
คลิป'หมอสุพัฒน์'คุยกับแม่โผล่ยูทูบ
คลิป"หมอสุพัฒน์"คุยกับแม่โผล่ยูทูบ "สว่าง"พ่อ"สามารถ" พร้อมเปิดศึกกับหมอ หลังร่อนจดหมายเปิดผนึกอ้างเกี่ยวพันกับพี่ชายหมอตำรวจแนะผู้ต้องหาพาชี้จุดฝังศพเพื่อลดโทษ
9ต.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ที่ใช้นามว่า drsuphat ได้โพสต์คลิปขึ้นเว็บไซต์ยูทูบวันที่ 8 ต.ค.มีเนื้อหาเกี่ยวกับนายสุเทพ เลาหะวัฒนะ พี่ชายของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ผู้ต้องหาในคดีการหายตัวไปแบบปริศนาของ 2 สามีภรรยา ที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลาง จ.เพชรบุรี คราวที่เข้าไปเยี่ยมมารดาที่โรงพยาบาล
พ่อเหยื่อหายลั่นฟ้องหมอสุพัฒน์แน่
ส่วนจากการแจกจ่ายจดหมายเปิดผนึกต่อสื่อมวลชนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากคดีของ พ.ต.อ.นายแพทย์สุพัฒน์โดยเนื้อความของจดหมายที่เขียนขึ้นระบุปัญหาที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวโดยที่ฝ่ายของนายสว่าง นุ่มจุ้ย บิดานายสามารถ นุ่มจุ้ย ที่หายตัวไป และนายสว่างมีความเกี่ยวข้องกับนายสุเทพ เลาหะวัฒนะ พี่ชายของพ.ต.อ. นายแพทย์สุพัฒน์นั้น
นายสามารถ กล่าวว่า การที่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เขียนจดหมายระบุถึงพฤติการณ์ของตนนั้นไม่เป็นความจริง เพราะตนรู้จักกับนายสุเทพเป็นครั้งแรกตอนที่ไปดูรถกระบะของบุตรชายที่ไปจอดซุกอยู่ที่บ้านย่านนนทบุรี การที่กล่าวอ้างถึงตนว่ามีคดีฆ่าคนตายไม่เป็นความจริง หากทำจริงต้องถูกดำเนินคดีแล้ว รวมทั้งที่กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็อยากให้หมอสุพัฒน์และที่ปรึกษาทางกฎหมายของหมอไปหาหลักฐานมายืนยัน
"การที่นายเอก เลาหะวัฒนะ บุตรชายของหมอ บอกว่าไม่เคยมาไร่ ก็ไม่เป็นความจริง นายเอกมาทั้งไร่บนที่วังข้าวสารและไร่ล่างที่ท่ามะริด ซึ่งเป็นที่ขุดเจอศพหลายครั้ง ส่วนนางศศิธร หรืออ้อย แซ่ตั้ง ก็เป็นคนของคุณหมอ ไม่ใช่คนของนายสุเทพ นายกะลาก็อยู่กับหมอมาโดยตลอด นายกะลาติดคุกคดีฆ่าคนตายหลังจากพ้นโทษหมอก็รับมาทำงานต่อ ไม่ใช่คนของนายสุเทพ ที่สำคัญผมไม่ได้รู้จักนายสุเทพมาก่อน ไม่เคยเป็นลูกน้องนายสุเทพ" นายสว่างยืนยัน และว่า ที่กล่าวหาตนและลูกชายค้ายาบ้าทำให้เสียหายทั้งครอบครัว ดังนั้นพูดอะไรต้องหาหลักฐานมายืนยัน ไม่ใช่พูดลอยๆ ตนฟ้องแน่นอนในข้อหาหมิ่นประมาท ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่
ตร.แนะหมอชี้จุดซ่อนศพโทษลดลง
"วันที่ผมเข้าเยี่ยม น.ส.วิลสา จันทรบัญชร ภรรยาของหมอ ที่ สภ.ท่าไม้รวก จ.เพชรบุรี น.ส.วิลสาก็บอกกับผมเองว่า เป็นผู้ไปนำตัวนายสามารถ บุตรชายของผม พร้อมกับ น.ส.อรษา ภรรยาลูกชายไปที่ไร่ของหมอสุพัฒน์ ส่วนตอนที่สังหาร น.ส.วิลสาบอกว่าไม่รู้ และไม่รู้ว่าทั้งคู่หายไปไหน แต่น.ส.วิลสายังบอกผมว่าหากรู้จุดฝังศพก็จะนำไปชี้ให้แล้ว" นายสว่าง กล่าว และว่า
คำสุดท้ายของ น.ส.วิลสายังบอกว่า แน่ใจแล้วหรือว่าศพถูกซ่อนไว้ในไร่ ทำให้สองจิตสองใจ แต่ก็ยังมั่นใจว่าศพถูกฝังอยู่ในไร่ เพราะพยานยืนยันว่าลูกชายของหมอขับรถเปล่าออกไป ซึ่งเป็นไปไม่ได้จะบรรทุกศพออกไปข้างนอก แต่ไร่มีพื้นที่กว้างคงค้นหายาก ต้องรอให้หมอมาชี้
พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผกก.สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เปิดเผยถึงการเข้าค้นไร่ของหมอสุพัฒน์ว่า การเข้าตรวจค้นและขุดหาหลักฐานนับเป็นครั้งที่ 12 ตำรวจจะยังไม่เลิกค้นหาหากมีพยานมาชี้เบาะแส โดยเฉพาะผู้ต้องหาหากกลับตัวสำนึกผิดมาชี้จุดฝังศพให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศล โทษก็จะลดน้อยบรรเทาลง
