้งแต่เพื่อการระลึกถึงบรรพบุรุษผู้กล้าหาญ เคารพเทพเจ้า จนถึงการละชีวิตสัตว์ และเพื่อรักษาสุขภาพ สำหรับในช่วง 10 วันของงานบุญใหญ่ในยุค 2555 นี้ เหล่ามวลชนชาวไทยจะหลั่งไหลมาทานเจเพื่ออะไร และจะปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง กระแสสังคมที่สืบทอดกันมายาวนานจะมีอิทธิพลต่อการทำบุญหนึ่งปีมีครั้งมากน้อยเพียงใด ความเห็นของชาวสังคมใหม่อาจตอบโจทย์การทานเจในยุคนี้ได้อย่างดี
แม้ไม่ค่อยได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดหนุ่มกล้ามโตอย่าง "คุณชายน้อง" ร.ท.ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล ก็บอกไว้ก่อนว่าปีนี้ตั้งใจจะลองทานอาหารเจสักครั้ง อาจจะไม่ครบวันตามที่เทศกาลกำหนด แต่ถือเป็นการเริ่มต้นละเว้นเนื้อสัตว์ที่ชอบทานมาตลอด และเพราะว่าชอบจนถึงขั้นขาดไม่ได้ที่ผ่านมาจึงไม่นิยมทานอาหารเจตามเทศกาลเท่าไรนัก
"ที่บ้านผมจะมีหม่อมแม่กับพี่สาวที่ทานอาหารเจเป็นประจำ ผมเป็นคนชอบทานเนื้อสัตว์มาก หยุดได้แต่ต้องบังคับตัวเองหน่อย การทานเจผมว่าเป็นเหมือนการดีท็อกซ์อย่างหนึ่งด้วย เดี๋ยวนี้อาหารเจเขาก็ทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ รสชาติไม่ได้ต่างกันด้วย ผมว่าดีสำหรับคนที่เพิ่งปรับตัวมาทานอาหารเจใหม่ๆ เมื่อคิดจะทานเจที่เป็นการละเว้นเนื้อสัตว์แล้ว ก็ควรจะถือศีลงดทำสิ่งที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือความคิด ถ้าทำได้แบบนี้ตลอดการกินเจน่าจะได้บุญมากกว่า บางคนอาจจะมองว่ากินเจเป็นเทรนด์ สำหรับผมไม่คิดแบบนั้นแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ควรจะทำ อย่างน้อยๆ ในรอบปีหนึ่งเราก็มีโอกาสได้ละเว้นเนื้อสัตว์ ได้ถือศีลทำแต่สิ่งดีๆ แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นาน แต่ก็ดีกว่าที่จะไม่ลด ละ เลิกเลย" คุณชายน้อง กล่าว
ส่วนทางดีไซเนอร์สาวคนเก่ง "โอ๋" ปิยะพร อังอุบลกุล ที่บอกว่าทานอาหารเจตามเทศกาลเป็นประจำพร้อมกับครอบครัว เพราะรู้สึกว่าเมื่อมีโอกาสที่จะได้ทำบุญแล้ว ก็ไม่ควรจะปล่อยโอกาสนั้นให้หายไปสิ่งที่ได้นอกเหนือจากบุญคือสุขภาพที่แข็งแรง
"บางคนเคร่งมากกับการทานเจ แต่ของเราไม่ได้เคร่งมากขนาดนั้น เพียงแต่เห็นว่ามีโอกาสที่จะได้ทานได้ดีท็อกซ์ร่างกาย ก็ถือโอกาสนี้ชำระล้างภายในไปพร้อมๆ กัน การถือศีลพร้อมกับการทานเจ เป็นการฝึกวินัยตัวเองอย่างหนึ่ง เป็นช่วงเวลาที่เราพิสูจน์ตัวของเราด้วยว่า เราสามารถหักห้ามความอยากทำได้มากแค่ไหน ความอยากที่ว่า คือ ความเคยชินในสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะพวกอบายมุขต่างๆ โอ๋ว่าไหนๆ เราจะทำความดีด้วยการละเว้นเนื้อสัตว์แล้ว ก็ควรจะละเว้นอบายมุขร่วมด้วย เพราะถึงอย่างไรหลักคำสอนในทางพุทธศาสนา ก็อยากให้มนุษย์ดำเนินชีวิตในหลักศีลธรรมอยู่แล้ว และน่าจะเป็นการได้บุญมากขึ้นด้วยถ้าทำละเว้นการฆ่าสัตว์และละเว้นการทานเนื้อสัตว์ไปพร้อมๆ กัน" ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ แจกแจง
"ชมพู่" ภัทราวรรณ พานิชชา มิสวีลแชร์ ไทยแลนด์คนล่าสุด เผยว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าการรับประทานอาหารเจจะช่วยในเรื่องของสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นจากการงดเว้นเนื้อสัตว์ ทั้งยังเป็นการไม่เบียดเบียนชีวิตอื่นด้วย ปัจจุบันมีคนหันมาทานเจกันมากขึ้น เพราะมีการพัฒนาทั้งในเรื่องรสชาติและวัตถุดิบที่หลากหลาย มีส่วนผสมที่ทำเลียนแบบและแต่งกลิ่นเหมือนเนื้อสัตว์ จึงทำให้ทานง่ายขึ้น อย่างที่บ้านคุณป้าก็ทานเจเช่นกัน หากวันไหนท่านทำกับข้าวก็จะมีโอกาสร่วมทานด้วย แต่ก็ไม่ได้เคร่งครัดถึงขั้นต้องต้องทานให้ครบทุกมื้อ ทุกวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโอกาสและความสะดวกในการหาอาหารทานด้วย เพราะหากอยู่ในมหาวิทยาลัยร้านอาหารเจก็มีไม่มากนัก
กินเจเพราะภรรยาพากิน บุญเลิศ สุพลจิตร์ เจ้าของบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัดพีที.อินเฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมพิวเตอร์ซัพพลาย เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่ร่วมเทศกาลกินเจติดต่อกันมานานกว่า 5 ปี โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า ในปี 1 จะทานเจครั้งละ 1 เดือน ทว่าเน้นเฉพาะเรื่องการละเว้นเนื้อสัตว์เท่านั้น ไม่ได้เคร่งถึงขนาดต้องถือศีล
"ผมเพิ่งจะเริ่มทานอาหารเจเมื่อไม่นานมานี้ แค่ 5 ปี ตามคำแนะนำของภรรยา นับว่าค่อนข้างโชคดีที่ภรรยาคอยปรุงอาหารให้ทานเองตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มทาน ทำให้ไม่รู้สึกว่าอาหารเจทานยาก เพราะเขาก็รู้ว่าเราชอบทานรสชาติแบบไหน เมื่อเขาทำได้ถูกปากเราเองก็ทานได้เยอะ แม้จะไม่ถึงกับติดใจแต่ก็ไม่ค่อยลำบากใจเมื่อถึงคราวจะต้องทานเจอีกครั้งในปีต่อๆ มา และสามารถทานได้อย่างที่ตั้งปณิธานเอาไว้แต่แรก สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในช่วงเวลา 1 เดือนของทานอาหารเจรู้สึกได้ว่าเบาตัวดี และยังสบายท้องอีกด้วย เลยกลายเป็นว่าในปีหนึ่งพอถึงช่วงเทศกาลนี้ เราได้พักกระเพาะให้ทำงานเบาลง ที่สำคัญเมื่องดเนื้อสัตว์ไป 1 เดือน มันเหมือนการช่วยให้สัตว์มีชีวิตยืนยาวขึ้นได้อีกหน่อย แต่สำหรับเรื่องการถือศีลนั้นโดยส่วนตัวผมไม่ค่อยเคร่งครัดในเรื่องนี้เท่าไหร่นัก" บุญเลิศ กล่าว
ปิดท้ายที่ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมจีน จิตรา ก่อนันทเกียรติ บอกว่า ส่วนตัวกินเจมานานมานับสิบปีแล้ว ด้วยมีสปอนเซอร์ชิ้นหนึ่งให้พูดเรื่องเจแล้วก็บอกว่าเมื่อพูดแล้วก็ต้องปฎิบัติด้วยนั่นคือจุดเริ่มต้นและกินเจมาจนทุกวันนี้ แล้วก็ไม่ได้กินเฉพาะในช่วงเทศกาล ในทุกสัปดาห์ตั้งกฎส่วนตัวไว้ด้วยว่าหนึ่งหรือสองวันต้องกินเจ เพราะคอเรสตอรอลเยอะมาก การกินเจทำให้ลดลงพร้อมกับผิวพรรณที่เนียนใสมากขึ้น และที่สำคัญเป็นการดีท็อกซ์ร่างกาย
"การกินเจถ้ากินให้เป็นจะไม่อ้วนและไม่ท้องผูก แต่คนทั่วไปมักกินไม่เป็นโดยเลือกกินอาหารทอด อาหารเหนียว นั่นเองจึงเป็นเหตุที่หลายคนบ่นว่ากินเจแล้วอ้วนแล้วท้องผูก เพราะอาหารที่เลือกกินส่งผลต้ออาการเหล่านั้น ดังนั้นการจะกินเจต้องวางแผนไม่ใช่ซื้อและกินตามที่เห็นขายกันอยู่ทั่วไป เพราะอาหารเจบางอย่างส่งผลต่อร่างกายเช่นกัน เริ่มจากปกติกินอาหาร 3 มื้อก็เพิ่มเป็น 5 มื้อด้วยอาหารเบาๆ ที่มีประโยชน์อย่างสาหร่ายหรือซุปเห็ด มันช่วยได้มากกว่าซื้ออาหารประเภททอดหรือแป้งเหนียวๆ ที่เมื่อทานไปแล้วจะดูดซับน้ำในกระเพาะทำให้ท้องผูกขึ้นมาอีก" ผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้
พร้อมกับกล่าวยืนยันด้วยว่า การกินเจสักสิบวันเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริง ยิ่งถ้าถือศีลบวกเขาไปด้วยจะให้พักกาย พักใจ ได้อย่างสมบูรณ์ จะศีล 5 ศีล 8 หรือศีล 6 ตามลัทธิเต๋าที่เป็นต้นกำเนิดของการกินเจคือการปิดทวารทั้งหก เริ่มจากละกิเลศทางสายตาด้วยการแต่งกายให้เรียบร้อย หรือจะนุ่งขาวห่มขาว ละกิเลสทางหู ฟังแต่เรื่องที่ดีๆ ฟังธรรมะ เข้าวัดฟังธรรม ละกิเลสทางจมูก คือไม่กินผักที่มีกลิ่นฉุน งดการกินเนื้อสัตว์ซึ่งก็รู้กันอยู่สัตว์ก่อนที่จะถูกฆ่าเพื่อนำเนื้อมาให้เรากินนั้น มันจะมีความเครียด แล้วความเครียดนี้ละที่จะส่งผลต่อการเป็นมะเร็ง ดังนั้นการกินเนื้อสัตว์ของเรานั้นคือการกินสารพิษเขาร่างกายเช่นกัน การละกิเลสทางกายคือการหยุดกิจกรรมบนเตียง สุดท้ายคือพักใจด้วยการหยุดความหมั่นไส้ หยุดความอิจฉานั่นเอง
ไม่ว่าจะทำเพื่อสิ่งใดอย่างน้อยๆ การรักษาศีล ปฏิบัติธรรมทั้งกาย วาจา ใจเพียง 10 วัน หรือแค่ 1 วัน ก็เป็นการนำเข้าสิ่งดีๆ เข้าสู่ร่างกายและจิตใจแบบเห็นผลทันตา ไม่เชื่อไม่ผิดแต่ลองทำดูรับรองไม่เสียหาย



