
คึกคัก!ตลาดใต้เริ่มเปิดขายของวันศุกร์
บรรยากาศวันศุกร์'นราธิวาส'กลับมาคึกครื้นอีกครั้ง หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดผนึกกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย สร้างความมั่นใจให้ประชาชน 'เทศบาลนครยะลา'ส่งจนท.ลงพื้นที่ให้กำลังใจพ่อค้า- แม่ค้า ตามย่านการค้า โฆษก กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้าเผย ปชช.ความมั่นใจการ รปภ.ร้านค้
12 ต.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีได้มีการข่มขู่ให้ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หยุดกิจการและปิดร้านค้าในวันศุกร์ หากใครไม่เชื่อฟังจะถูกทำร้าย จนในห้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าเปิดร้านค้าทำมาค้าขายกัน
ล่าสุด ปรากฎว่า ในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยเฉพาะตลาดเทศบาลเมืองนราธิวาสได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อสินค้ากันอย่างหนาตา ซึ่งต่างจากเมื่อวันศุกร์ของสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้มีผลสืบเนื่องมาจากมาตรการดูแลความปลอดภัยที่เข้มข้นมากขึ้นของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการออกทำการประชาสัมพันธ์ของทางจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
พ.ต.ท.วรภัทร์ พึ่งเดช สวป.สภ.เมืองนราธิวาส เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการออกลาดตระเวนเพิ่มและถี่มากขึ้น รวมถึงเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่มากขึ้นจากเดิมด้วย และยังมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดก่อนเข้ามายังตัวเมือง พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจเดินเท้าของชุดสันติภาพ ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบออกพบปะพี่น้องประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนกลับมาเปิดร้านค้าจำหน่ายสินค้าให้มากขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้จัดชุดสายตรวจรถยนต์ สายตรวจรถจักรยานยนต์เต็มรูปแบบ จะมีการออกลาดตระเวนทั่วทั้งอำเภอ ตามสถานที่ราชการ สถานบันเทิง และอื่นๆ
"อยากให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นั้น ไม่เคยทอดทิ้ง และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนเสมอ" พ.ต.ท.วรภัทร์ กล่าว
ขณะที่นางหนุ่ย แม่ค้าขายปลารายหนึ่ง ในตลาดเทศบาลนราธิวาส กล่าวว่า ที่มาขายของวันนี้ เพราะเริ่มมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ได้เข้มงวดมากขึ้น นอกจากตนเองที่ออกมาขายสินค้าแล้ว วันนี้ก็มีเพื่อนๆหลายคนที่ประกอบอาชีพค้าขายก็ได้ออกมาขายสินค้าด้วย แม้ว่าจะมีผู้คนออกมาซื้อสินค้ากันไม่มากนัก แต่ตนเองก็จะยังคงขายสินค้าต่อไปในวันนี้
ด้านนายอ๊อด พ่อค้าขายเครื่องครัวพลาสติก กล่าวว่า วันศุกร์นี้ ถือว่าบรรยากาศดีกว่าเมื่อวันศุกร์ของสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะมีพ่อค้าแม่ค้าออกมาขายสินค้ากันมากขึ้น และดีใจที่ทุกคนรวมตัวกันออกมาขายสินค้าในวันนี้
"เทศบาลนครยะลา"ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจพ่อค้า- แม่ค้า ตามย่านการค้า
นายยู่สิน จินตภากร รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา พร้อมด้วยนายสมชัย ฤทธิชัยลิน สท.เขต 3 และสมาชิกฯ ได้ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ พ่อค้า แม่ค้า ในย่านถนนสายคุรุ ถนนสายผังเมือง 4 เขตเทศบาลนครยะลา ที่เปิดร้านค้าขายในวันนี้ หลังจาก 2 ศุกร์ ที่ผ่านมา บรรดาพ่อค้าแม่ค้าไม่ว่าจะเป็นตลาดสด หรือ ร้านค้าตามย่านชุมชน ต่างๆ ได้พากันหยุดร้านเนื่องจากเกิดความหวาดกลัวต่อคำข่มขู่ ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี
