
ดีเบตคู่ชิง'รองปธน.มะกัน'โต้เดือด
'ไบเดน-ไรอัน' ร่วมประชันวิสัยทัศน์ที่จัดขึ้นเพียงรอบเดียวในรัฐเคนทักกี โดยสองฝ่ายเสนอจุดยืนของพรรคได้ดี และตอบโต้อีกฝ่ายได้อย่างดุเดือดทั้งนโยบายภายในและต่างประเทศ ด้านโพลล์ชี้ไม่มีผู้ชนะเด็ดขาดในดีเบตคู่ชิงรองปธน.
12 ต.ค.55 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประชันวิสัยทัศน์นาน 90 นาทีระหว่างผู้สมัครชิงเก้าอี้รองประธานาธิบดีสหรัฐ ไบเดน และไรอัน จัดขึ้นที่เซนเตอร์ คอลเลจ ในเมืองแดนวิลล์ รัฐเคนทักกี โดยมีมาร์ธา แรดแด็ตซ์ หัวหน้าผู้สื่อข่าวต่างประเทศจากเอบีซีนิวส์ เป็นพิธีกร โดยแบ่งเป็น 9 ช่วง ช่วงละ 10 นาที ถามเรื่องนโยบายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และสองฝ่ายได้ตอบโตกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ แผนตัดลดภาษี สวัสดิการเมดิแคร์ และนโยบายต่างประเทศ
ทั้งนี้ ไรอัน นักการเมืองหนุ่มวัย 42 ปี จากพรรครีพับลิกัน บอกว่า นโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีบารัค โบอามากำลังเดินไปผิดทางและไม่มีการฟื้นตัวอย่างแท้จริง
ขณะที่ ไบเดน วัย 69 ปีผู้คร่ำหวอดในการเมืองสหรัฐหลายสิบปี กล่าวโจมตีนโยบายภาษีของมิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกันเรื่องแผนการตัดลดภาษี 5 ล้านล้านดอลลาร์ที่จะไม่ทำให้ขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นและจะไม่เก็บภาษีเพิ่มจากชนชั้นกลาง โดยไบเดนบอกว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในทางหลักคณิตศาสตร์
แต่ไรอันแย้งด้วยการยกตัวอย่างสมัยประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ที่สามารถลดภาษีและเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจได้ และไบเดนรีบถามกลับว่า ตอนนี้คุณคือ เคนเนดี้ใช่มั้ย ช่างมหัศจรรย์ ทำให้เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้อย่างมาก แต่ไรอันยืนยันว่า การตัดภาษีจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ จะเกิดการสร้างงาน 7 ล้านตำแหน่ง
นอกจากนี้ ทั้งสองยังโต้เถียงกันในประด็นนโยบายต่างประเทศ โดยไรอัน ซึ่งอ่อนด้อยประสบการณ์ด้านการต่างประเทศ กล่าวว่า การเสียชีวิตของเอกอัครราชทูตสหรัฐในเหตุการณ์โจมตีสถานกงสุลสหรัฐในเมืองเบงกาซีของลิเบียเมื่อวันที่ 11 ก.ย. เป็นหลักฐานยืนยันว่านโยบายต่างประเทศของโอบามาล้มเหลว และโอบามาปล่อยให้อิหร่านมีเวลาตลอด 4 ปีนี้ในการพัฒนาด้านนิวเคลียร์จนใกล้สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ แต่ไบเดนที่เคยเป็นคณะกรรมาธิการต่างประเทศของวุฒิสภานานกว่า 10 ปี โต้กลับว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเรื่องเหลวไหล และบอกด้วยว่ารอมนีย์รีบออกแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เร็วเกินไปโดยยังไม่รับทราบข้อเท็จจริง
ตลอด 90 นาทีของการดีเบท สองผู้สมัครขัดจังหวะกันแย่งกันพูดเป็นระยะๆ โดยส่วนใหญ่เป็นไบเดนที่พูดแทรกขึ้นมาจนไรอันต้องพูดว่า จะดีกว่ามั้ยหากเราจะไม่ขัดจังหวะกันและกัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เป็นที่คาดการณ์กันอยู่แล้วว่า ไรอันจะเลือกดีเบทด้วยมาดดุดันเพื่อเรียกคะแนนเสียงให้กับพรรค หลังจากประธานาธิบดีโอบามาพลาดท่าแพ้ดีเบทครั้งแรกทำให้รอมนีย์มีคะแนนนิยมตีตื้นขึ้น
โพลล์ชี้ไม่มีผู้ชนะเด็ดขาดในดีเบตคู่ชิงรองปธน.
โพลล์ CNN/ORC International ระบุว่า จากการสำรวจผู้มีสิทธิ์ออกเสียง 381 คน หลังการประชันวิสัยทัศน์ ร้อยละ 49 บอกว่าไรอัน ผู้แทนราษฎรจากรัฐวิสคอนซิน ทำได้ดีกว่า ขณะที่ร้อยละ 44 บอกว่ารองประธานาธิบดีไบเดน ทำได้ดีกว่า
ทั้งนี้ แต่ดูเหมือนว่า งานนี้จะไม่มีผู้ชนะผู้แพ้ที่ชัดเจน เพราะโพลล์ของซีบีเอส นิวส์ ออนไลน์ บอกว่า ในกลุ่ม 431 คนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าจะไปใช้สิทธิหรือไม่ ร้อยละ 50 คิดว่าไบเดน ทำได้ดีกว่า ส่วนร้อยละ 31 มองว่าผู้ท้าชิงทำได้ดีกว่า ส่วนอีกร้อยละ 19 บอกว่าเสมอกัน ร้อยละ 56 บอกว่า หากไบเดนต้องทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดี เขาจะสามารถทำได้ดีกว่าไรอัน ขณะที่ร้อยละ 49 บอกว่าไรอัน น่าจะทำได้ดีกว่า
หลังเสร็จสิ้นการประชันวิสัยทัศน์ ฝ่ายหาเสียงของประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า บอกว่า ค่ำคืนวันนี้ชาวอเมริกันได้เห็นการปะทะกันระหว่างข้อมูลความจริงของฝ่ายหนึ่ง และให้คำสัญญาที่ว่างเปล่าของอีกฝ่ายหนึ่ง และไบเดนได้แสดงให้เห็นว่าได้ต่อสู้เพื่อชนชั้นกลางมาตลอดชีวิต และเปิดเผยว่าเขากับประธานาธิบดีโอบาม่าจะเดินหน้าทำเรื่องนี้กันอย่างไรในเทอมที่ 2
ด้านตัวโอบาม่าเองออกแถลงการณ์ระหว่างอยู่บนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ฟอร์ซ วัน ว่า เขาไม่สามารถภูมิใจในตัวไบเดนได้มากเกินไปกว่านี้อีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการปกป้องชนชั้นกลางในระหว่างการประชันวิสัยทัศน์
ส่วนฝ่ายหาเสียงของมิตต์ รอมนี่ย์ ก็ได้ออกแถลงการณ์ในรูปของทัศนะของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคมากมายหลายคน อย่าง เอริค แคนเตอร์ ผู้นำสมาชิกเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ที่บอกว่า ไรอัน ได้วางแนวทางที่ชัดเจนสำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แทนที่จะเดินไปตามทางเดิมอีก 4 ปี ซึ่งมีแต่เรื่องเศรษฐกิจชะงักงัน ภาษีและหนี้สินที่สูงขึ้น



