ข่าว

'ผบ.ตร.'ลงใต้มอบนโยบายตำรวจ

'ผบ.ตร.'ลงใต้มอบนโยบายตำรวจ

10 ต.ค. 2555

'อดุลย์' ลงพื้นที่ประชุมมอบนโยบายตำรวจใต้ พร้อมสั่งกำชับดูแลประชาชนเข้มงวด-แก้ปัญหาวันศุกร์ ด้าน 'ยุทธศักดิ์' เตรียมลงพื้นที่สัปดาห์หน้า

                           10 ต.ค.55 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมคณะได้เดินทางมาประชุมเพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติและตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ แก่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ 3 จชต. โดยมี พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บังคับบัญชา หัวหน้าศูนย์ส่วนงานในสังกัดศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม

                           พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมว่า การเดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้เนื่องจากตนในฐานะผู้บังคับบัญชาระดับสูง มีความห่วงใยในสถานการณ์และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จึงเดินทางมาเพื่อติดตามสถานการณ์และมอบนโยบายการปฏิบัติให้กับหน่วยในพื้นที่ สำหรับในห้วงที่ผ่านมาสถานการณ์ ใน 3 จชต.ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุระเบิดที่เกิดในย่านชุมชนต่างๆ

                           ทั้งนี้ได้กำชับให้ตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าคนร้ายจะนำมาก่อเหตุ รวมทั้งเร่งรัดในการติดตั้งกล้อง CCTV นอกจากนี้ได้เดินทางไปเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลศูนย์ยะลา และโรงพยาบาลปัตตานี ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้นจึงใคร่ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่โดยให้ความร่วมมือ และให้ความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อนำสันติสุขกลับสู่พื้นที่ต่อไป

                           “ในครั้งนี้ก็จะมาดูความพร้อมของหน่วย เนื่องจากตนเองก็ห่างไปประมาณ 1 ปี ก็คงจะต้องจัดระบบตั้งแต่ผู้นำหน่วย กำลังพล และเครื่องเครื่องมือเครื่องใช้ให้มีความพร้อม ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นนั้น ก็จะต้องปฎิบัติในเชิงรุกมากขึ้นตั้งการติดตามจับกุมตามหมายจับ การควบคุมต่างๆ รวมทั้งบูรณาการกับฝ่ายทหารและมหาดไทยในการทำงานในการทำงาน  ส่วนกรณีกลุ่มคนร้ายพุ่งเป้าหมายไปยังพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวไทยพุทธนั้น ก็จะมีการประสานงานกับฝ่ายแผน เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งด้วย” ผบ.ตร.กล่าว

                           พล.ต.อ.อดุลย์ ยังได้กล่าวถึงกรณีปัญหาความหวาดกลัวในวันศุกร์ว่า เรื่องดังกล่าวก็คงจะต้องดำเนินการตามนโยบายของ กอ.รมน. ซึ่งทราบว่ามีการดำเนินการสร้างความเข้าใจกับประชาชน จนมีความเข้าใจมากขึ้นแล้ว และฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้าไปสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่แล้วเช่นกัน เชื่อว่าคงจะไม่มีปัญหา ส่วนปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นั้น ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ก็จะมาหารือเรื่องนี้เช่นกัน และคาดว่าจะสามารถเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ได้ใหม่ในช่วงเดือนเมษายน 2556

 

'ยุทธศักดิ์'เชื่อสถานการณ์ห้ามเปิดร้านค้าวันศุกร์ดีขึ้น

                           วันเดียวกันพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่งคง กล่าวถึงการดูแลความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลว่า ในเบื้องต้น ตนจะเดินทางลงไปมอบนโยบายในกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ภายในสัปดาห์หน้า ยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลพยายามที่จะแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ก่อความไม่สงบข่มขู่ประชาชนที่ไม่ให้ประกอบอาชีพในวันศุกร์ ทั้งนี้รัฐบาลได้สนธิกำลังทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ฯลฯ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ในวันที่ 10 ต.ค. นี้ซึ่งเป็นวันสถาปนา กลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

                           พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ยืนยันว่า จะใช้ความพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้ประชาชนมั่นใจ เชื่อใจว่าฝ่ายความมั่นคงให้ความปลอดภัยกับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ และยืนยันว่าวันศุกร์ที่จะถึงนี้รัฐบาลได้เพิ่มมาตรการในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยมากกว่าวันศุกร์ที่ผ่านมาแน่นอน  ซึ่งทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ศุกร์นี้ถึงแม้ว่าไม่ปกติ แต่คิดว่าจะดีขึ้นกว่าเดิม ประมาณกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และคนที่กลัวอยู่เขาก็ต้องดูตัวอย่างว่า เมื่อร้านอื่นๆเปิดแล้ว หากร้านของตัวเองยังปิดอยู่ ก็จะทำมาหากินไม่ได้ ต่อไปเขาก็จะเปิด สิ่งสำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่นของพ่อค้าแม่ค้า เป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่ในขณะนี้

                           ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการห้ามเปิดร้านในวันศุกร์ มีจังหวัดใดบ้างที่เสี่ยงต่อการก่อเหตุมากที่สุด พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า โดยมากอยู่ที่อำเภอ ซึ่งจุดล่อแหลมต่างอยู่ในอำเภอพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีประมาณไม่เกิน 15 อำเภอ

                           ทั้งนี้เมื่อถามต่อถึงเสียงสะท้อนในพื้นที่ ที่ระบุว่าปกติวันศุกร์ไม่ได้ทำงานอยู่แล้วรัฐบาลยืนยันที่จะต้องการให้วันศุกร์ถือเป็นวันเปิดทำงานราชการตามปกติหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่า วันศุกร์เป็นวันทำงานปกติ เพราะวันหยุดโดยสากลมีเพียงวันเสาร์และวันอาทิตย์ หากไปดูประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน จะเห็นว่า ประเทศเหล่านี้ไม่ได้หยุดในวันศุกร์ ทั้งนี้ยืนยันว่าพื้นที่จะต้องใช้วันหยุดสากลให้เหมือนๆ กัน

                           พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยังกล่าววว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการสร้างสถานีวิทยุโทรทัศน์ภาษามาลายูเพื่อหวังลดความรุนแรงในพื้นที่ 3 จะหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจาก การประชาสัมพันธ์มีความสำคัญมาก การมีวิทยุโทรทัศน์ท้องถิ่นถือเป็นการชี้แจงให้ประชาชนได้รับรู้ว่า รัฐบาลได้ให้ความมั่นใจในความปลอดภัยแล้ว

                           "มั่นใจว่าปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จะดีขึ้น เพราะมีประชาชนบางส่วนเท่านั้นที่ยังมีความหวาดกลัวอยู่ และเวลานี้ประชาชนในพื้นที่เริ่มมีความเข้าใจแล้วว่า ใครดีหรือไม่ดี เพราะจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ใน 2-3 วันนี้ ก็ต่างได้เบาะแสมาจากประชาชน ซึ่งทำให้เห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นว่าประชาชนเริ่มเข้ามาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มากขึ้น"