
มติ'DSI'รับปม'BTS'เป็นคดีพิเศษ
"ดีเอสไอ" เดินหน้าคดี "บีทีเอส" หลังกคพ.มีมติรับเป็นคดีพิเศษ เตรียมถกสัปดาห์หน้า "แนวทางสอบสวน" เผยยึดน้ำมันเถื่อนแล้วกว่า 50,000 ลิตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 55 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวกรณีที่คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติให้รับกรณีทำสัญญาการให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุงโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ระหว่างบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นคดีพิเศษ ว่า ตนได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ถวัลย์ มั่งคั่ง หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รับผิดชอบการสอบสวนคดีดังกล่าว ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมร่วมกันระหว่างพนักงานสอบสวนดีเอสไอ และพนักงานอัยการ เพื่อกำหนดแนวทางการสอบสวน โดยเฉพาะสาระสำคัญที่กคพ. แสดงความเป็นห่วงกรณีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 หน่วยงาน คือ กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันมาก เพราะในส่วน รมว.มหาดไทย ระบุว่า แม้จะเรียกว่าเป็นการจ้างทำสัญญาเดินรถแต่ถือเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทาน ซึ่งกระทบกับสัญญาหลักต้องขออนุมัติจาก รมว.มหาดไทย กทม.ไม่สามารถทำโดยพลการได้ ขณะที่กทม.พยายามยืนยันว่า เป็นการจ้างเดินรถที่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสัญญา ซึ่งประเด็นนี้จำเป็นต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบทำการสืบสวนสอบสวน ข้อโต้แย้งให้เกิดความชัดเจน ทำความจริงให้ปรากฏทุกฝ่ายจะได้สบายใจ
นายธาริต กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนยังไม่สามารถตอบได้ว่าท้ายที่สุดแล้วหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินคดี เพราะหากสอบสวนไม่พบความผิดก็ต้องยุติเรื่อง แต่หากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินคดีต่อ ซึ่งหากพบการกระทำความผิดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ต้องส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับไปไต่สวน อย่างไรก็ตาม หากพบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่ดีเอสไอก็มีหน้าที่ดำเนินการต่อได้
เผยยึดน้ำมันเถื่อนแล้วกว่า 50,000 ลิตร
นายธาริต กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการค้าน้ำมันเถื่อนว่า ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ทำการตรวจค้นและยึดรถยนต์บรรทุกน้ำมัน 1 คัน ที่บรรจุน้ำมันประมาณ 15,000 ลิตร ได้ที่บริเวณท่าเรือคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยได้ตรวจยึดไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยคดีดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับความมั่นคงของประเทศที่ต้องเร่งจัดการอย่างเร่งด่วน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเคยเข้าตรวจค้นจับกุมขบวนการดังกล่าวแล้วหลายคดีนับเป็นมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท และยึดน้ำมันของกลางได้รวมกว่า 50,000 ลิตร โดยการจับกุมที่ผ่านมา เช่น วันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ร่วมกันจับกุมเรือยนต์บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 1 ลำ และรถยนต์บรรทุก จำนวน 1 คัน น้ำมันรวมประมาณ 6,000 ลิตร ได้ที่บริเวณท่าเรือเขตยานนาวา กทม. เมื่อวันที่ 18 ส.ค. จับกุมเรือยนต์เหล็กบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 1 ลำ และรถยนต์บรรทุกหกล้อ จำนวน 1 คัน พร้อมทั้งน้ำมันจำนวนรวมประมาณ 11,000 ลิตร ได้ที่บริเวณท่าเทียบเรือ จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 1 ก.ย. สามารถจับกุมเรือประมงบรรทุกน้ำมัน จำนวน 1 ลำ และรถยนต์บรรทุกสิบล้อ จำนวน 1 คัน และน้ำมันเบนซินจำนวนรวมประมาณ 12,000 ลิตร ได้ที่บริเวณแหลมฟ้าผ่า จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. จับกุมรถยนต์บรรทุกสิบล้อ จำนวน 1 คัน และน้ำมันจำนวนรวมประมาณ 9,000 ลิตร ได้ที่ท่าเรือคลองเตย กทม. จึงได้ยึดไว้และดำเนินการตามกฎหมาย