“ยอมรับว่าไร่กว้างใหญ่ค้นหายาก เราหวังเพียงผู้ต้องหาสำนึกผิดมาชี้จุดฝัง ซึ่งหากเป็นหมอสุพัฒน์มาชี้จุดคงจะได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ หากเป็น น.ส.วิลสา ภรรยาของหมอก็อาจแจ้งความจำเป็นที่ร่วมอยู่ในภาวะจำยอม ตำรวจอาจกันไว้เป็นพยาน” พ.ต.อ.พิชัย กล่าว และว่า
กรณีรถของนายสามารถที่พบในบ้านย่านนนทบุรี เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังสืบสวนว่ารถไปจอดอยู่ที่บ้านดังกล่าวได้อย่างไร และใครเป็นคนขับไป ส่วนการดำเนินคดีกับนายกะลา ลูกจ้างชาวพม่าในไร่ของหมอ ตอนนี้ตำรวจกำลังสอบสวนและรวบรวมหลักฐานอยู่ ยังบอกไม่ได้ว่าจะแจ้งข้อหาอะไรแก่นายกะลาบ้าง ทั้งนี้การสอบสวนยังไม่สามารถให้ข่าวได้ เพราะจะทำให้เสียรูปคดี และผู้บังคับบัญชาทุกระดับได้ลงมาติดตามคดีอย่างใกล้ชิด
ดีเอ็นเอกระดูกคนงานพม่า-จ่อข้อหา
พ.ต.อ.พิชัย กล่าวถึงผลการตรวจดีเอ็นเอโครงกระดูกทั้ง 3 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นำไปตรวจสอบซ้ำว่า เบื้องต้นรับทราบอย่างไม่เป็นทางการพบว่าเป็นของนายต้าแรงงานชาวพม่าที่นายกะลาระบุว่าถูก พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ยิงเสียชีวิต ซึ่งตรงกับดีเอ็นเอของพ่อนายต้าทั้ง 16 จุด โดยได้นำตัวมารดานายต้าจากประเทศพม่ามาตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างพ่อ แม่ ลูก คาดว่าจะได้ผลชัดเจนหลังวันที่ 10 ตุลาคม หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาแก่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ทันที เพราะมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่
"ส่วนกรณีที่นายเอก เลาหะวัฒนะ ลูกชายหมอสุพัฒน์ เรียกร้องให้ตำรวจให้ความเป็นธรรมแก่พ่อ ทางตำรวจยืนยันว่าตั้งแต่ก่อนถูกจับกุมได้ให้โอกาส พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์เข้ามอบตัว และเมื่อจับกุมได้ก็ไม่ยอมให้การใดๆ ดังนั้น ถือว่าตำรวจได้ทำตามทุกขั้นตอนของกฎหมายแล้ว" ผกก.สภ.ท่าไม้รวก กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผกก.สภ.ท่าไม้รวก ได้นำหมายศาลจังหวัดเพชรบุรีเข้าตรวจค้นไร่ของหมอสุพัฒน์ โดยนำรถแบ็กโฮ 2 คัน ระดมขุดค้น 5 จุด จุดแรกบริเวณโคนต้นมะม่วงห่างจากจุดเดิมประมาณ 50 เมตร จุดที่ 2 บริเวณใต้กอไผ่ใกล้จุดที่ขุดค้นพบโครงกระดูก 2 โครง จุดที่ 3 บริเวณกอไผ่ริมแม่น้ำเพชรใกล้แท่งปูน จุดที่ 4 พื้นดินใกล้จุดที่พบโครงกระดูกโครงแรก และจุดที่ 5 บริเวณโคนต้นมะขาม ใกล้บ้านพักและคอกเลี้ยงม้ากลางไร่ นอกจากนี้ยังใช้แรงคนนำเครื่องมือจอบและเสียม ขุดบริเวณใต้ศาลานั่งพักที่อยู่กลางไร่ด้วย แต่ทุกจุดไม่พบสิ่งผิดปกติ กระทั่งเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่จึงหยุดขุดค้น และจะดำเนินการต่อในวันที่ 10 ตุลาคม
ผบ.คุกเพชรฯยันจ.ม.เพื่อนกะลาจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ได้เข้าเยี่ยม นายอานนท์ เจริญชอบ นักโทษเรือนจำจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นผู้ต้องคดีขโมยอาวุธปืนของหมอสุพัฒน์ ที่เขียนจดหมายถึงนายสุรสิทธิ์ จิตชอบใจ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดเพชรบุรี อ้างว่า รู้เห็นเรื่องนายกะลา คนงานพม่าในไร่ของหมอสุพัฒน์ ไปฆ่าเพื่อนชาวพม่าตาย แต่ทางเรือนจำไม่อนุญาต เพราะมีระเบียบว่าให้เข้าเยี่ยมได้เฉพาะญาติเท่านั้น เพื่อป้องกันเครือข่ายยาเสพติด