นายยู่สิน เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ที่ผ่านมาในวันศุกร์ ร้านค้าจะปิดกิจการเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของจังหวัดยะลา ทางเทศบาลนครยะลา เห็นว่าหากปล่อยสถานการณ์เป็นเช่นนี้ และประชาชนยังหลงเชื่อต่อข่าวลือ คำขู่ จะทำให้เศรษฐกิจภาพรวมในพื้นที่ย่ำแย่ลงไปอีก ท่าน พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา จึงมีแนวคิดว่า จะทำอย่างไรให้เกิดแรงกระตุ้น ให้ประชาชนออกมาค้าขาย และใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเดิม รวมทั้ง ให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ด้วย ก็เลยนำเจ้าหน้าที่ พนักงานเทศบาลฯ อป.พร. ออกมาเยี่ยมเยียน พบปะ ให้กำลังใจร้านค้าที่เปิดทำการในวันนี้ โดยกระจายกำลังออกเยี่ยมเยียน ทั่วเขตเทศบาลนครยะลา กว่า 1,000 คน ตลอดจนมีการจัดทำคูปองอาหาร สร้างความเชื่อ และห่วงใยประชาชนเทศบาลนครยะลา แจกจ่ายพนักงาน เจ้าหน้าที่เทศบาล ให้ไปอุดหนุนร้านค้าที่เปิดร้านค้าในวันศุกร์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อขายมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ออกสอดส่องดูแล ตามย่านการค้า ชุมชน เพื่อสอดส่องบุคคลแปลกหน้าที่จะมาข่มขู่ร้านค้า อีกด้วย
“จากการประเมินวันศุกร์นี้มีร้านค้าเปิดค้าขายเพิ่มมากขึ้น โดยร้านค้าของชาวไทยมุสลิม ที่ปิด อยู่นั้น พบว่า เนื่องจากใกล้ถึงวันรายอ ประกอบกับนักเรียนปิดเทอมก็เลยถือโอกาสปิดร้านไป สำหรับในวันศุกร์หน้าทางเทศบาลฯ ก็ยังคงดูแล และลงพื้นที่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดการลงตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพ่อค้า แม่ค้า ของทุกภาคส่วน จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน ดีขึ้น ตามลำดับ” รองนายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าว
"ผู้ประกอบการค้ายะลา" เริ่มมั่นใจในความปลอดภัย ทยอยเปิดร้านค้าขายวันศุกร์
จากกรณีที่มีข่าวลือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในกลุ่มผู้ประกอบการค้าต่างๆในพื้นที่ว่าจะมีความไม่ปลอดภัย หากเปิดกิจการค้าขายในวันศุกร์ ส่งผลให้บรรดาพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวไทยมุสลิมมีความหวาดกลัวในข่าวลือ ต่างหยุดกิจการค้าขายในวันศุกร์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จึงได้ออกรณรงค์สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2555 เวลา 07.00 น. ซึ่งเป็นวันศุกร์ที่สาม หลังเกิดสถานการณ์พ่อค้า แม่ค้า หยุดกิจการในวันศุกร์ บรรยากาศการค้าขายที่ตลาดสดพิมลชัย เทศบาลนครยะลา เริ่มมีพ่อค้า แม่ค้าชาวไทยมุสลิม ทยอยออกมาขายของเพิ่มมากขึ้นกว่าทุกวันศุกร์ที่ผ่านมา ในส่วนของพ่อค้า แม่ค้า ชาวไทยพุทธเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ออกมาขายของกันตามปกติ และยังดำเนินชีวิตการจ่ายตลาด เป็นปกติ รวมทั้งบรรดาประชาชนที่ออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าก็เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนทางย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งเป็นย่านชุมชนชาวไทยมุสลิม ร้านค้าต่างทยอยเปิดทำการค้าขาย โดยเฉพาะร้านอาหาร ต่างๆ ซึ่งก็มีพี่น้องชาวไทยมุสลิมออกมาซื้ออาหารกันเป็นจำนวนมากเช่นกัน โดยคาดว่าในช่วงสายก็จะมีร้านค้าทยอยเปิดทำการค้าขายกันมากขึ้นเช่นกัน
สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชน นั้น กำลังทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ปกครอง และภาคประชาชน ยังคงตรึงกำลัง ดูแล และตรวจสอบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ บุคคลที่จะเข้าไปในตลาดอย่างเข้มงวด รวมทั้ง ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจสอบรถเป้าหมาย บุคคลเป้าหมายที่จะเข้ามาในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน อีกด้วย
ปัตตานี พอใจเปิดร้านวันศุกร์ 80% หลังลุยเคาะประตูบ้าน-ร้านค้าสร้างความมั่นใจได้ผลดี
ทางด้าน นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า บรรยากาศการค้าขายในช่วงวันศุกร์นี้มีความคึกคักขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเทียบกับในช่วงวันศุกร์ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเงียบเหงาจากกรณีที่มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้มีการปล่อยกระแสข่าวห้ามมีการค้าขายทุกวันศุกร์ โดยตั้งแต่เช้าที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบว่ามีการเปิดร้านและนำสินค้ามาจำหน่ายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดประมาณ 70-80% เช่นเดียวกับประชาชนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยก็มากขึ้นเป็นลำดับเช่นกัน ทั้งนี้เชื่อว่าในสัปดาห์ต่อไปทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ
"เท่าที่ลงพื้นที่สำรวจตลาดเช้าวันนี้เป็นที่พอใจระดับหนึ่ง เนื่องจากเริ่มมีการค้าขายกันมากขึ้นส่งผลให้บรรยากาศตลาดยามเช้าที่คึกคักเริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งนี้เป็นผลมาจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งการเคาะประตูบ้านและร้านค้าเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจข้อเท็จจริงกรณีการข่มขู่ให้หยุดการค้าขายวันศุกร์ ตลอดจนการวางมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ทำให้ประชาชน พ่อค้า แม่ค้ามั่นใจและกลับมาเปิดร้านมากขึ้น" นายพิทักษ์ กล่าว
ร้านค้าสะบ้าย้อยทยอยเปิดวันศุกร์ 60-70% หลัง ผวจ.สงขลาลุยสร้างมั่นใจต่อเนื่อง
นายธัญพัฒน์ สุวรรณรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลสะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เปิดเผย หลังจากนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่กระตุ้นความมั่นใจของประชาชนในอำเภอสะบ้าย้อย 2 สัปดาห์ต่อเนื่อง หลังจากเกิดปัญหาการปิดร้านวันศุกร์ลุกลามมาถึงตลาดสดสะบ้าย้อย ล่าสุดมีชาวบ้าน และพ่อค้า แม่ค้า ออกมาเปิดร้านและขนสินค้าเกษตรและผลไม้ออกมาวางจำหน่ายในตลาดอีกครั้ง โดยจากการประเมินสถานการณ์พบว่าในวันนี้มีการเปิดขายสินค้าประมาณ 60-70% ของผู้ประกอบการในพื้นที่เทศบาลตำบลสะบ้าย้อยทั้งหมด เมื่อเทียบกับเมื่อวันศุกร์สัปดาห์ที่ผ่านมามีคนขนสินค้ามาจำหน่ายในจำนวนน้อยมาก
“บรรยากาศวันศุกร์นี้ดีกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด โดยประชาชนเริ่มมีความเชื่อมั่นในการดูแลความปลอดภัยของฝ่ายบ้านเมือง กอปรกับสาส์นจากสำนักจุฬาราชมนตรีทำให้บรรยากาศความเข้าใจดีขึ้นเป็นลำดับในขณะนี้”นายธัญพัฒน์ กล่าว
นายกเทศมนตรีตำบลสะบ้าย้อย กล่าวต่อว่า ในสัปดาห์หน้านอกจากจะยังคงดูแลรักษาความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพ่อค้า แม่ค้า รวมถึงประชาชนอย่างต่อเนื่องแล้ว จะมีร้านธงฟ้าสินค้าราคาประหยัดมาให้บริการชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย โดยจะเข้ามากระตุ้นบรรยากาศให้ท้องตลาดมีความคึกคักเพิ่มมากขึ้นเพื่อทำให้ชาวบ้านอยากออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเรียกคืนความรู้สึกและสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วขึ้น
“ปัญหาหลักคือคนในพื้นที่กลัวภัยมืดจะมาถึงตัวมากกว่า แต่เมื่อชาวบ้านรับรู้ได้ถึงความปลอดภัยที่ทางการระดมดูแลอย่างเต็มกำลังทำให้ความเชื่อมั่นของชาวบ้านค่อยๆ กลับคืนมาในห้วงเวลานี้”นายธัญพัฒน์ กล่าว
นายธัญพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่สะบ้าย้อยสถานการณ์ในวันศุกร์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายในไม่กี่สัปดาห์นับจากนี้แน่นอน เพราะขณะนี้ประชาชนเริ่มสะท้อนความต้องการในการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยังขอให้ทางการดูแลความปลอดภัยต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งแม้นสถานการณ์จะคลี่ลายไปในทิศทางบวกแล้วก็ตาม
โฆษก กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้าเผย ปชช.ความมั่นใจการ รปภ.ร้านค้าวันศุกร์
เมื่อเวลา 12.00 น. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์ปรากฏข่าวลือ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข่มขู่ประชาชนมิให้มีการค้าขายในวันศุกร์ หากไม่ปฏิบัติตามจะไม่รับรองความปลอดภัย ซึ่งข่าวลือดังกล่าวได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนในวงกว้าง เนื่องจากความไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนี้กลุ่ม ผู้ไม่หวังดีได้โปรยใบปลิว และปล่อยข่าว ว่าข่าวลือดังกล่าวเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ สร้างความสับสนให้กับสังคมทั้งใน และนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากกรณีดังกล่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าได้ตระหนักดีว่า ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมจิตวิทยา จึงได้กำหนดแนวทางในการดำเนินการ การสร้างความเข้าใจ ชี้แจงสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนผ่านทางผู้นำศาสนา เช่น จุฬาราชมนตรี,คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด รวมทั้งโต๊ะอิหม่าม ที่ชี้ให้เห็นว่าในบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม ไม่ได้ห้ามการค้าขายในวันศุกร์แต่อย่างใด
