ข่าว

ครม.ไฟเขียวขาย'หวยออนไลน์'

ครม.ไฟเขียวขาย'หวยออนไลน์'

09 ต.ค. 2555

ครม.ไฟเขียวขาย'หวยออนไลน์' หวังกำจัดขบวนการพ่อค้าคนกลาง พร้อมต่ออายุ'ร้านค้าถูกใจ'ถึงสิ้นปี 55

                 9 ต.ค. 55 นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้มีเครื่องจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบอัตโนมัติ โดยให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนดนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม มีการกำหนดรูปแบบและปริมาณสลาก รวมทั้งเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติอย่างชัดเจน และต้องไม่พิจารณาเพียงแต่ผลประโยชน์เฉพาะการเงินของรัฐเป็นหลัก และต้องประกาศให้เป็นที่รับรู้ของประชาชนโดยทั่วไป การจัดสรรโควตาการจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เกินราคา รวมถึงให้คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ควรแถลงนโยบายการจำกัดปริมาณของสำนักงานสลากกินแบ่งให้มีการเปิดเผยการทำงานในด้านต่างๆ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งนี้รวมถึงการจัดสรรเงินสู่สังคมควรจัดสรรให้กับชุมชนที่เป็นพื้นที่จุดจำหน่าย เพื่อเป็นกองทุนต่อต้านการเล่นการพนันโดยเฉพาะป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริโภคฉลาก

                  นอกจากนี้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลต้องมีมาตรการห้ามจำหน่ายสลากให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายสลากด้วยเครื่องอัตโนมัติ ที่เป็นส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ร้อยละ 12 ซึ่งหลังจากหักส่วนลดให้ตัวแทนจำหน่ายแล้ว ควรวางเป้าหมายในการนำเงินรายได้สุทธิในส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์สาธารณะให้ชัดเจน

                 นายภักดีหาญส์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การนำเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติมาใช้ จะแก้ไขปัญหาความต้องการของผู้ซื้อแต่ละหมายเลขได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ เพราะผู้ซื้อจะสามารถซื้อเลขที่ต้องการจากเครื่องจำหน่ายได้ซึ่งรางวัลที่ได้รับจะผันแปลไปตามจำนวนสลาก โดยการนำเครื่องจำหน่ายสลากมาใช้ในการจำหน่ายสลาก เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคา และช่วยกำจัดทุจริตในการจัดสรรให้พ่อค้าคนกลางและป้องกันกลุ่มบุคคลที่มีผลประโยชน์ทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ

 

ต่ออายุ “ร้านค้าถูกใจ” ถึงสิ้นปี55

                น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.ได้มีการต่ออายุโครงการร้านค้าถูกใจที่เพิ่งหมดอายุโครงการไปเมื่อ ก.ย.ที่ผ่านมา ไปอีก 3 เดือน เริ่มตั้งแต่ช่วงตุลาคม-ธันวาคม พ.ศ.2555 โดยโครงการระยะดังกล่าวจะใช้วงเงินที่เคยได้รับอนุมัติไว้เดิมประมาณ 427,520,000บาท ขณะที่โครงการในระยะต่อไปจะเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ยึดหลักใช้งบประมาณอย่างประหยัด ด้วยการยกเลิกร้านค้าถูกใจที่ไม่มีศักยภาพ รวมถึงจะมีการกำกับให้ราคาสินค้าต่ำกว่าราคาตลาดเฉลี่ยร้อยละ20 พร้อมจะมีการเพิ่มจำนวนร้านค้ามากกว่าที่กำหนดไว้เดิมคือ 10,000ร้าน

               น.ส.ศันสนีย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานต่อครม.ว่า จากผลการดำเนินงานตั้งแต่เมษายน-กันยายนที่ผ่านมา รวม 6 เดือนนั้น โครงการสามารลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในเขตต่างจังหวัดและมีรายได้น้อยเพราะทำให้สามารถซื้อสินค้าที่มีราคาถูกกว่าราคาปกติ สำหรับประเภทสินค้าที่ได้รับความนิยมมากคือข้าวสารถุงละ5กิโลกรัม ที่มีการผลิตถึง6แสนถุงต่อสัปดาห์ รองลงมาคือข้าวสารถุงละ1กิโลกรัม ซึ่งมีการผลิต3แสนถุงต่อสัปดาห์ ส่วนปัญหาราคาไข่ไก่สูงที่มีการร้องเรียนอยู่ในขณะนี้ อันเนื่องมาจากราคาข้าวโพดซึ่งเป็นอาหารสัตว์นั้นขณะนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังหาแนวทางแก้ปัญหา

.............................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)