ข่าว

ถก'ภาษีรถยนต์...ภาษีรักษ์โลก'

ถก'ภาษีรถยนต์...ภาษีรักษ์โลก'

11 ต.ค. 2555

คมชัดลึกจัดถก'ภาษีรถยนต์...ภาษีรักษ์โลก'

              แนวคิดการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่กรมสรรพสามิตเสนอต่อกระทรวงการคลัง โดยคิดคำนวณจากค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่กำหนดตามขนาดเครื่องยนต์ว่า รถยนต์คันไหนปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากก็จะเสียภาษีมากเพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อน
 
              รายการ "คม ชัด ลึก" จัดเสวนาเรื่อง "ภาษีรถยนต์...ภาษีรักษ์โลก" มีผู้ร่วมดำเนินรายการประกอบด้วย นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ นายยุทธพงษ์ ภาษี หัวหน้าข่าวยานยนต์ หนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" และผศ.ดร.จินดา เจริญพรพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อเพลิงเอทานอล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยมี น.ส.จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ
 
              นายพัฒนเดช กล่าวว่า หากบังคับใช้โดยไม่ให้ความรู้ก่อนก็จะล้มเหลวแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ควรมานั่งคุยกัน และเชื่อว่าถ้าปรับภาษี ราคารถต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน 100% เชื้อเพลิงที่ใช้ในรถจะต้องแพงขึ้น 100% เพราะการคิดภาษีสรรพสามิตดูจากขนาดรถไม่ได้ สุดท้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบคือผู้บริโภค หากจะเอาจริงๆ ต้องเอาทุกองค์ประกอบมาคิด อย่าคิดว่าเครื่องใหญ่ต้องเสียแพง ต้องกำหนดว่า อยู่ในกลุ่มไหน ไม่ใช่จับทุกอย่างอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ต้องแยกประเภท เพราะยังมีรถรับส่งโดยสาร รถบรรทุกสินค้า และต้องมีระยะเวลาบังคับใช้
 
              ขณะที่ นายยุทธพงษ์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีเรื่องภาษีสรรพสามิตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการตลาด การขาย และราคา เรื่องนี้หากคิดในหลักการกว้างๆ คือ ปล่อยคาร์บอนน้อยจ่ายน้อย ปล่อยมากจ่ายมาก ที่ผ่านมาการคิดภาษีสรรพสามิตยังอิงอยู่กับขนาดของเครื่องยนต์ แต่กระบวนการคิดยังมีภาษีที่ 50 สำหรับรถใหญ่ ครั้งนี้ก็บวกแค่ภาษีที่เกี่ยวกับคาร์บอนไดออกไซด์เข้ามา หากจะเอาเทคโนโลยีต้องไปเปลี่ยนขนาดเครื่องยนต์ และไม่ว่าภาษีสรรพสามิตจะออกมายังไง ราคารถจะต้องแพงขึ้น เพราะเทคโนโลยีสูงขึ้น
 
              ผศ.ดร.จินดา กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วย ใครปล่อยคาร์บอนมากจ่ายมาก คาร์บอนน้อยจ่ายน้อย แต่ต้องแบ่งประเภทให้ดี จะมองเครื่องยนต์อย่างเดียวไม่พอ ต้องมองที่เชื้อเพลิงด้วย เพราะการจะลดคาร์บอนไดออกไซด์มันขึ้นอยู่กับการลดเชื้อเพลิงด้วย ทั้งนี้มองว่า มาตรการภาษีเป็นเพียงจิ๊กซอว์ตัวเดียวที่ยังไม่ช่วยลดโลกร้อนได้จริง ดังนั้นจึงต้องมองให้ครบถ้วนถึงน้ำมันเชื้อเพลิง และต้องมองอย่างครบวงจร ถ้าจะรักษ์โลกมาขึ้น ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงขึ้น ถ้าฉลาดใช้เทคโนโลยีก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มขึ้น แล้วยังสะอาดด้วย