ดังนั้นการข่มขู่คุกคามให้สุจริตชนต้องหยุดค้าขายในวันศุกร์ ถือเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลอื่น เป็นการแอบอ้างศาสนาอิสลามเพื่อผลประโยชน์ของตนอย่างมิชอบ เป็นการกระทำของพวกสุดโต่งทางความคิด ที่นิยมความรุนแรง ซึ่งเป็นการกระทำที่อยู่นอกกรอบแนวทางของอัลลอฮ์อย่างสิ้นเชิง
“การโปรยใบปลิว และข่าวลือว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เป็นเพียงแนวทาง ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งสร้างสถานการณ์หรือทำร้ายพี่น้องประชาชน แล้วโยนความผิดว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นวิธีการเดิมๆ ที่เคยใช้มาโดยตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่แล้วก่อเหตุร้าย การร้องเรียนเรื่องการซ้อมทรมาน การจัดฉากข่มขืนผู้หญิงมุสลิมเป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อต้องการสร้างความเกลียดชัง และสร้างความหวาดระแวงต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งวิธีการดังที่กล่าว ไม่สามารถใช้ได้ผลอีกแล้วในปัจจุบัน เนื่องจากพี่น้องประชาชนมีความเข้าใจ และรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้ก่อเหตุรุนแรงมากขึ้น เพราะมีผลงานเชิงประจักษ์อย่างชัดเจนแล้วว่า ใครกันแน่ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไร ที่เจ้าหน้าที่รัฐจะเข้าไปทำลายวิถีชีวิต และเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนตามที่พยายามกล่าวอ้าง ทั้งนี้เป็นเพราะตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา ทุกหน่วยในพื้นที่ได้ใช้ความพยายามในการแก้ปัญหา พัฒนาคุณภาพชีวิต และระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ เพื่อนำความสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่และทำให้สถานการณ์มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นมาตามลำดับ” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังได้กล่าวอีกว่า การสร้างความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐแก่พี่น้องประชาชนนั้น ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้บูรณาการการใช้กำลังทั้งมวล แสดงกำลังเข้ากดดันจำกัดเสรีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในเขตเศรษฐกิจ ย่านการค้า ชุมชนเมืองและชุมชนรอบเมือง ให้การรักษาความปลอดภัยร้านค้าที่เปิดบริการอย่างทั่วถึง การเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติ ณ ด่านตรวจและจุดตรวจ รวมทั้งการติดตามจับกุมผู้ปล่อยข่าว และข่มขู่ประชาชนซึ่งปัจจุบันสามารถ ควบคุมตัวได้แล้ว จำนวน 3 คน ประกอบด้วยจังหวัดยะลา 2 คน และ จังหวัดปัตตานี จำนวน 1 คน ซึ่งจะดำเนินการสอบสวนเพื่อขยายผลจับกุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาลงโทษตามกระบวนการตามกฎหมายต่อไป
“จากการดำเนินการภายใต้การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้พี่น้องประชาชนเริ่มมีความเข้าใจ และมีความเชื่อมั่นมากขึ้น จากประมาณร้อยละ 15-20 เมื่อ 28กันยายน เพิ่มเป็นร้อยละ 60-80 ในเขตพื้นที่เมืองในวันนี้ของพื้นที่เมือง อย่างไรก็ตามจากการ ใช้ความพยายามตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเข้าใจจากผู้นำศาสนา และการสร้างความเชื่อมั่นในมาตรการรักษาความปลอดภัย ทำให้เชื่อได้ว่า สถานการณ์จะค่อยๆ คลี่คลายไป ในทิศทางที่ดีขึ้น และจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ ในที่สุด” โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าว



