ข่าว

'ศาลปค.'นัดไต่สวนล้มประมูล3G

'ศาลปค.'นัดไต่สวนล้มประมูล3G

10 ต.ค. 2555

'ศาลปกครอง'นัดไต่สวนฉุกเฉิน คดีฟ้องล้มประมูล 3จี 11 ต.ค.นี้ หลัง'นักวิชาการอิสระ'ฟ้องศาล อ้าง'กสทช.'ทำผิด'รธน.'

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 11 ต.ค.เวลา 13.00 น. ศาลปกครองได้นัดไต่สวนฉุกเฉิน คดีหมายเลขดำที่ 2635/2555 ระหว่าง นายอนุภาพ  ถิรลาภ นักวิชาการอิสระกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล IMT ย่าน 2.1 Ghz หรือคดีฟ้องล้มการประมูล 3จี

 

"นักวิชาการอิสระ"ฟ้องศาลปกครอง ล้มประมูล 3จี อ้าง"กสทช."ทำผิด รธน.

             นายอนุภาพ ถิรลาภ อายุ 56 ปี ในฐานะนักวิชาการอิสระ อยู่ที่ 68/264 ถนนรัตนาธิเบศน์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการหรือวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา และมีคำสั่งให้ กสทช.ปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ม.47 และสั่งให้ กสทช.จัดทำตัวแบบและเงื่อนไขในการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 2.1 GHz ที่กำหนดผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของผู้ใช้บริการโดยตรงและประชาชนทั่วไปให้เป็นสำคัญเป็นข้อกำหนดที่ชัดเจนและครบถ้วนก่อนการจัดสรรคลื่นความถี่ ดังต่อไปนี้ 1.พื้นที่และระยะเวลาที่จะได้รับบริการที่จะต้องครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศในระยะเวลาที่ทัดเทียมกัน โดยไม่สัมพันธ์กับระดับรายได้และปริมาณการใช้บริการ 2.คุณภาพในการให้บริการจะต้องครอบคลุมถึงความเสถียรของโครงข่ายและคุณภาพของสัญญาณในระดับสุงสุดที่มาตรฐานทางเทคนิคจะให้บริการได้ 3.อัตราค่าบริการขั้นสูงที่ผู้ให้บริการจะเรียกเก็บได้ และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ กสทช. ยุติการจัดสรรความถี่วิทยุฯ ย่าน 2.1 GHz ไว้ก่อน จนกว่าจะได้จัดทำประกาศ ระเบียบ และ/หรือมติใดตามกฎหมายที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ม.47 แล้วเสร็จหรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

              ทั้งนี้ ตามคำฟ้องสรุปว่า ผู้ฟ้องเป็นผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้ใช้และมีความประสงค์จะใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3 จี (ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สามารถสื่อสารด้วยข้อมูลความเร็วสูงรวมทั้งภาพเคลื่อนไหว และจากข้อมูลที่เปิดเผยเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 2.1 GHz จากเว็บไซด์ของ กสทช.นั้น ข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ยังไม่ได้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการจัดสรรคลื่นความถี่ดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ม.47 ที่กำหนดว่า “คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่งทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ การดำเนินการต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะสูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น

              ดังนั้น ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ใช้บริการโดยตรงและเป็นประชาชนคนหนึ่ง จึงเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องจากการกระทำของ กสทช.ในการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 2.1 GHz เพื่อการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3 จี ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน กสทช.พึงจะต้องออกประกาศ ระเบียบ มติ อื่นใดตามกฎหมายในการจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ย่าน 2.1 GHz ที่ครอบคลุมถึงประเด็นที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนดังต่อไปนี้

              1.ตามประกาศของ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ฯย่าน 2.1 GHz พ.ศ.2555 กสทช.เพียงแต่กำหนดว่า ผู้ที่ได้รับการจัดสรรความถี่วิทยุจะต้องให้บริการครอบคลุมทุกจังหวัด โดยครอบคลุมประชากรร้อยละ 20 และ 50 ภายใน 2 ปี และร้อยละ 30 และ 80 ภายใน 4 ปี ดังนั้นจะทำให้มีประชาการอย่างน้อยร้อยละ 20 ที่จะไม่ได้ใช้บริการภายในเวลา 4 ปี ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น กสทช.ต้องกำหนดพื้นที่และระยะเวลาที่จะได้รับริการ ที่จะต้องครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศในระยะเวลาที่ทัดเทียมกัน โดยไม่สัมพันธ์กับระดับรายได้และปริมาณการใช้

                2.คุณภาพในการให้บริการจะต้องครอบคลุมถึงความเสถียรของโครงข่ายและคุณภาพของสัญญาณในระดับสูงสุดที่มาตรฐานทางเทคนิคจะให้บริการได้ ในประเด็นนี้ตามประกาศ ของ กสทช. เรื่องมาตรฐานคุณภาพการให้บริการ ไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่ไม่สามารถให้บริการผ่านคลื่นความถี่วิทยุ โดยเพียงให้รายงานค่าทุกไตรมาสโดยไม่มีการกำหนดเป้าหมายขั้นต่ำ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริหารไม่ได้รับความคุ้มครองจากความเสถียรของโครงข่ายการสื่อสาร กล่าวคือ อาจไม่สามารถใช้บริการได้เป็นระยะเวลานานเท่าใดก็ได้ ซึ่งนับเป็นการเสียประโยชน์จากการใช้บริการสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือฉุกเฉิน

                 นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการยังเสียผลประโยชน์จาการที่ กสทช.เพียงกำหนดค่าพารามิเตอร์ของคุณภาพของบริการดาวน์โหลด มีความเร็วเฉลี่ยในการส่งข้อมูลของ FTP สำหรับ 3 จี ขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 345 Kbps ซึ่งโดยทั่วไปมาตรฐานในการรับข้อมูล (DOWNLOAD) ของโครงข่าย 3 จี จะแบ่งเป็นความเร็วในการสื่อสารขณะเดินหรือหยุดอยู่กับที่ (walking or stationary) ที่ความเร็ว 2048 Kbps และขณะขับรถ (car moving) ที่ความเร็ว 348 Kbps อีกทั้งไม่กำหนดค่าขึ้นต่ำสำหนับการบริการภาพเคลื่อนไหว ซึ่งนับเป็นการลดทอนประโยชน์อันพึงมีพึงได้ประการสำคัญจากเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3333 จี

                3.กสทช. มิได้มีข้อกำหนดใดๆ ที่เกี่ยวกับอัตราค่าบริการขั้นสูงที่ผู้ให้บริการจะเรียกเก็บได้ในการจัดสรรคลื่นความถี่ และไม่มีการกำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบริการทางด้านข้อมูลใดๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการจะไม่ได้รับความคุ้มครองทางการราคาจากการที่มีผู้ให้บริการน้อยราย ดังนั้นในตลาดที่ยังมีลักษณะกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด เช่นในประเทศไทย ที่มีผู้ให้บริการเพียง 3 ราย ไม่จำเป็นต้องแข่งขันทางด้านราคามากนัก

                สรุป กสทช.ยังไม่ได้จัดทำตัวแบบและเงื่อนไขในการจัดสรรคลื่นความถี่ฯย่าน 2.1 GHz ที่กำหนดผลประโยชน์อันถึงมีพึงได้ของผู้ใช้บริการโดยตรงและประชาชนทั่วไป ให้เป็นข้อกำหนดที่ชัดเจนและครบถ้วนก่อนการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งหากการจัดสรรคลื่นความถี่เป็นไปตามที่ กสทช.กำหนด ประชาชนและผู้ใช้บริการจะไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อเป็นหลักประกันว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์สูงสุด

                โดยศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 2635/2555 เพื่อพิจารณาว่าจะมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ไต่สวนฉุกเฉินหรือไม่ต่อไป

                ด้านนายอนุภาพ ผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า ในการฟ้องต่อศาลปกครองนั้นได้ขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ให้ กสทช.ระงับการประมูลคลื่นความถี่สำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ไว้ก่อน ซึ่งขณะนี้ตนยังคงรอฟังคำสั่งว่า ศาลจะอนุญาตให้ไต่สวนฉุกเฉินหรือไม่ โดย ซึ่งถ้าหากอนุญาต ตนก็พร้อมที่จะเข้าเบิกความต่อศาลทันที แต่จนถึงขณะนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งใดๆออกมา

                ต่อมาเวลา 12.30 น. สมาคมสถาบันคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภค โดยนายประหยัด เสนวิรัช นายกสมาคม และนายชูยศ โอจงเพียร ผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือโครงข่ายของ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ได้เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกาศ กสทช. และสำนักงาน กสทช. เรื่องรายชื่อผู้เข้าร่วมการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 2.1 กิ๊กกะเฮิร์ต เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่ประกาศให้บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด(AWN) บริษัทในเครือของบมจ.แอดวานซ์ อินโฟว์ เซอร์วิส (AIS) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เข้าร่วมประมูลในนามของบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด และบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าร่วมประมูลในนามของบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด มีสิทธิเข้าร่วมประมูล 3G

               โดยผู้ฟ้องคดียังขอให้ศาลพิจาณาไต่สวนฉุกเฉินและมีคำสั่งระงับเปิดการประมูลตามประกาศของ กสทช.และสำนักงาน กสทช. เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

               ภายหลังการยื่นคำร้อง นายประหยัด กล่าวว่า เหตุที่ต้องมาฟ้องระงับการประมูล 3 จี นี้ เนื่องจากบริษัทดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด หนึ่งในผู้มีสิทธิเข้าประมูลตามประกาศ กสทช.และสำนักงาน กสทช.นั้น เป็นบริษัทมีนายจอน ทราวิส เอ็ดดี้ หรือ นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ สัญชาติอเมริกัน ซึ่งเป็นคนต่างด้าว มีอำนาจเป็นกรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ขัดต่อหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 2.1 GHz  พ.ศ.2555 และคำสั่ง กสทช.เรื่อง การกำหนดข้อห้ามกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ.2555