นายสุรสิทธิ์ จิตชอบใจ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดเพชรบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีจดหมายของนายอานนท์นั้น ได้เขียนถึงตนจริง โดยมีนายสมพงษ์ แสงมณี หัวหน้าฝ่ายควบคุมเรือนจำเป็นผู้ตรวจสอบ และที่นายอานนท์เขียนจดหมายเพราะยินดีจะไปเป็นพยานต่อตำรวจและที่ศาล
“นายกะลา เคยติดคุกร่วมกับนายอานนท์ ที่เรือนจำกลางเพชรบุรี นานประมาณ 3 ปี โดยนายกะลาติดคุกในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าว ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกัน จดหมายดังกล่าวออกจากเรือนจำจริงและได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด เพราะในแต่ละวันจะมีจดหมายเข้าออกจำนวนมาก เมื่อทางเรือนจำตรวจสอบแล้วไม่ผิดระเบียบก็ให้ผ่านได้” นายสุรสิทธิ์ กล่าวยืนยัน
นำดีเอ็นเอแม่เทียบเสื้อเปื้อนเลือด
วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก ได้นำตัว นางเอื้อน เกิดทรัพย์ อายุ 60 ปี มารดาของ น.ส.อรษา และนางเล็ก เฮงสุวรรณ อายุ 58 ปี มารดาของนายสามารถ ไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากเนื้อเยื่อในกระพุ้งแก้มเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอที่พบในหลักฐานต่างๆ ภายในไร่ของหมอสุพัฒน์ โดยเฉพาะเสื้อเปื้อนคราบเลือดที่พบใต้พื้นคอนกรีตภายในไร่ เพื่อตรวจสอบว่าเสื้อดังกล่าวเป็นของสองสามีภรรยาที่หายตัวไปหรือไม่
นางเล็ก กล่าวว่า ยังมีความเชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยังหวังว่าจะพบศพบุตรชายในเร็ววันนี้ พร้อมระบุว่าไม่เชื่อว่าลูกชายจะหลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศอย่างที่เป็นข่าว เนื่องจากลูกชายไม่รู้จักใครที่อยู่ต่างประเทศเลย และถ้าไปจริงต้องบอกกล่าวให้ตนทราบ
เพื่อนบ้านยังยันหมอเป็นคนดี-ไม่โหด
นายปัญญา เหลือน้อย อายุ 43 ปี อาชีพทำไร่ อยู่บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 10 ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง กล่าวว่า เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาเคยทำงานกับหมอสุพัฒน์ ประมาณ 2-3 ปี ทำหน้าที่คุมคนงานในไร่และขับรถให้หมอ ตอนหลังได้ออกมาประกอบอาชีพทำไร่ส่วนตัว ตอนที่ทำงานร่วมกันหมอเป็นคนดีมาก ไม่มีปัญหาอะไร เงินเดือนก็จ่ายตรงทุกเดือน หมอไม่ใช่คนโหดร้าย ข่าวที่ออกมาก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เช่นเดียวกับ นายประเสริฐ หรือแก้ว อุดมทรัพย์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 7 บ้านไร่หลวง ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง คนใกล้ชิดหมอสุพัฒน์ กล่าวว่า กรณีหมอสุพัฒน์เขียนจดหมายออกมาจากเรือนจำ อ้างว่านายสุเทพ พี่ชายทำโรงงานว่านหางจระเข้แล้วขาดทุน เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง โดยโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ที่บ้านท่าโตนด ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง อยู่ห่างจากไร่ของหมอประมาณ 2 กิโลเมตร ปัจจุบันนายสุเทพได้ขายโรงงานให้คนอื่นไปแล้วเพราะขาดทุน
..............
(หมายเหตุ : ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=MgU8FHt0opE)



