ข่าว

รง.เตรียมพร้อมรับขึ้นค่าจ้าง300

รง.เตรียมพร้อมรับขึ้นค่าจ้าง300

12 ต.ค. 2555

ก.แรงงาน ชู 3 มาตรการ เตรียมพร้อมรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บ. ใน 70 จังหวัด เน้นพูดคุยทำความเข้าใจกับ นายจ้าง-ลูกจ้าง เร่งพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเพิ่มผลผลิต

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 55  นายสง่า ธนสงวนวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทใน 70 จังหวัด ซึ่งเริ่มมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 56 ว่า กระทรวงแรงงานได้วางมาตรการไว้ 3 มาตรการ ได้แก่ 1. การให้ 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กรมการจัดหางาน (กกจ.) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) และสำนักงานประกันสังคมทั้งในส่วนกลางและจังหวัด บูรณาการการทำงานร่วมกันโดยลงพื้นที่ไปรับพูดคุยกับสถานประกอบการภายในจังหวัด โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็ม เพื่อขอความร่วมมือปรับขึ้นค่าจ้างตามกฎหมาย และรับฟังปัญหาและผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้าง รวมทั้งชี้แจงถึงมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล เช่น มาตรการการลดภาษี นอกจากนี้ ให้ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานในจังหวัดต่างๆ ไปพูดคุยกับสถานประกอบการ เพื่อเร่งพัฒนาฝีมือแรงงานตามความต้องการของสถานประกอบการเพื่อเพิ่มผลผลิต 

          2. การสำรวจและเก็บข้อมูลผู้ว่างงานและตกงาน เนื่องจากผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างโดยให้ กกจ.จัดหาตำแหน่งงานรองรับ และ 3. การส่งเสริมการมีงานทำโดยการจัดฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อประกอบอาชีพอิสระโดยเฉพาะแรงงานและประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

          "ถึงวันนี้ประเทศไทยจะต้องปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อยกระดับทักษะฝีมือและคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยให้ดีขึ้น ทำให้แรงงานไทยมีศักยภาพแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้เพราะเหลือไม่ถึง 3 ปีข้างหน้า ไทยจะต้องก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ขณะนี้ทุกประเทศในอาเซียนปรับขึ้นค่าจ้างกันไปหมดแล้ว กระทั่งบางประเทศ เช่น มาเลเซียมีอัตราค่าจ้างสูงกว่าไทย อย่างไรก็ตาม คาดว่าการปรับขึ้นค่าจ้างครั้งนี้ไม่น่าจะมีผลกระทบทำให้แรงงานตกงานเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเวลานี้ไทยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างมาก แต่สิ่งที่กระทรวงแรงงาน หน่วยงานรัฐและเอกชนต่างๆ จะต้องเร่งดำเนินการคือ การพัฒนาทักษะฝีมือทักษะภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียนให้แก่แรงงานไทยเพื่อรองรับเออีซี"