ข่าว

สังคมที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

สังคมที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

11 ต.ค. 2555

สังคมที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]

              ในโลกอันศิวิไลซ์ สังคมที่เจริญแล้ว มีความเห็นพ้องต้องกันโดยดุษณีเกี่ยวกับพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชั่นของผู้ปกครอง นักการเมือง พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะยอมรับได้โดยเด็ดขาด ปราศจากเงื่อนไขข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น
 
              ถือเป็นมาตรฐานสำนึกทางจริยธรรมสำหรับผู้คนทั่วไป จะทำแบบสอบถาม หรือหลังไมค์อย่างไรก็ต้องบอกว่าไม่ดี ไม่ถูกต้อง ยอมรับไม่ได้
 
              แต่ตรงกันข้ามกลับเป็นเรื่องแปลก ที่สังคมไทยซึ่งประชาชนยิ่งอ้างว่าตาสว่างมากขึ้นเท่าใด กลับดูเหมือนจะยอมรับกับการทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองได้มากขึ้นเท่านั้น
 
              เห็นการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดาเข้าไปทุกขณะ
 
              ผลการสำรวจประชาชนกี่ครั้งกี่หน โพลล์กี่สำนักต่างออกมาสอดคล้องต้องกันทุกคราวไป
 
              ล่าสุด ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ศึกษาเปรียบเทียบระดับการต่อต้านรัฐบาลที่ทุจริตคอร์รัปชั่นถึงแม้ตนเองจะได้ประโยชน์ด้วยระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งเอแบคทำร่วมกับมหาวิทยาลัยยูซีเอสไอ ประเทศมาเลเซีย
 
              พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ประชาชนคนมาเลเซียส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 63.1 ต่อต้านรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชั่นถึงแม้ตนเองจะได้ผลประโยชน์ ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 68.5 ยอมรับได้กับรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชั่น ถ้าตนเองได้รับผลประโยชน์
 
              ประเด็นของการยอมรับการทุจริตคอร์รัปชั่นถือเป็นปัญหาทางจริยธรรมที่กำลังกัดกร่อนทำลายล้างสังคมไทยอย่างรุนแรง โดยทุกคนรู้อยู่แก่ใจ
 
              ยอมรับกันเพราะเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า ชั่วครั้งชั่วคราว
 
              นักการเมือง นายทุนนักธุรกิจได้ความร่ำรวยมั่งคั่ง นักเคลื่อนไหว ปัญญาชน ผู้นำม็อบได้ยกระดับสถานะของตัวเอง มวลชนรากหญ้าก็ได้เม็ดเงินเล็กๆน้อยๆ จากนโยบายประชานิยมเป็นผลตอบแทน
 
              สมประโยชน์กันถ้วนหน้า
 
              ดังนั้นจึงไม่ประหลาดอะไรเลย ที่วันนี้ประชาชนคนส่วนใหญ่ในประเทศแทบจะไม่มีใครรู้สึกรู้สา ไม่ได้มีปฏิกิริยาวิตกทุกข์ร้อนอะไรด้วยกับการที่รัฐไปแทรกแซงรับซื้อข้าวเปลือกในราคาสูงกว่าราคาตลาด แล้วเรียกขานเป็นโครงการรับจำนำข้าวเปลือก แม้ว่านักวิชาการ ปัญญาชนจะได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิติติงอย่างไรก็ตามที
 
              แทนที่จะโต้แย้งถกเถียงเรื่องเกี่ยวด้วยหลักการ ข้อเท็จจริงในการรับจำนำข้าวเปลือก กลับบิดเบือนเบี่ยงเบน อ้างผลประโยชน์ของเกษตรกรชาวนาขึ้นมาปิดปาก กลบเกลื่อนปกปิดประเด็นการทุจริตคอร์รัปชั่นล้างผลาญงบประมาณแผ่นดินของประเทศ
 
              พฤติกรรมการโกงบ้านกินเมืองกำลังกลายเป็นเรื่องเล็กๆ ในสังคมไทยเข้าไปทุกที ไม่มีใครเห็นการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีผู้ใดให้ความสลักสำคัญอะไรอีกต่อไป
 
              อย่าว่ากระไรเลย แม้แต่สื่อมวลชนยังไปผสมโรง โกงกินกับเขาด้วยจนกระทั่งป.ป.ช.ชี้มูลความผิดก็มี ไปร่วมทัวร์ล้างผลาญงบประมาณแผ่นดินก็เอากับเขาด้วย โดยไม่สะทกสะท้านต่อจริยธรรมจรรยาบรรณ ทั้งๆ ที่ปากกล้าวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบคนอื่นแข็งขัน อ้างว่ายอมไม่ได้กับความไม่ถูกไม่ต้องใดๆ ทั้งปวง
 
              ขบวนการโกงทั้งแผ่นดินจึงเติบใหญ่ขึ้นทุกที