
พบ'ชิ้นส่วนขา'เพิ่มเมียฆ่าหั่นศพผัว
พบชิ้นส่วนขาเพิ่มเหตุเมียฆ่าหั่นศพผัวลอยกลางคลองบางกอกน้อย สถาบันกัลยาณ์รับตัวเมียเป็นผู้ป่วยใน พักห้องติดกล้องวงจรปิด สังเกตอาการใกล้ชิด 24 ชั่วโมง เบื้องต้นพบมีอาการหลงผิด หูแว่วได้ยินเสียงคนสั่งให้ฆ่าสามี แพทย์ให้ยารักษาอาการ รู้ผลป่วยทางจิตหรือไม่ภายใ
จากกรณี น.ส.พรสุรีย์ ดีแผ่ว อายุ 36 ปี ฆ่าหั่นศพนายประสิทธิ์ ศรีสมบุญญานนท์ อายุ 47 ปี สามีอดีตดีไซเนอร์ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตครึ่งตัวเดินไม่ได้ แล้วแยกชิ้นส่วนไปทิ้งลงคลองย่านบางขุนนนท์ เหตุเกิดในวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 9 ต.ค. พ.ต.ต.พรชัย ศรีมุล พนักงานสอบสวน (สบ.2) สน.บางขุนนนท์ ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชน ในซ.บางขุนนนท์14 แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อยว่าพบชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ในคลองบางกอกน้อย จึงเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวชรพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนข้อเท้าด้านขวาลอยอยู่ในน้ำติดที่ผักตบชวาภายในคลองบางกอกน้อย จากการตรวจสอบเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนของผู้ตาย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานส่งให้นิติเวช รพ.ศิริราชเพื่อเปรียบเทียบ
สอบสวนผู้พบเห็นชิ้นส่วนดังกล่างให้การว่า ขณะกำลังทำงานก่อสร้างอยู่ภายในซอยบางขุนนท์14 ห่างจากที่เกิดเหตุ 200 เมตร ซึ่งติดกับคลองบางกอกน้อยจากนั้นได้สังเกตเห็นเหมือนตุ๊กตาแต่เมื่อสังเกตดูก็เป็นเท้าคนจึงใช้ไม้เขี่ยขึ้นมาไว้บนฝั่งแล้วแจ้งตำรวจ
ด้าน พ.ต.อ. สกิจ อรุณฤกษ์ถวิล ผกก.สน.บางขุนนนท์ กล่าวว่า ได้พบชิ้นส่วนข้อเท้าขวาแต่ยังเหลือข้อมือทั้งสองที่ผู้ต้องหาบอกว่าได้ใส่ถุงพลาสติกก่อนทิ้งลงคลองบางกอกน้อย ในเบื้องต้นได้ตั้งข้อหาน.ส.พรสุรีย์ 3 ข้อหาคือฆ่าคนโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพเพื่อบิดบังสาเหตุการตาย เสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง ผู้ต้องหาได้รับสารภาพแต่สภาพร่างกายยังไม่พร้อมที่จะต่อสู้คดี และต้องรอผลอาการจากแพทย์สถาบันกัลยาราชนครินทร์ เป็นเวลา 1 -2 อาทิตย์ แต่ได้ยื่นคำร้องไปยังศาล ส่วนผลในการตรวจหากพบว่าเป็นผลข้างเคียงจากการเสพยาจะถูกส่งตัวดำเนินคดีต่อไป
สถาบันกัลยาณ์รับตัวเป็นผู้ป่วยใน
นพ.ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับตัวผู้ป่วยไว้เป็นผู้ป่วยในและได้ดำเนินการตรวจวินิจฉัยทางนิติจิตเวช อาทิ ทำการตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด และส่ง ผู้ป่วยเข้าไปอยู่ในห้องพักที่มีกล้องวงจรปิด ติดอยู่ เพื่อสังเกตอาการ ทั้งนี้จะมีการให้นักนิติจิตเวช นักสังคมสงเคราะห์ทางจิตเวช มาคอยดูแลและร่วมสังเกตอาการ ก็บไว้เป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัย โดยจากการซักประวัติผู้ป่วย พบว่าผู้ป่วยมีประวัติใช้ยาเสพติดและมีอาการหลงผิด หูแว่วได้ยินเสียงคนสั่งให้ฆ่าสามี ซึ่งผู้ป่วยรู้สึกผิด คิดว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี ดังนั้นแพทย์ที่รับผู้ป่วยไว้ จึงได้ทำการฉีดยา และให้ผู้ป่วยรับประทานยาเพื่อรักษาอาการเบื้องต้นก่อน
นพ.ศิริศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ได้ให้พยาบาลประจำตึกคอยสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งบันทึกอาการ พฤติกรรมคำพูด และความคิดของผู้ป่วยไว้ ซึ่งเมื่อผู้ป่วยอาการดีขึ้นพอที่จะพูดคุยและให้รายละเอียดเกี่ยวกับตนเอง ได้ ทางทีมก็จะทำการรวบรวมข้อมูลประกอบการวินิจฉัย โดยในด้านของนักสังคมสงเคราะห์ทางจิตเวช จะรวบรวมประวัติและพฤติกรรมคดี นักจิตวิทยาคลินิก จะทำการทดสอบทางจิตวิทยา และนักกิจกรรมบำบัดจะประเมินและเตรียมที่จะฟื้นฟูผู้ป่วยต่อไป
“ผู้ป่วยรายนี้ หากอาการทุเลาก็จะสามารถนำเข้าที่ประชุมวินิจฉัยได้ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสาเหตุการฆ่าสามีเกิดจากอะไรแน่ เพราะต้องหาข้อมูลเรื่องอาการเริ่มต้น และประวัติการใช้ยาเสพติด ซึ่งจะต้องรอผลการวินิจฉัยของทีมสหวิชาชีพต่อไป อย่างไรก็ตามจะสามารถทราบผลว่าผู้ป่วยมีความผิดอาการปกติทางจิตหรือไม่ ภายใน 45 วัน” นพ.ศิริศักดิ์กล่าว



