
แท็กซี่โหดสารภาพร่วมฆ่า"ผช.บก.สาว"
ขออนุมัติหมายจับเมียแท็กซี่คดีฆ่าปาดคอ"ผช.บก.สาว" ด้านแท็กซี่โหดยอมรับสารภาพแล้วร่วมฆ่า ผช.บก.สาวจริง
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายฆ่าปาดคอและแทง น.ส.อรอัจฉรา พรหมผลิน อายุ 27 ปี ผู้ช่วยบก. กองบรรณาธิการนิตยสาร SHAPE เครือ บริษัท แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เสียชีวิตหมกศพอำพรางคดีภายในห้องพักเลขที่ 216 อาคารชัยพฤกษ์อพาร์ตเมนท์ ถนนชัยพฤกษ์ แขวงและเขตตลิ่งชัน กทม. เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากนั้นวันที่ 24 พ.ค.เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายสัญชัย หรือชัย สังข์แป้น อายุ 33 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ผู้ต้องสงสัยลงมือก่อเหตุดังกล่าว พร้อมนางเสาวนีย์ ช้างเขียว อายุ 36 ปี มาสอบปากคำ ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับนายสัญชัยในภายหลัง
ล่าสุดเวลา 09.00 น.วันนี้ (25พ.ค.) พ.ต.ท.สุกิจ อรุณฤกษ์ถวิล รอง ผกก.สน.ตลิ่งชัน เปิดเผยว่า จากการสอบสวนอย่างเคร่งเครียดทั้งคืน นายสัญชัย ยังให้การปฏิเสธ ไม่ยอมตอบคำถามเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ยืนยันว่าไม่รู้ไม่เห็นอย่างเดียว ส่วนนางเสาวนีย์ภรรยาผู้ต้องหาได้ให้การที่เป็นประโยชน์ยอมรับว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาว่าสามีเป็นคนลงมือก่อเหตุจริง เพราะไม่พอใจที่ผู้ตายเปิดทีวีเสียงดังทุกวัน และชอบกลับบ้านตอนดึก นอกจากนี้ผู้ตายยังเป็นคนโผงผาง พูดจาขวานผ่าซาก และเคยมีปากเสียงกันเรื่องนี้มาก่อน
พ.ต.ท.สุกิจ กล่าวว่า ถึงแม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธเจ้าหน้าที่ก็เชื่อว่าไม่ได้จับผิดตัวแน่นอน เพราะมีพยานชัดเจน และหลักฐานส่วนใหญ่ได้จากกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งวันนี้(25 พ.ค.)เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจะมาตรวจหาคราบเลือดเพิ่มเติมภายในรถแท็กซี่ สีฟ้า ทะเบียนทล 1562 กทม.อย่างไรก็ตามหลักฐานที่มีก็สามารถมัดผู้ต้องหาแน่นหนา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนางเสาวนีย์ ภรรยาของนายสัญชัย เพิ่มเติม ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา น่าเชื่อว่าศาลจะอนุมัติให้เนื่องจากมีพยานหลักฐานเพียงพอ ประกอบกับคำให้การของนางเสาวนีย์ เอง โดยพยานเห็นสองสามีภรรยาอยู่ในห้องผู้ตายขณะเกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีบรรดาญาตินายสัญชัยผู้ต้องหาเดินทางมาให้กำลังใจกว่า 10 คน และจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับแพะ เพราะเชื่อมั่นว่านายสัญชัยไม่ใช่ผู้ต้องหา
นายชูชาติ สังข์แป้น อายุ 30 ปี น้องชายผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนและญาติไม่เชื่อว่าพี่ชายเป็นฆาตรกร เพราะพี่ชายเป็นคนดีเป็นคนนิสัยดี ใจเย็น ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ขนาดสัตว์ยังไม่เคยฆ่าแล้วจะมาฆ่าคนได้อย่างไร ขณะเดียวกันพี่ชายของตนก็ไม่มีเจตนาหลบหนี แต่เนื่องจากพี่ชายเป็นคนกลัวผี พอรู้ว่ามีการฆ่าปาดคอกันที่ห้องเช่าตรงข้ามห้องพักจึงไม่กล้ากลับไปนอนที่ห้อง จึงมาพักอยู่ที่บ้านพ่อแม่ซึ่งอยู่ใกล้อพาร์ตเม้นท์ที่เกิดเหตุ และยังดำรงชีวิตปกติ ไปขับแท็กซี่เหมือนเดิม
นายชูชาติ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ก็เรียกพี่ชายของตนไปสอบปากคำหลายครั้ง ก่อนจะคุมตัวแล้วแจ้งข้อหาฆ่าคนตาย ซึ่งพี่ชายของตนก็ไม่ยอมรับ บอกว่ายอมตายดีกว่าให้ยอมรับผิดเพราะพี่ชายไม่ได้เป็นคนลงมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายไม่ได้ จึงวางแผนจับพี่ชายของตัวเองมาเป็นแพะรับบาป
“หากตำรวจมีหลักฐานว่าพี่ชายของเราเป็นคนทำก็ให้เอาออกมาแสดงให้เห็น ถ้าหลักฐานที่เราเห็นชัดว่าพี่ชายเราเป็นคนทำก็จะยอมรับ แต่ตอนนี้พี่ชายยังยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้เป็นคนทำ เราจึงเตรียมทนายเพื่อสู้คดีให้ถึงที่สุด ที่ผ่านมาพี่ชายบอกว่าตำรวจพยามให้พี่ชายรับสารภาพเพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา และเท่าที่เข้าเยี่ยมพี่ชายมีสีหน้าเครียดเพราะไม่เคยต้องคดีมาก่อน” นายชาติ กล่าว
ขณะเดียวกันนายสัญชัย ได้ร้องผ่านห้องขังเพื่อขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปรักปรำ ใส่ร้าย จับตัวมาเป็นแพะรับบาป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุได้จึงวางแผนจับตนมาเป็นแพะ และพยายามบีบบังคับกดดันให้รับสารภาพ
“ผมไม่ผิด ผมไม่ได้ทำ ผมถูกใส่ร้าย ขอให้สื่อช่วยให้ความเป็นธรรมผมด้วย เพราะผมไม่เคยรู้จักคนตาย ไม่เคยพูดคุยด้วยซ้ำ ผมเป็นคนทำมาหากิน ขับรถแท็กซี่กลับมาถึงห้องก็นอน แต่พอรู้ว่ามีการฆ่ากันตายเกิดขึ้นผมก็กลัว ที่กลัวไม่ใช่กลัวความผิด แต่ผมกลัวผีจึงไม่กล้ากลับไปอยู่ห้อง เลยไปนอนที่บ้านแม่ แต่ตำรวจก็หาว่าผมเป็นคนฆ่าแล้วพยายามหนี ให้ผมตายดีกว่าให้ผมรับสารภาพในสิ่งที่ไม่ได้ทำ”นายสัญชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสัญชัย ได้ยอมรับสารภาพแล้วว่าร่วมฆ่า ผช.บก.สาวจริง



