
ไต่สวน'3จี'เสร็จศาลปค.ยังไม่แจ้งผล
ศาลปกครองไต่สวนประมูล 3 จีเสร็จแล้ว ยังไม่ระบุจะคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ด้านกสทช.ยันหากไม่มีคำสั่งระงับจะเดินหน้าประมูลตามกำหนด 'กรุงเทพโพลล์'เผยผลสำรวจคนไทยตั้งตารอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 17.00น. วันที่ 11 ต.ค.ศาลปกครองได้ออกนั่งบัลลังก์อีกครั้ง เรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายในคดี ที่นายอนุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระ ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอให้มีคำพิพากษาสั่งให้ กสทช. ยุติการจัดสรรความถี่วิทยุสำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ลงนามยืนยันคำให้การก่อนแจ้งให้ทราบว่า ศาลจะรับเรื่องไว้พิจารณาว่าจะมีคำสั่งรับฟ้องหรือไม่ และจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งจะแจ้งให้คู่ความทราบต่อไปภายหลัง
"สุทธิพล"ชี้มีกระบวนการจ้องล้มประมูล3จี
นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกสทช. ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ได้ชี้แจงต่อศาลถึงความถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย ว่าหาก กสทช. ทำตามที่ผู้ร้องต้องการจะกลายเป็นการทำผิดขั้นตอนตามกฎหมายเสียเอง เนื่องจากการกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงของค่าบริการล่วงหน้า จะคำนวณได้เมื่อทราบผู้ชนะประมูล เพราะขึ้นกับต้นทุนของการประมูลและการลงทุน ทั้งนี้มีกำหนดไว้ชัดเจนแล้วว่าการกำหนดอัตราดังกล่าวต้องเป็นธรรมระหว่างผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ และการออกประกาศดังกล่าวยังต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะด้วย
นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังชี้ให้ศาลเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีไม่ใช่ผู้เดือดร้อนเสียหายตามความหมายของพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ เพราะไม่ใช่ผู้เข้าร่วมประมูล รวมถึงมีความไม่สุจริต เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ทางโทรคมนาคมและเชี่ยวชาญทางกฎหมาย โดยเคยฟ้องคดีเกี่ยวกับโทรคมนาคมต่อศาลปกครองมาแล้ว ซึ่งเมื่อรู้ทั้งกฎหมายและเทคนิคแล้ว ยังจะมาบังคับให้ กสทช. ทำผิดกฎหมาย จึงถือเป็นการใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต
"ที่บอกกับศาลแบบนี้ไม่ใช่เพื่อปรักปรำ โกรธแค้นผู้ร้อง หรือโยงว่าผู้ร้องมีผลประโยชน์กับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการประมูลรายใด แต่ต้องการชี้ว่าเป็นการร้องที่ไม่มีมูลเหตุตามกฎหมาย ใครจะฟ้องร้องอะไรควรศึกษากฎหมายให้รอบคอบ เพราะอาจมีผลเสียหายต่อส่วนรวม และยากจะชี้ว่าใครจะต้องมารับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งเชื่อว่ายังจะมีการร้องแบบนี้อีกหลายกรณี เหมือนที่เคนบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า มีขบวนการจ้องล้มการประมูล แต่ไม่ทันไรก็มีการฟ้อง 2, 3 คดีแล้ว และเชื่อว่าจะมีคดีที่ 4 ตามมา จึงอยากทำให้คดีนี้เป็นตัวอย่างเพราะเราไม่ต้องการปล่อยให้ขบวนการเหล่านี้มาทำลายประเทศ” นายสุทธิพล กล่าว
นายสุทธิพลยังเปิดเผยตัวเลขความเสียหายที่ได้แจ้งต่อศาล หากมีการชะลอการประมูลครั้งนี้ออกไปว่า จากตัวเลขในบทความทางวิชาการที่นักวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เคยศึกษาถึงผลเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศไทย จากการประมูล 3 จีที่ล่าช้ามาแล้ว 2 ปี เป็นตัวเลข 153,900 ล้านบาท เฉลี่ยที่วันละ 210 ล้านบาท
“ถ้าต้องชะลอการประมูลออกไป ลำพังขั้นตอนการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และขั้นตอนเตรียมการประมูลหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งต้องเริ่มทำใหม่หมดก็เป็นเวลาประมาณ 8 เดือน คิดเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจราว 51,300 ล้านบาท ซึ่งต้องไปบวกกับเวลาที่ต้องรอคดียุติในชั้นศาลอีกวันละ 210 ล้านบาท ที่คนไทยประเทศไทยต้องรับความเสียหายเหล่านี้ไป” นายสุทธิพล กล่าว
นายสุทธิพล กล่าวด้วยว่า ถ้าถึงวันที่ 16 ต.ค.แล้ว ศาลยังไม่มีคำสั่งใดอออกมา กสทช.ก็จะเดินหน้าประมูลคลื่นความถี่ 3จี ตามกำหนดต่อไป
ปชช.ตั้งตารอใช้"3จี"จ่อซื้อมือถือใหม่
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “คนไทยกับการรอคอยระบบ 3จี เต็มรูปแบบ” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 1,164 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 55.9 ใช้มือถือสมาร์ทโฟน (ในจำนวนนี้ร้อยละ 38.9 ได้เปิดใช้ระบบ 3G แล้ว) ขณะที่ร้อยละ 44.1 ใช้โทรศัพท์มือถือธรรมดา
เมื่อถามประชาชนว่า มีการตั้งตาคอยระบบ 3จี เต็มรูปแบบมากน้อยเพียงใด ร้อยละ 69.0 ระบุว่ามากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 31.0 ระบุว่าน้อยถึงน้อยที่สุด
ทั้งนี้เมื่อถามต่อว่า หากมีการเปิดใช้ระบบ 3จี เต็มรูปแบบ จะใช้ประโยชน์อะไรมากที่สุด ร้อยละ 61.8 บอกว่าจะใช้สังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ รองลงมา ร้อยละ 42.0 จะใช้ติดตามข่าวสารออนไลน์ และร้อยละ 37.5 จะใช้ฟังเพลง/ฟังวิทยุ/ดูหนัง (ออนไลน์)
หากมีการเปิดให้บริการระบบ 3จี เต็มรูปแบบ ประชาชนร้อยละ 73.1 ระบุว่าจะยังไม่เปลี่ยนไปใช้ทันที ขอรอดูค่าบริการ และระบบสัญญาณว่าครอบคลุมมากน้อยเพียงใดก่อน ขณะที่ร้อยละ 21.5 ระบุว่า จะเปลี่ยนไปใช้ทันทีที่เปิดบริการ มีเพียงร้อยละ 5.4 เท่านั้นที่ระบุว่า ไม่เปลี่ยนไปใช้แน่นอน
ส่วนความคิดเห็นต่ออัตราค่าบริการ 3จี เต็มรูปแบบ เปรียบเทียบกับระบบ 3จี ที่ให้บริการในปัจจุบัน ประชาชนร้อยละ 55.3 อยากให้ค่าบริการถูกลงกว่าเดิม ขณะที่ร้อยละ 24.9 ระบุว่า ค่าบริการสามารถปรับเพิ่มได้ตามความเหมาะสม และร้อยละ 19.8 อยากให้ค่าบริการเท่าเดิม โดยเมื่อถามเกี่ยวกับอัตราค่าบริการต่อเดือนสูงสุดที่ยอมรับได้ ร้อยละ 26.8 ระบุว่า ไม่ควรเกิน 500 บาท รองลงมาร้อยละ 22.1 ระบุว่าไม่ควรเกิน 300 บาท และร้อยละ 5.7 ระบุว่าไม่ควรเกิน 600 บาท
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ที่จะเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นเพื่อรองรับระบบ 3จี เต็มรูปแบบ ร้อยละ 74.1 เห็นว่ามีความเป็นไปได้มาก ขณะที่ร้อยละ 21.1 เห็นว่ามีความเป็นไปได้น้อย
สำหรับความมั่นใจต่อ กสทช. ว่าจะเร่งผลักดันให้มีการขยายสัญญาณ 3จี เต็มรูปแบบ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ส่วนใหญ่ทั่วประเทศพบว่า ประชาชนร้อยละ 59.2 ระบุว่ามีความมั่นใจใน กสทช. มากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 40.8 มีความมั่นใจน้อยถึงน้อยที่สุด
สุดท้ายเมื่อถามว่า เทคโนโลยี 4จี มีความสำคัญต่อประเทศไทยมากน้อยเพียงใดที่จะต้องรีบผลักดันให้เกิดขึ้น ร้อยละ 50.3 เห็นว่ามีความสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน ขณะที่ ร้อยละ 43.6 เห็นว่ามีความสำคัญมากและเร่งด่วน และร้อยละ 6.1 เห็นว่าไม่มีความสำคัญ



