
'ยุทธศักดิ์'ยันสถานการณ์ใต้ดีขึ้น
'ยุทธศักดิ์' ยันสถานการณ์ใต้ดีขึ้น จ่อถก 'ผบ.ทบ.'-หน่วยข่าวกรองมาเลย์ลุยเชิงรุก พร้อมเผย 'โอบามา' อาจไม่มาไทย พ.ย.นี้ เหตุอยู่ในช่วงเลือกตั้ง
12 ต.ค.55 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาณ์ถึงความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยมีการข่มขู่ประชาชนในพื้นที่ไม่ให้มีการเปิดทำการค้าขายในทุกวันศุกร์ ว่า วันนี้ตนได้พยายามให้มีการรายงานทั้งในช่วงเช้าสายด้วย เพราะบรรดาร้านค้านั้นจะเปิดทำการตั้งแต่ช่วง 08.00 น. ไปแล้ว และบางร้านได้เปิดตั้งแต่ 10.00 น. ขณะนี้ร้านสะดวกซื้อในทุกจังหวัดนั้นเปิดหมด
ส่วนตลาดนั้นบางร้านที่เป็นร้านของชาวพุทธได้เปิดแล้ว ซึ่งเหลือแต่ร้านของชาวมุสลิมที่ยังมีอยู่หลายแห่งที่ยังรอดูอยู่ว่าความปลอดภัยตะเกิดขึ้นหรือไม่ ร้านที่เปิดไปแล้วจะได้รัการข่มขู่อย่างไรบ้าง ซึ่งก็ยังมีความกลัวอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็ดีขึ้นกว่าช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทุกจังหวัดได้รายงานว่าวันนี้ (12 ต.ค.) สถานการณ์ประชาชนมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งรอบนอกและรอบในดีกว่าที่ผ่านมา ทั้งนี้มีรายงานว่าใน 3 จังหวัดนั้นบางจังหวัดก็เปิดร้านทำการแล้ว 30 เปอร์เซ็นบางจังหวัดก็มากกว่านั้น สำหรับจังหวัดที่ยังเปิดร้านค้ายังไม่มากนักคือยะลา และนราธิวาส ส่วนปัตตานี นั้นเปิดมาก ซึ่งร้านส่วนใหญ่ที่ยังไม่เปิดเป็นของชาวไทยมุสลิม ซึ่งบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าขอรอดูสถานการณ์อีกสักนิดโดยหลังกลับจากการละหมาดแล้วก็จะเปิดได้ ทั้งนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่ได้เปิดหมายเลขโทรศัพท์สายด่วนอุ่นใจ 1890 ให้ประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าสายด่วน 1890 นั้นจะช่วยทำให้สถานการณ์ความรุนแรงลดลงหรือไม่ รองนายกมนตรี กล่าวว่า เป้นเรื่องของทางกระทรวงมหาดไทยได้ทำขึ้นซึ่งมีทั้งอส. ตำรวจ และทหาร รวมทั้งชุดรักษาหมู่บ้านอยู่ช่วยดูแลให้ด้วย เมื่อถามต่อว่าการเปิดร้านทำการของชาวไทยมุสลิมนั้นเป็นตัวชี้วัดว่าเจ้าหน้าที่สามารถรับมือกับกลไกของผู้ก่อความไม่สงบนี้ดีขึ้นกว่าเดิมใช่หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ถูกต้อง ก็ดีขึ้นกว่าสองครั้งที่แล้ว และชาวมุสลิมอีกหลายคนก็ต้องการที่จะเปิดร้าน และต้องรู้ว่าชาวบ้านมุสลิมนั้นเป็นผุ้ที่อ่อนไหว และระมัดระวังตัวมากเท่านั้นเอง
เมื่อถามว่าความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามนั้นเป็นอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายตรวข้ามก็พยายามที่จะเปลี่ยนความคิดด้วยการปล่อยข่าวว่าการให้หยุดทำการในวันศุกร์นั้นไม่ได้เป็นงานของผู้ก่อความไม่สงบ แต่โยนกลับมากล่าวหาว่าเป็นงานของเจ้าหน้าที่เอง ซึ่งฝ่ายข่าวได้รายงานมาว่าการสั่งการของผู้ก่อความไม่สงบนั้นมาจากนอกประเทศ ใบปลิวข่มขู่ก็ไม่ได้มาจากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พิมพ์มาจากจังหวัดอื่น
เมื่อถามว่าทางเจ้าหน้าที่เข้าใจหรือไม่ว่าผู้ก่อความไม่สงบกำลังอ้างหลักศาสนาเพื่อให้ชาวมุสลิมในพื้นที่หวั่นไหวมากกว่าความกลัว พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวมุสลิมเข้าใจหมดแล้ว เพราะว่าเราได้พิมพ์เอกสารของจุฬาราชมนตรี แจกจ่ายให้ชาวมุสลิมข้าใจว่าหลักศาสนาเป้นอย่างไรบ้าง จะมีการทำให้ไขว้เขวอย่างไรชาวบ้านก็ไม่เชื่อแล้ว เพียงแต่ชาวบ้านนั้นยังกลัวอยู่ว่าการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่จะทำได้ตลอดไปหรือไม่ และจะถูกคุกคามด้วยความรุนแรงหรือไม่ ซึ่งเรารู้ว่าในหลักจิตวิทยา การเอาชนะด้วยความกลัวนั้นไม่ยั้งยืน เราก็ต้องพยายามอย่างยิ่งเลยที่จะต้องให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจในความปลอดภัย เมื่อเกิดชาวบ้านเกิดความมั่นใจเข้าใจแล้วประชาชนก็จะอยู่กับเรามาขึ้น
