ข่าว

เปลือย

เปลือย

10 ต.ค. 2555

เปลือย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

            มีรายงานข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับสตรีจีนและอเมริกัน ข่าวที่เกี่ยวกับจีนก็คือการที่ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในประเทศจีนนิยมให้พริตตี้ใส่บิกินี ซีทรู เปลือยอก หรือเปลือยกาย เพื่อโปรโมทสินค้าของตนตามงานมอเตอร์โชว์ต่างๆ กับข่าวภรรยาทหารอเมริกันที่ไปสู้รบในอัฟกานิสถานและอิรัก ออกมาเปลือยแผ่นหลังเพื่อเขียนข้อความบรรยายความเจ็บปวดจากชะตากรรมของบรรดาสามี ที่หลายรายมีปัญหาทางจิตใจ และสภาพกดดันของสงคราม จนไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาทั่วไปได้ บางคนกลายเป็นโรคหวาดระแวง กลัวว่าจะถูกทำร้าย และบางรายก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้ครอบครัวขาดความปกติสุข
 
             ข่าวพริตตี้จีนนั้น แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของทุนนิยมที่กำลังระบาดอย่างหนักอยู่ในเมืองจีน และสิ่งที่มากับทุนนิยมอย่างหนึ่งก็คือการโฆษณาขายสินค้า ซึ่งการโฆษณาที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือการใช้เรือนร่างและความยั่วยวนของสตรีเป็นเครื่องมือ ซึ่งลักษณะเช่นนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในยุคที่จีนยึดมั่นในลัทธิสังคมนิยม และให้สิทธิและบทบาทของผู้หญิงเท่าเทียมกับผู้ชาย มิใช่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่สิ่งบันเทิงทางเพศเช่นปัจจุบัน
 
             สำหรับข่าวภรรยาทหารอเมริกันนั้น อันที่จริงเรื่องราวดังกล่าวมิใช่เรื่องใหม่ และเราได้เคยพบเห็นจากข่าวคราวและภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายเรื่อง ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเกี่ยวกับสงคราม โดยเฉพาะสงครามเวียดนาม ซึ่งมีสภาพการณ์ที่โหดร้าย และมีความกดดันสูง ซึ่งในบรรดาภาพยนตร์เหล่านั้น เรื่องดูจะได้รับการกล่าวถึงอยู่บ่อยๆ
 
             จากฉากที่ “นิค” (คริสโตเฟอร์ วอล์คเคน) จีไอผู้สูญเสียความทรงจำ ระเบิดสมองตัวเองในเกมรัสเซียน รูเล็ต ใน “เดอะ เดียร์ ฮันเตอร์” กับฉากความปวดร้าวและขมขื่นของทหารผ่านศึกเวียดนาม อย่างลุค (จอน วอยท์) ผู้พิการทางร่างกาย ระหว่างเจน ฟอนดาภรรยาผู้ใช้ชีวิตไปวันๆ ขณะที่สามี (บรูช เดิร์น) ไปสงครามเวียดนามใน “คัมมิ่ง โฮม” และเรื่องราวเช่นนั้นก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป 37 ปี จนรัฐบาลสหรัฐอาจลืมไปแล้วว่า ในยุคสงครามเวียดนามนั้น ปัจจัยหนึ่งซึ่งทำให้สหรัฐต้องจำยอมถอนทหารจากเวียดนาม และส่งผลให้สงครามที่ดำเนินมาเกือบ 20 ปี ยุติลง ก็คือกระแสต่อต้านสงครามของคนอเมริกันเอง ที่แสดงออกทั้งในรูปของการชุมนุมประท้วง และผ่านทางสื่อต่างๆ เช่นหนังสือพิมพ์ ข่าวโทรทัศน์ บทเพลง และภาพยนตร์
 
             ข่าวพริตตี้ที่เมืองจีนและข่าวภรรยาทหารอเมริกันที่ออกมาเปลือยอกเปลือยหลัง ย่อมให้ความรู้สึกคนละด้าน และเมืองไทยของเราก็อยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่นักหรอกครับ จะเห็นได้จากภาพของพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ของไทยที่แต่งเนื้อแต่งตัววาบหวิวขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังไม่ถึงขั้นโป๊เปลือยแบบพริตตี้จีนก็ตาม ส่วนเรื่องภรรยาทหารนั้น ผมไม่ทราบว่าเราได้ให้ความสนใจกับสตรีที่สามีต้องสูญเสียชีวิตหรือบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจจากการปกป้องผืนแผ่นดินกันขนาดไหนโดยเฉพาะทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ที่ปฏิบัติงานในภาคใต้ขณะนี้ ที่บาดเจ็บล้มตายหรือกลายเป็นคนพิการวันละหลายๆ คน บุคคลเหล่านี้แหละครับคือวีรบุรุษและผู้เสียสละตัวจริง ที่สมควรได้รับการตอบแทนและดูแลเอาใจใส่อย่างเต็มที่จากรัฐบาลมิใช่ทำกันอย่างขอไปที
 
             คนไทยโดยทั่วไปไม่ใช่คนที่มีปากมีเสียง ยิ่งกับภาครัฐหรือราชการด้วยแล้ว ก็ยิ่งเงียบใหญ่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่รู้สึกเจ็บปวด หิวโหย หรือทุกข์ทรมานหรอกนะครับ ถ้าอดรนทนไม่ไหวหนักเข้า เราก็อาจได้เห็นภรรยาทหารไทยออกมาเปลือยหลังเขียนข้อความบรรยายชะตากรรมของสามี และความไม่เป็นธรรมที่ได้รับจากหน่วยงานของรัฐบ้างก็ได้