ข่าว

กทม.ไม่หวั่นพท.ยื่นDSIสอบงบลอกท่อ

กทม.ไม่หวั่นพท.ยื่นDSIสอบงบลอกท่อ

11 ต.ค. 2555

"สุขุมพันธุ์" ไม่หวั่น"เพื่อไทย" ยื่น"ดีเอสไอ"สอบงบลอกท่อ บี้"คำรณวิทย์" เคารพศักดิ์ศรีกทม. ลั่นขอ 3 เดือนทำงานครบวาระ

          วันที่ 11 ต.ค.55  เวลา 11.25 น.  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงสถานการณ์ฝนว่า ฤดูฝนยังไม่จบแต่ช่วงรุนแรงได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่กทม.ต้องติดตามสถานการณ์พายุฝนที่อาจก่อตัวที่มหาสมุทธแปซิฟิก ซึ่งมาตรการต่างๆ ของกทม.ยังคงไว้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
 
          ส่วนกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นเอกสารให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตรวจสอบงบประมาณโครงการลอกท่อระบายน้ำของกทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ตนยินดีให้ความร่วมมือ ส่วนที่ระบุว่าบางโครงการไม่แล้วเสร็จนั้น ต้องขอบอกคลองของหน่วยงานอื่นในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็ยังไม่แล้วเสร็จเช่นกัน อาทิ คลองลาดพร้าว และคลองบางซื่อ ดังนั้นหากหน่วยงานใดต้องการตรวจสอบ กทม.ก็พร้อมให้ความร่วมมือ
 
          กรณีที่พ.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการกองบังคับการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ระบุว่าจะรื้อกระสอบทรายในท่อระบายน้ำที่พบทั้งหมด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ตนต้องการให้หน่วยงานราชการปฏิบัติภารกิจของตนเอง และเคารพหน่วยงานอื่น บ้านเมืองจึงจะเดินต่อไปได้ ถ้าข้าราชการมาทำงานแทนกัน จะเกิดประโยชน์อะไร จึงอยากให้ข้าราชการตำรวจเคารพในศักดิ์ศรีของข้าราชการกทม. เพราะเราเป็นข้าราชในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเหมือนกัน น่าจะตระหนักในศักดิ์ศรี
 
          " ผมไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ ผมตัวใหญ่ ไม่ได้ถูกรังแกง่ายๆ ไหนๆ ก็เหลือเวลาอีก 3 เดือน ทำไมไม่ให้ประชาชนตัดสินใจดีกว่า ทนผมมาตั้ง 3  ปีแล้ว คนที่เป็นผู้ใหญ่คงไม่ยอมให้ถูกยั่วยุด้วยเด็กๆ ได้ง่ายๆ ตอนนี้ผมอยากทำงานทุกวันทุกเวลา เพราะคนที่จะโอกาสที่จะมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.นั้นมีน้อย ตั้งแต่มี พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร 2528 มีคนที่ได้เป็นผู้ว่าฯ ไม่กี่คน เป็นงานที่ผมภูมิใจที่ได้มาดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งไม่ว่าหน่วยงานใดมาตรวจสอบอะไร ผมก็พร้อม อยากให้หน่วยงานอื่นฟังนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าอยากจะร่วมทำงานกับกทม."ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกท้อหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยิ้มมุมปากเล็กน้อย และกล่าวว่า "ถ้าไม่มีเรื่องแบบนี้ ผมอาจจะเบื่อแล้วอยากกลับไปเลี้ยงหลานก็ได้"

 

'สุขุมพันธุ์'สั่งฝ่ายกม.สอบมติ กคพ. สู้คดี 'บีทีเอส'

          ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ออกมาแถลงว่าคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้รับเรื่องการต่อสัญญาระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯหรือบีทีเอสของกทม.เป็นคดีพิเศษว่า ตนไม่มีความเห็นเกี่ยวเรื่องนี้ ไม่ห่วงอะไร แต่ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการว่ามติของกคพ.ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะทราบมาว่ามีกรรมการบางท่านไม่เห็นด้วย ถึงอย่างไรเรื่องนี้ต้องเข้าการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) อยู่แล้ว ซึ่งผู้ตรวจสอบก็ต้องทำตามกฎหมาย

