
ปปส.ถก'ไอซีที'ปราบค้ายาผ่านโซเซียล
'พงศพัศ' เร่งถก 'ไอซีที' หาแนวทางป้องกันเยาวชนซื้อขายยาเสพติดผ่าน 'โซเซียลมีเดีย-ไปรษณีย์' เตรียมลงพื้นที่ 12 ชุมชนเอ็กซเรย์เชิงรุก 90 วัน
12 ต.ค.55 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) กล่าวถึงกรณีการจับกุม นายอาทิตย์ หรือเล็ก ขัดทา อายุ 21 ปี และน.ส.ดารินทร์ หรือพลอย วันชูพริ้ง อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 800 เม็ด เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ซึ่งมีพฤติกรรมค้ายาเสพติดผ่านเฟสบุ๊คว่า เป็นการขยายผลภายหลังจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดที่ผ่านมา
ซึ่งขณะนี้ปปส.ได้เฝ้าระวังและตรวจตราขบวนการค้ายาเสพติดในโซเชียลเน็ตเวิล์คอย่างเข้มงวดโดยได้ประสานกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อหาแนวทางการควบคุมเยาวชนในการเข้าดูเว็บไซด์ต่างๆ ด้วยการทำข้อความประชาสัมพันธ์รวมทั้งพยายามตัดต้นตอการส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์ด้วยการสุ่มตรวจพัสดุ ทั้งนี้ยอมรับว่าการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดทางโซเชียลเน็ตเวิร์คทำได้ยาก แต่ขณะนี้ยังมีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับช่องทางการค้ายาเสพติดช่องทางอื่น
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวถึง แผนปฏิบัติการปิดล้อมเอ็กซเรย์เชิงรุก 90 วัน ตามโครงการ ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน ในพื้นที่ชุมชนเสี่ยง 12 แห่งทั่วประเทศว่าในวันที่ 14 ต.ค. เวลา 10.00 น.จะลงพื้นที่ชุมชนคลองเตยเพื่อหารือกับผู้นำชุมชนในการติดตั้งกล้องวงจรปิด การวางกำลังเจ้าหน้าที่ในชุมชน นำผู้เสพเข้ารับการบำบัดและจะลงพื้นที่ให้ครบทั้ง 12 ชุมชนก่อนนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานเปิดโครงการดังกล่าว
ตร.ปทุมฯรวบขี้ยา-ขยายผลค้นบ้านพบปืนเพียบ!
พ.ต.ท.สายชล คุ้มทรัพย์ สวป สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ ได้ทำการจับกุมตัวนายพัน พานทอง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่เลขที่ 112/2 หมู่ 2 ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 10 เม็ด บริเวณชุมชนวัดป่ากลางทุ่ง โดยนายพัน พานทอง ให้การว่าตนเองรับยาบ้ามาจากนายบุญทิ้ง หรือมืด พานทอง ซึ่งเป็นน้องชายของตนเอง เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้นำกำลังไปเพื่อทำการจับกุมตัวนายบุญทิ้ง ซึ่งพักอาศัยอยู่บริเวณซอยเทศบาล 4 ตำบลบางหลวง เมื่อไปถึงบ้านพักของนายบุญทิ้ง พบตัวนายบุญทิ้งฯ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก จึงแสดงตัวขอตรวจค้นผลการตรวจค้นตัวพบยายาบ้า จำนวน 100 เม็ด
