
ก้าวไปให้ไกลกว่าการเป็นบริษัทที่ดี
ก้าวไปให้ไกลกว่าการเป็นบริษัทที่ดี : คอลัมน์เล่าสู่กันฟัง : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
ความสำเร็จในชีวิตของคนเรา ส่วนหนึ่งสามารถคาดการณ์ได้จากแนวคิดและแนวทางการดำเนินชีวิตของแต่ละคน เช่นเดียวกับคนที่ทำธุรกิจ หากวันนี้ ยังคงมีแนวคิดและทำธุรกิจเหมือนสมัยก่อนที่คิดแต่จะรวยคนเดียว ความสำเร็จก็คงจะหนีห่างออกไปเรื่อยๆ แต่หากรู้จักปรับแนวคิดเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้ ต่อยอดแนวคิดและวิธีการจากคนที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจด้วยการรวยไปพร้อมๆ กันกับสังคม ก็นับเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยติดจรวดให้ประสบความสำเร็จรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ฟังคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ เล่าถึงแนวคิดในการบริหารธุรกิจที่ต้องบริหารถึง 13 กลุ่มธุรกิจ ควบคู่กับการบริหารพนักงานประมาณแสนคน ไปพร้อมๆ กับการรับผิดชอบต่อสังคมรอบข้าง ภายใต้หัวข้อ “Beyond Good Company กับปรัชญาการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนคู่สังคม” จึงขอสรุปสาระสำคัญมาเล่าสู่กันฟังในฉบับนี้
คุณก่อศักดิ์ เล่าว่า การเริ่มต้นธุรกิจถือเป็นสิ่งที่ยากแล้ว แต่การบริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่ยากกว่า ซึ่งกุญแจสำคัญคือ “คนในองค์กร” ไม่ว่าจะเป็นวิธีการคิด ทัศนคติ และพลังในการทำงานเป็นทีม ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีคิดแบบเดิมๆ ที่ทำให้ทำงานไม่มีความสุข มาเป็นการให้บริการด้วยใจรัก
จากการที่ต้องบริหารจัดการคนเป็นจำนวนมาก สิ่งหนึ่งที่ซีอีโอคนนี้ปลูกฝังและสั่งสอนกันมาตั้งแต่สมัยที่ยังมีคนไม่กี่ร้อยคนจนขยายใหญ่มีคนเป็นแสนเช่นในปัจจุบันนี้ก็คือ การสร้างอะไรบางอย่างที่ง่ายๆ ร่วมกัน จนในที่สุดก็มีการกำหนดสิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งมีอยู่ 3 ระดับ Must-Need-Want ซึ่ง Must ก็คือคุณสมบัติหลักที่พนักงานทุกคนต้องมี 5 ประการ ได้แก่ ความมุ่งมั่น บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด ซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อองค์กร ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วน Need ก็คือ ความสมบูรณ์ของภาวะผู้นำที่จำเป็นต้องมี 11 ประการ ได้แก่ มีความจริงใจ ไม่ศักดินา ใช้ปิยวาจา อย่าหลงอำนาจ เป็นแบบอย่างที่ดี มีความยุติธรรม ให้ความเมตตา กล้าตัดสินใจ อาทรสังคม บ่มเพาะคนดี มีใจเปิดกว้าง และ Want คือ คุณค่าร่วมที่ปรารถนาอยากให้ทุกคนมี 7 ประการ ได้แก่ แกร่ง กล้า สัจวาจา สามัคคี มีน้ำใจ ให้ความเคารพผู้อื่น ชื่นชมความงามแห่งชีวิต
สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ต้องใช้เวลาปักลงบนความคิดของพนักงานทุกคนในองค์กร แล้วนำเอาวัฒนธรรมฮาโมนีก็คือ การผสมส่วนเหมือน ให้ผสานส่วนต่าง ส่วนที่ต่างกันยังคงไว้แต่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ พร้อมทั้งสร้างความกลมเกลียวดุจวงดนตรีวงเดียวกันได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นรากฐานที่มั่นคงและหนักแน่นให้แก่องค์กรแล้ว ยังเป็นกรอบในการอยู่และทำงานร่วมกันของคนในองค์กรได้อย่างมีความสุขอีกด้วย
เมื่อทุกคนในองค์กรมีความสุข ก็จะทำงานได้อย่างเต็มที่ มีประสิทธิภาพและส่งผลให้ธุรกิจเติบโต ไม่เพียงเท่านั้น ความสุขก็จะแผ่ขยายไปสู่สังคมรอบข้างให้เติบโตไปพร้อมๆ กันอีกด้วย ซึ่งวิธีการที่ใช้ก็คือ “การทำซีเอสอาร์ด้วยการมุ่งเน้นไปที่การสร้างความคิดให้แก่คนในสังคม” เพราะเชื่อว่า คนที่คิดดีก็ย่อมจะทำดี เพราะเมื่อคนมีความคิดที่ดี ก็จะรู้จักพัฒนาตนเอง และกลับไปช่วยเหลือครอบครัว สังคม และประเทศชาติต่อไป
และนี่ก็คือ อีกหนึ่งความท้าทายของผู้บริหารยุคใหม่ว่าจะสามารถบริหารธุรกิจให้เติบโตคู่กับสังคมที่ยั่งยืนได้อย่างไร
................................................
(ก้าวไปให้ไกลกว่าการเป็นบริษัทที่ดี : คอลัมน์เล่าสู่กันฟัง : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)