          "ผมเชื่อว่าท่านรองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง ที่นั่งเป็นประธานกคพ. เป็นผู้รู้กฎหมายดีที่สุด ยึดท่านเป็นหลักดีกว่า ส่วนอธิบดีดีเอสไอนั้นก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าเป็นอย่างไร" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

 

'สุขุมพันธุ์'สั่งติดตั้งคำขวัญกทม.ทั่วกรุงฉลอง 230 ปี

          ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นประธานพิธีเปิดป้ายคำขวัญกทม. โดยมีคณะผู้บริหารกทม. ข้าราชการ ร่วมพิธีที่ลานคนเมือง ศาลากทม. ภายหลังกทม.ได้จัดโครงการประกวดคำขวัญเพื่อให้กรุงเทพฯมีคำขวัญประจำจังหวัดที่แสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะที่พิเศษ โดดเด่น สร้างความภาคภูมิใจให้คนกรุงเทพฯ โดยคำขวัญที่ได้รับการคัดเลือก และได้รับการโหวตให้เป็นคำขวัญประจำกรุงเทพฯด้วยคะแนนสูงสุด ได้แก้ “กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย” ซึ่งกทม.จะนำคำขวัญไปใช้เป็นคำขวัญของกรุงเทพฯในโอกาสและพิธีสำคัญต่าง ๆ และเพื่อการประชาสัมพันธ์สนับสนุนการท่องเที่ยวให้กับกรุงเทพฯ

          ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าาว่า กทม.จะทำการประชาสัมพันธ์คำขวัญที่ได้รับการคัดเลือกและผ่านการโหวตด้วยคะแนนสูงสุดนี้ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เพื่อให้คนกรุงเทพฯภูมิใจ รวมทั้งจะใช้ในการประชาสัมพันธ์ในโอกาสที่กรุงเทพฯได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารทราเวล แอนด์ เลชเชอร์ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก 3 ปีติดต่อกัน และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 230 ปี การก่อตั้งเมืองหลวงของประเทศไทย

          "กทม.จะได้ติดตั้งป้ายคำขวัญประชาสัมพันธ์ทั่วทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต รวมทั้งพื้นที่เชื่อมต่อกับจังหวัดปริมณฑล อาทิ จังหวัดปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสงคราม จำนวนกว่า 800 ป้าย เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์คำขวัญของกรุงเทพฯทม.ให้ประชาชนทั้งประเทศ และชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ได้รับทราบอย่างเป็นทางการ"ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว

 

'จิรายุ' ยื่นเรื่อง กทม.ต่อสัญญา 'บีทีเอส' เพิ่ม

          นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้เข้ายื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) กรณีกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่าจ้างบริษัทลูกให้ไปจ้างบริษัทเอกชนในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสต่อล่วงหน้าอีก 13 ปี โดยมีนายวิทยา อาคมพิทักษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปช.เป็นตัวแทนรับเอกสาร

          นายจิรายุ กล่าวว่า วันนี้ขอเรียกร้องไปยังผู้ว่า กทม. ว่า ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งการยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้วันนี้ เนื่องมาจากได้พบข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า กทม.มีความพยายามที่จะปกปิดและบิดเบือนข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยการอ้างคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้คณะกรรมการฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อส่งต่อให้กับปปช.พิจารณาว่า กรณีการคณะกรรมการกฤษฎีการตีความทั้งหลายนั้น กทม.นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะชนและได้ประโยชน์ต่อตัวเอง เช่น คำวินิจฉัยมีทั้งหมด 10 บรรทัด แต่ กทม.มีการนำมาอ้าง เพียง 3 บรรทัด ซึ่งถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

          นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ในช่วง 3 - 4 เดือนที่ผ่านมา ได้พบข้อมูลใหม่ว่า รถไฟฟ้าบีทีเอสมีการลงทุนโดยประชาชนคนไทย และ กทม. มีหน้าที่บริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็น การซื้อตัวรถ และ วิ่งบริการประชาชน แต่ข้อมูลใหม่ที่พบนั้น กทม.ไปจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) ที่อ้างว่าเป็นบริษัทลูกของ กทม.นั้น ต่อมาบริษัท กรุงเทพธนาคมได้อนุญาตให้บริษัทบีทีเอสซี ซื้อตู้รถไฟมาวิ่ง แต่หากมีการวิ่งบนรางของเอกชนคงไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อวิ่งเข้ามาในเขตชั้นใน ซึ่งมาใช้บริการจากภาษีของประชาชนนั้น ก็หมายความว่าเอกชนลงทุนเพียงแค่ตัวรถ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็หมายความว่า กทม. หรือ บริษัท กรุงเทพธนาคมต้องใช้ พรบ. 2 ฉบับ จากเงินมูลค้า เนื่องจากมูลค้าเกิน 1,000 ล้านบาทอย่างชัดเจน

          “ ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลใหม่ ที่เราจะส่งให้ ปปช. ว่า กรณีที่มีการปกปิดบิดเบือน มีการติดโปสเตอร์ซึ่งลงนามด้วยชื่อนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. มีการอ้างที่มาที่ไปเขียนแต่สิ่งดีๆ และเกิดประโยชน์ต่อตนทั้งสิ้น จำนวนพิมพ์เท่าไหร่ก็ไม่ได้แจ้ง เอาเงินงบประมาณตรงไหนก็ไม่ได้แจ้ง และขณะเดียวกรณีที่เป็นสมุดปกขาวหากไปดูแล้ว จะมีการเอาความดีใส่ตัวทั้งสิ้น วันนี้ผมจึงมายื่นให้ ปปช.เอาผิดเพิ่มเติมต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม. กรณีที่ไปต่อสัญญาหรือมีสัญญาร่วงหน้า 13 ปี ” นายจิรายุ กล่าว

          ทั้งนี้นายจิรายุ กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับเรื่องกรณีการทำสัญญาการให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุงโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ระหว่างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่า เป็นเรื่องของดีเอสไอตนไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ และข้อมูลเพิ่มเติมได้มีการส่งมอบให้ดีเอสไอไปแล้ว ยืนยันว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกันคือ ปกปิดบิดเบือน ส่วนกรณีที่มีคนออกมาบอกว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจนั้น ขอให้กลับไปดูอำนาจของดีเอสไออีกอีกที

          ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้งมากยิ่งขึ้นระหว่างกทม.กับรัฐบาลหรือไม่ นายจิรายุ กล่าวว่า กทม.ทำอะไรตามอำเภอใจมานานหลายปี พวกตนซึ่งผู้แทนราษฎรกทม. ก็เปรียบเป็นเหมือนฝ่ายค้านต้องตรวจสอบดูแลการทำงานของฝ่ายบริหาร เป็นความขัดแย้งหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหาถ้ากทม.ไม่เซ็นสัญญาล่วงหน้า 13 ปี รวมทั้งกรณีต่างเช่นอุโมงค์ยักษ์หรือกระสอบทรายอุดท่อระบายน้ำก็ไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นความขัดแย้งนี้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ กรณีต่อสัญญาล่วงหน้ารถไฟฟ้า 13 ปี ถ้าตรวจสอบแล้วเป็นโมฆะแล้วประชาชนได้ประโยชน์เราก็จะทำ

          เมื่อถามว่ากระบวนการที่ดำเนินการตรวจสอบนั้นถูกมองว่าเป็นการหวังผลดิสเครดิตในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.หรือไม่ นายจิรายุ กล่าวว่า ถ้าย้อนเรื่องไปตั้งแต่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่ากทม.นั้นเราตรวจสอบเข้มข้นมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นผ่านมา 1 ปีเราได้ติดตามตรวจสอบหลากหลายเรื่องราวของกทม.ไม่ได้มาเริ่มทำเมื่อ 3 - 4 เดือนที่ผ่านมานี้ แต่ทำมาร่วม 3 ปีแล้ว