โดยนายบุญทิ้ง ให้การยอมรับว่าตนเองรับยาบ้ามาจากนายพรชัย หรือเลย บุญเช อยู่บ้านเลขที่ 30/4 หมู่ที่ 2 ตำบลบางหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งนายบุญทิ้งฯ ได้นำเจ้าพนักงานตำรวจไปเพื่อชี้บ้านพักนายพรชัย เมื่อไปถึงพบนายพรชัยฯ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านพักของตนเอง เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ทำการตรวจค้นตัวพบยาบ้า จำนวน 7 เม็ด ในกระเป๋ากางเกงของนายพรชัยฯ และได้ทำการค้นบ้านพักของนายพรชัย พบอาวุธปืนลูกซองยาว ไม่มีเลขทะเบียน จำนวน 2 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้น ไม่มีเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 16 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด .22 มม. จำนวน 11 นัด โดยนายพรชัยฯ ให้การว่าอาวุธปืนดังกล่าวมีเพื่อนซึ่งพึ่งถูกจับกุมยาเสพติดยาบ้า 2,000 เม็ด ที่จังหวัดสุพรรณบุรีนำมาฝากไว้ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสามส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ตร.ระยอง กวาดล้างยาเสพติดยึดยาบ้ากว่าหมื่นเม็ด
นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง พล.ต.ต.เชิดชาย เสขะนันทน์ ผบก.ระยอง และ พ.ต.อ.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบก.ระยอง แถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดในพื้นที่ได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลางจำนวนมาก
สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา พ.ต.ท.วราวุฒิ นิตยวรรณ สว.สส. สภ.ต.มาบตาพุด สืบทราบว่าที่บ้านไม่มีเลขที่ ซอยร่วมพัฒนา ถนนตากวน-หาดทรายทอง ต.มาบตาพุด อ.เมือง ระยองมีการมั่วสุมเสพยาบ้าจึงนำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เดินทางไปที่บ้านหลัง ดังกล่าวพบนายสมคิด สว่างแจ้ง นายจักรกฤษ ประสิทธิ์สุวรรณ อายุ 24 ปี นายพลวัฒน์ คำไล่ อายุ 23 ปี นายวุฒิพงศ์ อ่ำยิ้ม อายุ 18 ปี นายอิทธิกร หล่อเกรี อายุ 18 ปี กำลังมั่วสุมเสพยาบ้า และพบนางสมวรรณ (อุ๊) ผันเจริญ อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 6/2 ถนนกรอกยายชา ต.เนินพระ อ.เมือง ระยอง ซึ่งเป็นผู้ขายยาบ้าให้ ผู้เสพทั้งหมด ที่กำลังมีการมั่งสุมเสพยา จึงทำการจับกุมนาง สมวรรณ ได้ของกลาง ยาบ้า 18 เม็ด
หลังจากนั้นได้ขยายผลจากนางสมวรรณ ที่สารภาพว่า ซื้อยาบ้า มาจากนายเฉลิมพงษ์ วงษ์ภา อายุ 23 ปี เจ้าหน้าที่ จึงได้ติดต่อ ล่อซื้อให้นำยาบ้ามาส่ง ให้นางสมวรรณ จนสามารถจับกุมตัวนายเฉลิมพงษ์ ได้ พร้อมยาบ้าอีก 20 เม็ด แจ้ง ข้อหามียาเสพติดประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
จากนั้น ได้ขยายผลเพิ่มเติมอีก พบว่าได้ซื้อยาบ้า มาจากนายอภิวัฒน์ หรือวัฒน์ วังวงศ์ บ้านเดิมเลขที่ 159 ม.9 ต.ศรีแก้ว อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร กับนางสาว ณพรรษร หรือหนึ่ง ศรีโฉม อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 40 ม.9 ต.คูเมือง อ.หนองบัว จ.ชัยภูมิ จึงได้วางแผนล่อซื้อยาบ้าอีก 800 เม็ด ในราคา 50,000 บาท นัดหมายให้มาส่งให้กับนายเฉลิมพงษ์ วงษ์ภา ที่ซอยร่วมพัฒนา ต.มาบตาพุด ปรากฏว่าทั้งสองผัวเมียนำยาบ้ามาส่ง จึงได้ทำการจับกุม ทั้งสองผัวเมียได้อีก หลังจากนั้นนายอภิวัฒน์ วังวงศ์ กับภรรยา ได้พาเจ้าหน้าที่ไปค้นบ้านพักซึ่งทั้งสองเช่าอยู่ ที่บ้านเลขที่ 6/2 ม.2 ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนา จ.ระยองจากการตรวจค้น พบยาบ้า ที่บริเวณห้องนอน 9,603 เม็ด ยาไอซ์ 93.93 กรัม ใส่ถุงเล็กเพื่อเตรียมจำหน่าย