เมื่อถามว่าตอนนี้มีแผนรับมืออย่างไรเมื่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้มีการสังหารผู้บริสุทธิ์ 7-8 รายต่อวัน พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ก่อความไม่สงบสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นเพื่อจะควบคุมประชาชน ซึ่งเรามองว่าขณะนี้สิ่งที่ผู้ก่อความไม่สงบกำลังทำคือ 1.ใช้ความรุนแรงเพื่อไล่ชาวพุทธออกไป 2.ต้องการปกครองชาวมุสลิมในพื้นที่ด้วยความกลัวต่อไป เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องเข้าไปแก้ปัญหานี้ให้ได้ ต้องดูแลชาวพุทธให้ทำมาหากิน มีความมั่นใจที่จะอยู่ในพื้นที่นี้ต่อไป และจะต้องทำให้ชาวมุสลิมที่ทำมาหากินอย่างบริสุทธิ์ มีความมั่นใจในความปลอดภัย ซึ่งเราให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำงานอย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่จะเตรียมลงไปมากขึ้นนั้นยังอยู่ในแผนในการเตรียมการ อย่างเช่นที่เราจะให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มขึ้นอีก 5,000 นายนั้น กำลังดำเนินการงบประมาณ มีแผนงานแล้วแต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปในขั้นตอนของการบรรจุ ส่วนเจ้าที่อส.นั้นก็ต้องเพิ่มอีก 2,700คน ก็กำลังเริ่มทำแล้วโดยใช้กำลังทหารเป็นโครงสร้าง
ทั้งนี้ในส่วนของทหารเองก็ได้มีการเพิ่มกำลังลงไปโดยเน้นในเรื่องของความปลอดภัยและสร้างสถานภาพในพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยขึ้น เพื่อที่จะให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงไปในพื้นที่ในเรื่องของการพัฒนา การสร้างความรู้สึกที่ดีในสังคมให้กับประชาชนในพื้นที่ และขณะนี้ได้มีการเพิ่มกำลังพลในกองพลทหารราบที่ 15 ให้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีข่มขู่ห้ามเปิดร้านในวันศุกร์นั้นสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติได้เมื่อไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า จะค่อยๆดีขึ้นกว่าเดิม อย่างที่ผ่านนั้น 1 เดือนก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ครั้งนี้การข่มขู่ การปฏิบัติได้ใช้วิธีการรุนแรงมากกว่าเดิม อาจจะต้องใช้เวลาสักนิดซึ่งเราก็ตรวจสอบว่าแต่ละสัปดาห์นั้นพัฒนาดีขึ้นหรือไม่ จะต้องแก้ไขที่ตรงจุดไหนบ้าง โดยคิดว่าจะต้องทำให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่าเดิมจนสู่ปกติได้ในเดือนพฤศจิกายน เมื่อถามว่าจะป้องกันการสูญเสียขากฝ่ายเจ้าหน้าที่อย่างไรเนื่องจากมีการก่อเหตุขึ้นรายวัน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังตัว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้สูญเสียเพราะเราลงไปชี้แจงทุกวันว่าการเดินทางการเคลื่อนย้ายการจะไปที่ไหน การจัดตั้งฐานนั้นจะต้องใช้ระบบยุทธวิธีหมด ทั้งนี้เราจะมีการเปลี่ยนยุทธวิธีว่าเราจะไม่เป็นฝ่ายรับและจะไม่นั่งแก้ไปทุกเรื่อง ดังนั้นหลังจากนี้ตนจะหารือกับทางผู้บัญชาการทหารบก และแม่ทัพภาค4 ว่าต่อไปเราต้องทำงานเป็นฝ่ายรุก
เมื่อถามว่าในเรื่องของการทำใบปลิวชี้แจงในพื้นที่นั้นมีการประสานงานกับต่างประเทศอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่าทางรมว.ต่างประเทศ คงกำลังประสานกับประเทศที่อยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่ในการที่จะขอความร่วมมืออย่างมากในเรื่องของการทำงานร่วมกัน ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศ ได้เริ่มเจรจาในเรื่องที่เป็นปัญหาอย่างการหลบนี้เข้าไปในพื้นที่ ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านเองก็ยืนยันว่าไมได้สนับสนุนเรื่องนี้ ซึ่งในขณะนี้ด้านการข่าวเราได้มีการแลกเปลี่ยนกันอยู่และในช่วงประมาณต้นเดือนหน้าจะให้ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ของเราไปร่วมประชุมกับทางประเทศเพื่อนบ้านด้วย
เผย"โอบามา"อาจไม่มาไทยเดือน พ.ย.นี้
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ ว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการประสานงานมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องดูว่าเดือนพ.ย.นั้นเป็นเดือนที่มีการเลือกตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยต้องดูว่าผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรการรณรงค์การเลือกตั้งของเขานั้นยังต้องทำอย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นเพียงข่าวและเป็นแผนก่อน แต่การประสานงานในขณะนี้นั้นต้องรอก่อน
"หากนายโอบามา มีการเดินทางมาในภูมิภาคอาเซียนนั้นก็มีแผนที่จะมาเยือนประเทศไทยด้วย แต่ตนคิดว่าอาจจะไม่ใช่ช่วงเดือน พ.ย. ต้องหลังจากการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาผ่านไปก่อน" พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว



