
จ่อแจ้งข้อหา'หมอสุพัฒน์'ฆ่าคน
ภาค 7 นำพยานชี้จุดซ้อมทารุณ จ่อแจ้งข้อหา "หมอสุพัฒน์" ฆ่าคนตาย ผลตรวจดีเอ็นเอซ้ำยันโครงกระดูกในไร่ตรงกับ "นายต้า" ที่หายไป
10ต.ค.2555 หลังจากตำรวจภูธรภาค 7 ได้ตัวพยานปากสำคัญ คือ นายโย่ง หรือ โหย่ง ชาวพม่าที่เคยทำงานเป็นลูกจ้างในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตแพทย์อายุรกรรม โรงพยาบาลตำรวจ โดยให้การกล่าวหาว่าหมอสุพัฒน์เคยลงมือทารุณตนและเพื่อนคนงานชาวพม่าชื่อ นายตั้น หรือนายอีต้า หรือนายต้า เพราะไม่พอใจที่นายต้าเข้าไปดูโทรทัศน์ในห้องของ น.ส.วิลสา จันทรบุญชร ภรรยาของหมอสุพัฒน์ ขณะเดียวกันผลตรวจดีเอ็นเอซ้ำอีกรอบพบว่าโครงกระดูกในไร่ตรงกับนายต้าที่หายไป เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าคนตายแก่หมอสุพัฒน์แล้ว
นำโหย่งชี้จุดซ้อม-จ่อแจ้งข้อหาฆ่าคน
ความคืบหน้าคดี เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบก.สส.ภ.7 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายโหย่ง อายุ 24 ปี คนงานชาวพม่า ซึ่งเคยทำงานอยู่ในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เข้าชี้จุดเกิดเหตุซ้อมทารุณจนสลบ หลังจากสอบปากคำไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยไปชี้จุดที่ถูกทำร้ายร่างกาย และขณะฟื้นเห็นนายอีต้ายังนอนสลบอยู่ ก่อนจะหลบหนีกลับพม่าไป
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า พยานสำคัญ ทั้งนายกะลากับครอบครัว และนายโหย่ง อยู่ในความคุ้มครองของตำรวจหมดแล้วในฐานะพยานสำคัญและเป็นผู้เสียหายด้วย อีกทั้งวันนี้ ผศ.นพ.อุดมศักดิ์ หุ่นวิจิตร หัวหน้านิติพันธุศาสตร์และหน่วยวิชาการ ภาควิชานิติเวชศาสตร์ ศูนย์อำนวยการชันสูตรพลิกศพคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้แถลงผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอและอัตลักษณ์บุคคล เปรียบเทียบโครงกระดูก 1 ใน 3 พบรูกระสุนขนาดประมาณ 0.8 เซนติเมตร ด้านหลังกะโหลกศีรษะ 1 รู สามารถยืนยันได้ว่า เป็นนายต้าหรือตั้นชาวพม่า คนงานในไร่ของหมอสุพัฒน์ โดยมีการตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับนายปิเอ และ ด.ช.โซโหร่ยโหร่ย ซึ่งเป็นบิดาและบุตรชายของโครงกระดูกนี้ยืนยันชัดเจน
พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ รอง ผบช.ภ.7 กล่าวว่า ได้สอบปากคำนายซอแงเล หรือนายโหย่ง จนได้รายละเอียดครบถ้วนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหนึ่งในโครงกระดูกที่พบตรงตามคำบอกเล่าของนายกะลาคือนายซอแงเล หรือโหย่ง และผลการตรวจดีเอ็นเอก็ออกมาว่าเป็นคนเดียวกัน มีรอยถูกยิงด้วย
"จากนี้ไปทางพนักงานสอบสวนจะสามารถแจ้ งข้อกล่าวหาพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ในข้อหาฆ่าคนตายได้อย่างแน่นอน ส่วนคดีสองสามีภรรยา คือนายสามารถ นุ่มจุ้ย และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ ที่หายตัวไปนั้น พนักงานสอบสวนยังคงต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดเสียก่อน" พล.ต.ต.วิทยา กล่าว