นายอภิวัฒน์ รับสารภาพว่า ออกจากเรือนจำกลางระยอง ได้ประมาณ 2 เดือน ข้อหาครอบครองยาเสพติด พอออกมาจากเรือนจำก็ไม่มีงานทำ เพราะไม่รู้จะทำงานอะไร จึงหันมาค้ายาบ้า เพราะกำไรดี มีเงินฝากในธนาคาร กรุงเทพจำกัด สาขาบิ๊กซีระยองกสิกรไทย บิ๊กซีระยองและไทยพาณิชย์สาขานิคมพัฒนา รวม 170,000 บาท
จากการขยายผลอีก เจ้าหน้าที่ ได้ทำการจับกุมพ่อค้ายาบ้าเพิ่มอีก 2 ราย ซึ่งเป็นรายย่อยเครือข่ายนายอภิวัฒน์ และนายดำรง ภารพันธ์ ได้ยาบ้า 10 เม็ด นายวิรัตน์ หมดทุกข์ ได้ยาบ้าอีก 20 เม็ด
รวมแก็งค์ยาบ้า ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุม ผู้ค้าและผู้เสพรวม 11 คน ยาบ้า 10,451 เม็ด ยาไอซ์ 93.93 กรัม ยึดทรัพย์สิน ได้แก่ระยนต์กระบะ โตโยต้า หมายเลขทะเบียน บล 7062 ระยอง จยย.ฮอนด้าคลิก สีดำแดง งงจ.-12ชลบุรี สร้อยข้อมือ 1 สลึง สมุดเงินฝาก 3 ธนาคารชื่อนางณพรรษร ศรีโฉม โทรศัพท์ 3 เครื่อง นำตัวผู้ต้องหาส่ง รตท.เจริญ เดชพ่วง พนักงานสอบสวน สภ.มาบตาพุด อ.เมือง ระยอง ดำเนินคดี
นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง เผยว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระยอง ทำการเร่งจับกุมทลายเครือข่าย ยาเสพติด ตั้งแต่ผู้เสพให้ถึงผู้ค้าทั้งเล็กและใหญ่ เชื่อว่าถ้าดำเนินการจัดการเครือข่ายยาบ้า ชนิดขุดรากถอนโคนจริง ประชาชนจะกินดีอยู่ดี โจรจะน้อยลงไปเอง และจะให้รางวัลเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีผลงาน พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่
สงขลา-รวบ 2 นักค้ายาข้ามชาติชาวมาเลย์ ยึดเฮโรอีน 3 กก.
พ.ต.อ.นภพล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.สะเดา จ.สงขลา พ.ต.ท.พงษ์พันธ์ แสงสง่า รอง ผกก.ป. ร่วมกับอาสาสมัครตำรวจชุมชน จับกุมสองนักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวมาเลเซีย ประกอบด้วย นายวอง ซอย เม็ง อายุ48ปี และ นายลี เช็ง เว อายุ 33 ปี ขณะลักลอบขนเฮโรอีนน้ำหนัก 2.4 กิโลกรัมมูลค่า3 ล้านบาท มากับรถเก๋งยี่ห้อแคลซิล สีขาว ทะเบียน JBG 8705 โดยซุกซ่อนไว้ใต้ฝากระโปรงหน้ารถบริเวณห้องเครื่อง
และถูกเจ้าหน้าที่ซึ่งตั้งด่านตรวจอยู่บนถนนกาญจวานิช ขาเข้าเขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชายแดนไทยมาเลเซียตรวจค้นและจับกุมได้ เนื่องจากพบพิรุธ โดยก่อนถึงด่านตรวจได้จอดรถในลักษณะผิดสังเกตุเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจ และภายในรถยังมีหญิงสาวคนไทยซึ่งเป็นภรรยาของ นายวอง ซอย เม็ง พร้อมลูกสาววัย7และ6 ขวบนั่งมาในรถด้วยเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่าเฮโรอีนทั้งหมดถูกส่งมาจากชายแดนทางภาคเหนือของไทย ก่อนที่ทั้งสองคนจะขับรถไปรับมาจากพื้นที่อ.หาดใหญ่ เพื่อส่งให้กับลูกค้าที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลสำนักขามชายแดนไทยมาเลเซียจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิงต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลสองผู้ต้องหาเพื่อสาวไปยังเครือข่ายค้ายาเสพติดแกงค์นี้ ขณะหญิงสาวชาวไทยและเด็กอีกสองคนนั้นผู้ต้องหาเผยว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพียงแต่นำมานั่งในรถเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่เท่านั้น



