ข่าว

'ขับปาดหน้า'เล่ห์..แก๊งกรรโชกทรัพย์

'ขับปาดหน้า'เล่ห์..แก๊งกรรโชกทรัพย์

11 ต.ค. 2555

'ขับปาดหน้า..ทางเปลี่ยว' เล่ห์..แก๊งกรรโชกทรัพย์ : ตะลุยข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ

          อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่บางครั้งก็เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจ อย่างที่กระแสสังคมในโลกไซเบอร์โหมกระพือข่าวเตือนภัยผู้ขับขี่รถยนต์ที่ใช้เส้นทางตั้งแต่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ไปจนถึง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ระยะทางร่วม 100 กิโลเมตร เพื่อไม่ให้มีใครตกเป็นเหยื่อ!!

          โดยพฤติการณ์ของคนร้ายจะเลือกลงมือกับเหยื่อที่เป็นผู้หญิงหรือผู้ที่ขับรถยนต์มาเพียงลำพัง แล้วแจ้งให้เพื่อนร่วมแก๊งซิ่งรถยนต์ปาดหน้าเฉี่ยวชนในจุดเปลี่ยวไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แล้วข่มขู่เรียกเงินค่าเสียหาย รวมถึงขับรถยนต์ปาดหน้าใช้อาวุธจี้บังคับให้หยุดรถและขู่เอาเงินและทรัพย์สิน อีกทั้งยังใช้คำพูดทำนองข่มขู่กรรโชกทรัพย์ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายคน

          หลังจากข้อความ "เตือนภัย" ถูกเผยแพร่ไปในสังคมโซเชียลมีเดีย เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายและสร้างความหวาดผวาให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในเส้นทางดังกล่าว ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน

          เมื่อ พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.5 ทราบเรื่องจึงสั่งการให้ พ.ต.อ.วีระวุฒิ เนียมน้อย รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ธวัชชัย อยู่มาก ผกก.1 บก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.วิจิตร การิยา ผกก.สภ.ฮอด และชุดสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว หากพบการกระทำในลักษณะดังกล่าวให้ติดตามจับคนร้ายโดยเร็วที่สุด

          หลังจากชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพยายามติดตามผู้เสียหายจนทราบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง มีผู้เสียหายบางคนมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินการกับคนร้ายแก๊งนี้ พ.ต.อ.ธวัชชัย จึงนำแฟ้มประวัติอาชญากรมาตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะเมื่อปี 2554 เคยจับกุมคนร้ายที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้ในพื้นที่ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่

          นายสุริยา แน่นอุดร อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/194 ถ.ริมคลองลาดพร้าว ซ.อินทามระ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร และ นายปิยะพงศ์ ยอดเรือน อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/2 หมู่ 4 ต.ทุ่งศรี อ.ร้องกวาง จ.แพร่ จึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีที่เกิดขึ้น

          "ในปีที่ผ่านมา จับคนร้าย 2 คนที่ก่อเหตุลักษณะแบบนี้ ในครั้งนั้นคนร้ายที่ถูกจับอ้างว่าก่อเหตุแบบนี้หาเงินง่าย ได้เงินครั้งละ 3,000-5,000 บาท จึงเร่งตรวจสอบผลคดี ในปีพบว่าศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกคนร้ายทั้งสองคนคนละ 4 ปี แต่คนร้ายขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ ชุดสืบสวนจึงนำภาพประวัติคนร้ายที่เคยถูกจับให้ผู้เสียหายดู ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่ก่อเหตุ จึงขออำนาจศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับ แล้วติดตามจับกุมตัวดำเนินคดี" พ.ต.อ.ธวัชชัย กล่าว

          จากการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ พล.ต.ต.ชำนาญ กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับเพื่อนที่ยังหลบหนีอีก 6 คน ก่อเหตุตระเวนชิงทรัพย์บนถนนสายเปลี่ยวมากว่า 10 ครั้ง ทั้งใน อ.ฮอด อ.หางดง อ.จอมทอง และ อ.ดอยหล่อ ส่วนพฤติการณ์การลงมือก่อเหตุมักจะขับรถยนต์ตระเวนหาเหยื่อตามปั๊มน้ำมัน ก่อนเลือกเฉพาะผู้หญิงหรือคนที่ขับรถมาคนเดียว จากนั้นจะจดทะเบียนรถผู้เสียหายไว้ แล้วโทรศัพท์มือถือประสานรถยนต์อีกคันที่คอยบอกจุด เมื่อถึงช่วงถนนสายฮอด-แม่สะเรียง ซึ่งเป็นทางเปลี่ยวและไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ก็จะขับรถปาดหน้าเหยื่อและแกล้งขับรถเฉี่ยวชน เพื่อให้เหยื่อลงจากรถ ต่อจากนั้นจะต่อรองให้ผู้เสียหายจ่ายค่าซ่อมรถในราคาแพงตั้งแต่ 5,000 -  20,000 บาท โดยจะมีเพื่อนร่วมแก๊งขับรถยนต์ตามประกบและลงมาช่วยกันเจรจาข่มขู่

          "นายสุริยาให้การอ้างว่า สาเหตุที่ทำลงไป เนื่องจากมีภรรยา 4 คน และลูกเล็กอีก 6 คน ประกอบกับไม่มีงานทำ และต้องการหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว จึงชักชวนบรรดาน้องภรรยาและเพื่อนตั้งแก๊งขึ้นมาตระเวนก่อเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุบางคนที่ผู้ถูกกล่าวหาให้การซัดทอด หลังจากศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับเพิ่มเติม ชุดสืบสวนจะติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป" พล.ต.ต.ชำนาญ กล่าว

           อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนสอบสวนแนะนำถึงขั้นตอนป้องกันภัยจากแก๊งลักษณะนี้ว่า ผู้ขับรถยนต์โดยเฉพาะเส้นทางต่างจังหวัด หากเจอสถานการณ์แบบนี้ อย่างมีรถมาชนท้าย หรือแซงปาดหน้าจนเกิดอุบัติเหตุ หากคู่กรณีมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ และสถานที่เกิดอุบัติเหตุเป็นที่เปลี่ยว ควรรีบขึ้นรถยนต์ทันที แล้วบอกให้คู่กรณีไปพบเจอที่ตู้ยามตำรวจที่ใกล้ที่สุด หรือตำรวจทางหลวง เพื่อไปเจรจาตกลงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง!!

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : 'ขับปาดหน้า..ทางเปลี่ยว' เล่ห์..แก๊งกรรโชกทรัพย์  : ตะลุยข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ)