
'สุริยะใส'เสียดายศาลรธน.ยกคำร้อง
'สุริยะใส'เสียดาย'ศาลรธน.'ยกคำร้อง ทำให้สังคมเสียโอกาสตรวจสอบนโยบายรัฐ
10 ต.ค.55 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องของกลุ่มเครือข่ายนักวิชาการที่ยื่นร้องให้วินิจฉัยว่านโยบายรับจำนำข้าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า แม้จะเคารพคำวินิจฉัย แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะทำให้สังคมเสียโอกาสที่จะมีช่องทางในการตรวจสอบนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการติดสินบนทางนโยบายหรือแนวนโยบายประชานิยมที่มีลักษณะรุนแรงขึ้น เพียงเพื่อหวังผลระยะสั้นไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาในระยะยาว คำร้องครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ไม่เคยเกิดขึ้น เพราะเป็นความพยายามที่จะหาช่องทางหรือสร้างกลไกตรวจสอบนโยบายของรัฐบาล แต่เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับวินิจฉัยเฉพาะร่างกฎหมายที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือกระทบกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนเท่านั้น จึงอาจทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลำบากใจที่จะรับคำร้องไว้วินิจฉัย
นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า แต่การบ้านที่สังคมต้องคิดกันต่อคือ จะทำให้การตรวจสอบและประเมินนโยบายของรัฐบาลมีประสิทธิภาพได้มากกว่า การอภิปรายในสภาหรือผลการเลือกตั้งได้อย่างไร เพราะพรรคที่ถือเสียงข้างมากอาจจะฉวยโอกาสสร้างกลลวงทางนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์พวกพ้องและทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ แต่เลือกตั้งเมื่อไหร่แนวนโยบายแบบนี้ก็ชนะกลับมาอีก สังคมจึงควรมีกลไกตรวจสอบนโยบายที่เข้มข้นมากขึ้น
" ประเด็นคำร้องของเครือข่ายนักวิชาการและหลายภาคส่วนทางสังคม หรือแม้แต่คนในรัฐบาลที่เป็นห่วงนโยบายรับจำนำข้าว ก็ควรจะได้รับการตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป เพราะนโยบายนี้เป็นการอ้างชาวนามาหาประโยชน์ แต่คนที่ได้ประโยชน์จริงๆ คือกลุ่มที่ทำธุรกิจเรื่องข้าว ไม่ว่าจะเป็นโรงสี พ่อค้าข้าว หรือนายทุนที่เริ่มลงทุนในรูปแบบอุตสาหกรรมทำนามากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่นำนักธุรกิจต่างชาติแถบอาหรับมาศึกษาการลงทุนทำนาและมีความพยายามกว้านซื้อที่ดินไปจำนวนมาก จนคนที่เคยเป็นชาวนาจริงกลายเป็นชาวนารับจ้างไปแล้ว " นายสุริยะใส กล่าว
นายสุริยะใส กล่าวต่ออีกว่า ที่สำคัญพ่อค้าส่งออกข้าวที่ได้โควต้าส่งออกอันดับหนึ่งในขณะนี้ คือ บริษัทสยามอินดิก้า ได้เป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งในปริมาณ 475,000 ตัน ช่วงเดือน มค.- กย.ปีนี้ ซึ่งปีที่แล้วบริษัทส่งออกแค่ 200,00 ตัน เท่านั้น จึงน่าสงสัยว่าบริษัทนี้ได้โควต้าข้าวมาจากไหน อย่างไร เพราะปีนี้ชนะการประมูลปรับปรุงคุณภาพข้าวแค่ 300,000 ตัน เพื่อส่งออก เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีการแอบซื้อขายกัน อย่างที่ดีเอสไอก็เคยตรวจสอบพบว่าการซื้อขายแต่ละครั้งห้ามเกิน 100,000 ตัน แต่มีการเจรจาซื้อขายเกินปริมาณที่กำหนดมากกว่า 10 ครั้ง ทั้งนี้ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เป็นตัวแทนของ เพรซิเดนซ์ อกริ เทรดดิ้ง ซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งในสมัยรัฐบาลทักษิณ จนหลายฝ่ายมองว่าจะเกิดการผูกขาดการส่งออกข้าว ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นล้มละลาย อาจเป็นแผนตีเมืองขึ้น ทำให้รัฐบาลชุดนี้ไม่มีทางทบทวนนโยบายนี้อย่างเด็ดขาด



